รวมเรื่องเล่า

ขนอม-สิชล บนถนนเกลียวคลื่น

เที่ยวขนอม – สิชล || นครศรีธรรมราช

กุมภาพันธ์ 2565

ขนอม – สิชล บนถนนเกลียวคลื่น

ขนอม สิชล 2 อำเภอเหนือสุดของจังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ชิดติดกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี จากอ.เมือง มีทางหลวงแผ่นดิน 401 (ทล.401) เป็นถนนหลัก เรียกกันว่าถนนสุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช วิ่งผ่านอ.ท่าศาลา ไปสิชล ขนอม และต่อเข้า อ.ดอนสัก ของสุราษฎร์ธานี

ปี 2019 เปิดใช้ถนนเส้นใหม่เชื่อม อ.สิชล – อ.ขนอม ร่นระยะทางจากทล. 401 ไปได้เกือบ 30 กม. ถนนตัดเลาะเลียบชายทะเลตามแนวเขาพลายดำ ขึ้นลงเป็นลอนเหมือนเกลียวคลื่น กลายเป็นถนนเส้นที่สวยทั้งจากลอนของถนนแล้วก็ยังมีทะเลอ่าวไทยสวยๆตลอดระยะทาง 8 กม.

ทล.401 ถนนหลักเส้นเดิม จาก อ.เมือง ไปสิชล-ขนอม และต่อไปจังหวัดสุราษฏร์ธานี

ขนอม | Khanom

ขนอม อำเภอเหนือสุดของนครศรีธรรมราช มีแนวชายทะเลยาวหลายกม. มีหาดสวยๆตลอดแนว ตั้งแต่หาดคอเขา หาดหน้าด่าน หาดขนอม หาดในเพลา ไปถึงหาดพลายดำ บนเขาพลายดำมีจุดชมวิวมองเห็นอ่าวต่างๆของทะเลขนอมได้ทั้งแนว ทะเลขนอมอุดมสมบูรณ์จนเป็นแหล่งหาอาหารของโลมาหลังโหนก ที่เมื่อโตเต็มวัยจะมีสีออกชมพู เกิดกิจกรรมนั่งเรือไปดูโลมาชมพูกัน น่ารักน่าชังเป็นที่สุด ถ้าเบื่อทะเล ก็ยังมีที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อย่าง น้ำตกเสม็ดชุน ถ้ำเขาวังทอง แกรนด์แคนยอนขนอมก็มี อาหารทะเลก็สดและราคาไม่แพง ทั้งร้านเล็กร้านใหญ่ เลือกได้ตามงบประมาณ นอกจากความสวยงามของชายหาดแล้ว ขนอมยังมีความสำคัญตรงที่มีโรงไฟฟ้าขนอม มีโรงแยกก๊าซธรรมชาติ อยู่บริเวณปากน้ำขนอมด้วย

โปรแกรมแนะนำเที่ยวขนอม 2 วัน 1 คืน
1. ถนนขนอม-สิชลเส้นเขาพลายดำ แวะจุดชมวิวเขาพลายดำ / จุดชมวิวเนินเทวดา-เนินนางฟ้า / อุโมงต้นยาง / แกรนด์แคนยอน
2. แหลมประทับ ลงเรือดูโลมา / สะพานไม้อ่าวเตล็ด / เจดีย์ปะการัง / แวะตลาดบ้านแพงหรือตลาดขนอม

// อุโมงค์ต้นยางพารา //
เป็นถนนลาดยางทางไปถ้ำเขาวังทองที่มีต้นยางปลูกตลอดแนวถนน ต้นยางสูงโค้งเข้าหากันเหมือนอุโมง แสงเช้ากับแสงเย็นส่องลอดแนวไม้ลงมาสวยดี เหมาะกับคนชอบถ่ายรูป มาแอบจอดรถข้างทางเดินเล่นถ่ายรูปได้ รถน้อยแต่ก็ต้องระวังรถนะ

// สะพานไม้อ่าวเตล็ด //
สะพานไม้ยาว 100 ม.ยื่นเข้าไปในทะเล ใช้เป็นท่าเทียบเรือประมงท้องถิ่นในแถบอ่าวเตล็ด เพราะเป็นอ่าวที่ไม่มีหาดให้เทียบเรือได้ สะพานไม้อ่าวเตล็ดโด่งดังขึ้นมาเพราะจุดที่ปลายสะพานมีช่องเขาตัดกับทะเลสีฟ้าเข้ม โดนใจนักถ่ายภาพ นอกจากเป็นท่าเทียบเรือประมงแล้วยังเป็นท่าเทียบเรือพานักท่องเที่ยวไปดูโลมาสีชมพู ไปเกาะนุ้ยนอก ได้เหมือนกับที่แหลมประทับ

// แหลมประทับ //
เป็นจุดที่นิยมไปลงเรือชมโลมาสีชมพู อยู่ทางเหนือของอ.ขนอม ตรงอ่าวท้องเนียน ดูแลโดยกลุ่มประมงชายฝั่งบ้านแหลมประทับ มีเช่าเหมาลำราคา 1200 บาท นั่งได้ 7 คน มีศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินอยู่ตรงท่าเรือด้วย

// ล่องเรือชมโลมาสีชมพู //
ทะเลขนอมเป็นที่มีโอกาสได้เห็นโลมาสีชมพู หรือโลมาขาวเทา หรือโลมาหลังโหนก มีแหล่งอาศัยบริเวณอ่าวเตล็ด อ่าวแขวงเภา มีเรือเช่าเหมาลำพาดูโลมาอยู่ 2-3 จุด เช่นบ้านแหลมประทับ โปรแกรมท่องเที่ยวคือ พาชมโลมาสีชมพู (ส่วนมากจะเจอนะ ถ้าไม่เจอใกล้ๆก็จะพาล่องไปถึงท่าเรือดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานีเลย) เลาะริมเขาหินพับผ้าที่เกิดจากการเอียงและยกตัวของเปลือกโลก แวะสักการะรูปเคารพหลวงปู่ทวดและบ่อน้ำจืดกลางทะเลบนเกาะนุ้ยนอก ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. ควรไปแต่เช้าๆ จะมีโอกาสเจอมากกว่าแล้วก็ไม่ร้อนมากด้วย ราคาเช่าเหมา 1200 บาท นั่งได้ 7 คน มีเสื้อชูชีพให้ มีผ้าใบกันแดดได้นิดหน่อย

// เจดีย์ประการัง //
เจดีย์เก่าแก่กว่าพันปีที่สร้างด้วยหินปะการัง ประดิษฐานอยู่บนเขาธาตุ ในวัดจันทน์ธาตุทาราม มีจุดชมทิวทัศน์อ่าวท้องเนียนได้ด้วย

// ทะเลขนอม //
ขนอมมีชายทะเลยาว 32 กิโลเมตร มีอ่าวและหาดมากกว่า 15 แห่ง บางหาดเป็นหาดทราย บางหาดเป็นหาดหิน ไล่มาจากเหนือสุดที่ หาดท้องชิง หาดแฝงเภา หาดท้องโหนด หาดท้องเนียน หาดนางกำ มาถึงหาดคอเขาจะมีโรงไฟฟ้าขนอม มีโรงแยกก๊าซธรรมชาติ เลยต่อไปที่ หาดขนอม หาดในเพลา ถึงหาดพลายดำ

ขนอมในปัจจุบัน ไม่ได้มีแต่บ้านพักแบบบังกะโลยุคเก่า แต่มีที่พักสวยเก๋หลายที่ตามริมหาด มีกิจกรรมทางทะเลให้เล่นครบทุกอย่าง มี Beach club ที่ขายกาแฟ ขายเครื่องดื่ม ให้นั่งจิบบนหาดทราย ฟังเสียงคลื่นได้ตั้งแต่บ่ายไปจนมืด ในตัวอำเภอมีร้านกาแฟแบบ Espresso bar ด้วย

ร้านอาหารทะเลในตัวอำเภอขนอมมีหลายร้าน ทั้งร้านใหญ่ร้านเล็ก อาหารง่ายๆในตัวอำเภอมีทั้งร้านข้าวแกง ร้านขนมจีน ร้านดังก็มีหลายร้านอย่าง ครัวตังเก, ขนอมซีฟู๊ด ร้านกาแฟดีๆก็มี อย่าง Khanom Espresso (กาแฟดี ครัวซองอร่อยมาก) หรือ Vish Cafe’ แบบ Beach bar ก็มีอย่าง ปาหนันคาเฟ่, The Beach Khanom ราคาก็ตามสถานที่และบรรยากาศ

ที่พักในทริปนี้ (ใช้สิทธิ์เราเที่ยวด้วยกัน) | ชลนภารีสอร์ท : ที่พักใกล้หาดคอเขา บ้านพักเป็นหลังคล้ายบังกะโลยุคเก่า สภาพกลางเก่ากลางใหม่ คนมาพักส่วนมากเป็นครอบครัวหรือเป็นกลุ่ม มีสระว่ายน้ำขนาดไม่ใหญ่แต่อยู่ติดริมหาดเลย มีเด็กๆเล่นน้ำทั้งวัน บริเวณต้อนรับและคาเฟ่ (ปาหนันคาเฟ่) สร้างใหม่ดูสวยเก๋กว่าบ้านพักเยอะ มีครัวชลนภา ที่พอฝากท้องได้ถ้าไม่อยากออกข้างนอก

// ถนนเลียบชายทะเลขนอม-สิชล //
ถนนเส้นใหม่เชื่อม อ.สิชล กับ อ.ขนอม ยาว 8 กม. ร่นระยะทางจากทล. 401 ไปได้เกือบ 30 กม. ถนนตัดเลาะเลียบริมทะเล ขึ้นลงตามแนวเชิงเขาพลายดำ กลายเป็นถนนเส้นที่สวยจนนักท่องเที่ยวชอบจอดรถลงไปถ่ายรูป แต่ควรใช้ความระมัดระวังอย่างมาก อย่าพยายามไปยืนกลางถนน เพราะรถค่อนข้างเยอะ วิ่งเร็ว รถอาจมองไม่เห็นจากเนินของถนนที่ขึ้นๆลงๆ และหาที่จอดรถริมถนนให้ปลอดภัย

// เนินเทวดา เนินนางฟ้า //
เป็นจุดชมวิวบนเขาพลายดำ อยู่ระหว่างทางของถนนเลียบทะเลขนอม-สิชล มีแยกขึ้นเขาไปไม่สูงมากนัก เป็นพื้นที่ของเอกชน จัดเป็นสวน มีระเบียงชมวิวทะเลขนอมได้จากมุมสูง มีร้านกาแฟ ร้านอาหารด้วย ค่าเข้าคนละ 20 บาท มี 2 จุดให้ชมคือ เนินเทวดาจะเห็นแนวทะเลขนอม และเนินนางฟ้าจะเห็นแนวหาดท้องเพลา
(ระหว่างทางขึ้นมีร้านอาหาร/ร้านกาแฟ Blue Terrace Cafe’ ได้วิวทะเลคล้ายๆกันแต่มุมต่ำกว่าเล็กน้อย แต่ต้องสั่งอาหารเครื่องดื่ม)

วิวทะเลขนอม

// จุดชมวิวเขาพลายดำ //
ขับรถเลาะเลียบทะเลระหว่างขนอม – สิชล บนถนนสายใหม่ มีจุดชมวิว 2-3 จุด จุดยอดนิยมคือจุดชมวิวเขาพลายดำ ที่อยู่ตรงทางโค้งมุมสวย มีที่จอดรถได้สะดวกปลอดภัย มีจุดสังเกตุชัดเจนตรงรูปปั้นช้างตัวใหญ่ มีศาลาชมวิวให้เดินไปชมทะเลงามๆ หรือจะถ่ายรูปถนนโค้งตัว S ลงเขาก็สวยดี

สิชล | Sichon

อ.สิชล โด่งดังขึ้นมากจากความขลังและพลังศรัทธาในตัวไอ้ไข่ วัดเจดีย์ ใครไปใครมาใครผ่านอ.สิชลต้องแวะวัดเจดีย์ ไหว้พระ ไหว้ไอ้ไข่ ขอพร ขอเลข เสียงประทัดแก้บนดังสนั่นหวั่นไหวทั้งวัน นอกจากไอ้ไข่วัดเจดีย์แล้ว สิชลมีที่พักสวยๆเก๋ๆไม่ต่างกับขนอม อยู่ตามริมทะเล หรือตามเชิงเขา มีหาดทรายขาวยาวเป็นเวิ้งอ่าว มี Beach club เก๋ๆหลายที่ มีกิจกรรมทางน้ำให้เล่นทุกชนิด นอกจากหาดทรายก็มีหาดหินด้วย อย่างหาดหินงาม หรือหินงามรางทัด สวยแปลกไปอีกแบบ ถ้าเข้าไปแถวปากน้ำสิชล มีรูปปั้นขนาดใหญ่ของกรมหลวงชุมพรฯให้เข้าไปกราบ

โปรแกรมแนะนำเที่ยวสิชล 1 วัน
วัดเจดี / ถนนขนอม-สิชลเส้นเขาพลายดำ แวะจุดชมวิวเขาพลายดำ / อ่าวท้องหยี / หาดพลายดำ / หินงามรางทัด / ปากน้ำสิชล / อนุสาวรีย์กรมหลวงฯ / หาดสิชล / หาดหินงาม

// หินงามรางทัด //
จุดชมวิวริมทางสายขนอม-สิชล เป็นหาดที่มีโขดหินขนาดใหญ่ทับซ้อนเป็นแนวยาว มีคลื่นซัดสาดอย่างแรงตลอดเวลา ทำให้เกิดรอยต่างๆบนโขดหิน บางคนบอกว่าชื่อ รางทัด มาจากร่องรอยบนหินที่เหมือนรอยขีดที่เกิดจาก “รางทัด” (เครื่องมือก่อสร้าง) ทางลงมาชมหินงามรางทัดมีป้ายเล็กๆ ต้องเลี้ยวจากถนนลงมาจากตามทางค่อนข้างชัน แต่ด้านล่างที่ลานพอจอดรถได้ 2-3 คัน

// อนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ //
อนุสาวรีย์ขนาดใหญ่สูง 19 ม. ว่ากันว่าใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่บริเวณปากน้ำสิชล ติดๆกับอนุสาวรีย์ด้านในอาคารมีรูปเคารพขนาดเล็กของเดิมอยู่ เข้าสักการะเสด็จเตี่ยได้ทั้งองค์ใหญ่องค์เล็ก มีเรือหลวงวิทยาคมปลดระวางจอดอยู่ริมหาดด้วย

// ปากน้ำสิชล //
ชุมชนประมง บริเวณปากแม่น้ำออกทะเลอ่าวไทย มีเรือประมงวิ่งเข้าออกทั้งวัน ปากอ่าวเชื่อมต่อไปกับหาดสิชล ช่วงใกล้กับปากอ่าวมีการสร้างแนวกันเขื่อน ไม่เป็นหาดสวยๆแล้ว ต้องเลยไปอีกเวิ้งที่ เป็นหาดทรายโค้งสวยงาม

// หาดสิชล //
เวิ้งอ่าวที่มีหาดทรายขาว ทะเลสีสวย มีที่พักสวยๆเก๋ๆตั้งอยู่ชิดติดหาดหลายที่ มีกิจกรรมทางทะเลให้เลือกเล่นครบครัน เป็นหาดยอดนิยมเพราะมาจากอ.เมืองแค่ 60 กม.

// หาดหินงาม //
หาดที่ไม่มีทราย มีแต่หินตามชื่อหาด แต่เป็นก้อนหินขนาดเล็ก สวยแปลกตาไปอีกแบบ

ที่พักในทริปนี้ (ใช้สิทธิ์เราเที่ยวด้วยกัน) | สิชลเตโชโร่ Sichon Tesoro : อยู่ชิดติดกับอ.ขนอมชนิดข้ามเขตก็ถึงเลย ใกล้ถนนขนอม-สิชล เขาพลายดำ โรงแรม 4 ชั้น ขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก ไม่มีหาดทรายเพราะอยู่เชิงเขา วิวสวยสุดๆ ทุกห้องเห็นทะเล เปิดประตูรับลมทะเล หรือปิดประตูนั่งแอร์เย็นๆชมวิวก็ได้ตามชอบ ห้องพักสวยสะอาด สระว่ายน้ำขนาดเล็กๆ แต่บรรยากาศดี ถ้างบเยอะ เลือกห้อง Pool villa แบบสระส่วนตัวก็มี อาหารเย็นมีบริการที่ ครัวท้องปลา อาหารอร่อย ราคาสูงหน่อย แต่บรรยากาศสุดยอด ติดๆกันคือส่วนร้านกาแฟ Moon cafe’ บรรยากาศสวยเก๋ มีระเบียงกว้างๆใต้ร่มไม้ใหญ่ ให้นั่งจิบกาแฟชมทะเลได้ทั้งวัน

อาหารเช้าของที่พักมีให้เลือกหลายอย่าง ต้องเลือกไว้ล่วงหน้า มีทั้งแบบขนมปัง ไข่ดาว หรือข้าวต้ม หรือเป็นอาหารท้องถิ่น ซึ่งที่พักจะอุดหนุนชาวบ้านในพื้นที่ทำมา เราเลือก ข้าวยำปักษ์ใต้/ข้าวมันแกงกุ้ง ขนมเลือก ขนมเปียกปูน ขนมใส่ไส้ ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง ชอบมากๆเลย

มาสิชลอาหารทะเลก็อร่อยและราคาไม่แพง แต่ร้านดังของสิชลกลับเป็นร้านขาหมู ร้านขาหมูโกโตว ร้านเก่าแก่ดั้งเดิมอยู่กลางเมืองสิชล มีสาขาใหม่เปิดริมถนนเส่นสุราษฎร์-นครศรี ร้านอาหารทะเลเด็ดๆก็มีหลายร้านอย่าง ร้านแลเล หรือ อ่าวสิชลซีฟู๊ด อาหารอร่อยวิวสวย ร้านกาแฟดีๆก็มีหลายร้าน ทั้งอยู่ริมหาด หรือไม่ริมหาด คอกาแฟไม่มีคอแห้งแน่นอน แนะนำ Blue surf cafe’ คาเฟ่ริมหาดของ สิชลคาบาน่า ที่พักดังของสิชล บรรยากาศดีเครื่องดื่มใช้ได้ ถ้าไม่สั่งกาแฟ ชวนลอง Sichon Free wave เครื่องโซดาผสมรส+กลิ่น ที่แช่เย็นๆ เอามานั่งดื่มริมหาดฟังเสียงคลื่นรับลมทะเล เข้ากันสุดๆ | แสงแดดคาเฟ่ ติดถนนใหญ่ ทล.401 ไม่มีบรรยากาศแต่ร้านขาวสะอาดสดใส มีกาแฟดีที่คั่วเองหลังร้าน

// วัดเจดีย์ //
ไอ้ไข่แห่งเมืองคอน ดังทั่วบ้านทั่วเมือง ด้วยความเชื่อความศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ ตามประวัติเล่ากันว่า ไอ้ไข่คือเด็กวัดที่เสียชีวิตไปนานแล้ว แต่ยังคงผูกพันธ์กับวัด เดิมทีไอ้ไข่มีความศักสิทธิ์ในเรื่องช่วยเหลือหาของที่หายไป ใครมาบนบานให้ช่วยไอ้ไข่ก็ช่วยให้หาเจอ ต่อมาคนก็มาบนบานขอเกี่ยวกับการค้า การงาน การเงิน ไปถึงการเสี่ยงดวง หลายคนสำเร็จดังหวังก็มาแก้บนด้วยประทัด บางคนก็แก้บนด้วยรูปปั้นไก่ ในวัดจึงเต็มไปด้วยรูปปั้นไก่ทั้งใหญ่ทั้งเล็ก เสียงประทัดแก้บนก็ดังสนั่นหวั่นไหวทั้งวัน การมากราบไหว้ ให้เริ่มต้นด้วยการไปกราบพระในโบสถ์ก่อน ค่อยออกมาไหว้ไอ้ไข่ด้านนอก (ซึ่งตอนนี้มีรูปปั้นรูปสลักหลายตัวมาก ไม่รู้ว่าอันไหนคืออันเริ่มแรกแหละ)

โปรแกรมเที่ยว ขนอม-สิชล 3 วัน 2 คืน สำหรับทริปนี้

วันที่ 1
กรุงเทพฯ – นครศรี (นกแอร์)
ขนมจีนเมืองคอน / มุ้ยคาเฟ่
วัดเจดีย์ / อุโมงต้นยาง
ที่พัก : ชลนภา รีสอร์ท หาดคอเขา
อาหารเย็น : ครัวชลนภา / ปาหนันคาเฟ่
วันที่ 2
แหลมประทับ (ล่องเรือดูโลมา) / สะพานไม้อ่าวเตล็ด / เจดีย์ปะการัง
ตลาดขนอม / Khanom Espresso / หาดหน้าด่าน / หาดขนอม
ถนนเลียบชายทะเลขนอม-สิชล / เนินเทวดา-เนินนางฟ้า / จุดชมวิวเขาพลายดำ
ที่พัก : สิชลเตโซโร่
อาหารเย็น : ครัวท้องปลา
วันที่ 3
หินงามรางทัด / อนุสาวรีย์กรมหลวงฯ / ปากน้ำสิชล / Blue surf cafe’
หาดสิชล / หาดหินงาม / ก๋วยเตี๋ยวกั้ง / แสงแดดคาเฟ่
สนามบินนครศรีธรรมราช

ทิ้งท้ายปลายหนาวที่ดอยแม่มอญ เชียงราย

ดอยแม่มอญ : บ้านแม่มอญ ต.ห้วยชมภู อ.เมือง จ.เชียงราย

ปลายมกรา’ 2565

บ้านแม่มอญ หนึ่งในหมู่บ้านบนดอยของ ต.ห้วยชมภู เหมือนกับ บ้านปางขอน บ้านห้วยชมภู ที่เป็นแหล่งปลูกกาแฟอาราบิก้าคุณภาพดีอีกแหล่งของเชียงราย นอกจากมีกาแฟดีให้ชิมแล้ว บนดอยแม่มอญก็มีวิวงามๆให้ชมไม่น้อยหน้าดอยอื่น แถมการไปถึงก็ง่ายดาย เพราะอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายแค่ 35 กม. ห่างจากวัดร่องขุ่นแค่ 25 กม. ขับรถขึ้นไปเที่ยวเล่น จิบกาแฟ ชมวิว แล้วกลับลงมานอนในเมืองยังได้ แต่ถ้ามีเวลาอยากให้มานอนนับดาวสักคืน

ถ้าอ่านรีวิวทริปจิบกาแฟดอยช้างของเรา >เชียงราย || เส้นทางสายชากาแฟ < คงพอจะจำได้ว่า ดอยช้างขึ้นลงได้ 2 ทาง ทางที่ชันกว่าแต่สั้นกว่าคือทางบ้านห้วยส้านลีซอ จะผ่านอ่างเก็บน้ำห้วยส้าน ที่มีฝายน้ำล้นให้ขับรถลุย แอดเวนเจอร์เล็กๆ ทางไปบ้านแม่มอญคือทางเดียวกันนี้ ข้ามฝายน้ำล้นไปแค่ 300 ม. จะมีทางแยกขวาไปบ้านแม่มอญ (ถ้าตรงไปก็ไปดอยช้าง) จากทางแยกไปอีกแค่ 8 กม. ก็ถึงตัวหมู่บ้านแม่มอญ ถนนเป็นทางปูนอย่างดี รถใหญ่รถเล็กไปได้สบายมาก ไม่แคบ ไม่ชัน

ตรงไปจะไปดอยช้าง ให้แยกขวาไปตามป้ายทางไปโรงเรียนแม่มอญวิทยา

เราเลือกพักที่ “ฮักเขา ฟาร์มสเตย์” ที่พักวิวสวยๆ อยู่ก่อนถึงตัวหมู่บ้าน น้องชมพู่เจ้าของที่พัก ต้อนรับพวกเราด้วยชาเลือดมังกรอุ่นๆ จิบแกล้มกับเชอรี่ดอยสดกรอบ ที่พักเพิ่งเปิดไม่กี่เดือน มีบ้านทรงสามเหลี่ยม 3 หลัง ที่คืนนี้พวกเราเหมาหมด อาหารเย็นไม่พ้นต้องเป็นหมูกระทะ อาหารง่ายๆที่ต้องสั่งไว้ล่วงหน้า ห้องพักสะอาด เรียบง่าย แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ยามเย็นถ้าไม่นั่งหน้าบ้านพัก ก็ไต่บันไดเหล็กเหนือบ้านพักหลังใหญ่ขึ้นไปด้านบน เป็นจุดชมวิวได้รอบด้าน มองเห็นตัวหมู่บ้านอยู่ไม่ไกล อีกด้านคือวิวเทือกเขามุมกว้าง มองเห็นตัวเมืองเชียงรายอยู่ลิบๆ ยืนรับลมชมแสงทองของพระอาทิตย์ที่ตกอยู่หลังเขากับเครื่องดื่มเย็นๆสักแก้ว ก่อนจะลงไปจัดการหมูกระทะ

ห้องพักทุกหลัง เปิดประตูออกมาชมทะเลหมอกได้เลย แต่ตอนเราไปไม่มีเพราะฝนซามาได้พักใหญ่แล้ว แต่มีแสงสวยๆจับขอบฟ้า นั่งมองจนเห็นพระอาทิตย์ลูกกลมโตค่อยๆเลื่อนขึ้นมาสาดแสงทั่วหุบเขา อากาศยามเช้าในตอนปลายเดือนมกราคมยังคงหนาวระดับสิบต้นๆ ชมพู่จัดชุดดริปมาให้ถึงหน้าห้องพัก ได้นั่งจิบกาแฟอุ่นๆยามเช้า ก่อนอาหารเช้าชุดใหญ่จะตามมา เป็นข้าวต้มไก่ ไข่ลวก และน้ำส้มคั้นสด ข้าวต้มอร่อยมากจนต้องขอเติม

อิ่มแล้ว อาบน้ำแต่งตัว ขับรถขึ้นไปบนหมู่บ้าน ผ่านเห็นหลายที่เริ่มทำเป็นร้านกาแฟ ร้านอาหาร และที่พัก แต่ยังมีไม่มากนัก ยังมีสภาพหมู่บ้านบนดอยที่มีเด็กวิ่งเล่น มีเด็กเดินไปโรงเรียน เราขับรถตามป้ายตัว R ไปเรื่อยๆ จนถึงจุดหมายปลายทางบนยอดเขาที่ “R Coffee” ร้านกาแฟดี วิวเด็ด ร้านกาแฟชื่อดังร้านหนึ่งของบ้านแม่มอญ สั่งกาแฟมาจิบพร้อมนั่งชมวิวกันเพลินๆ กาแฟดีสมชื่อเสียงกาแฟห้วยชมภู ไม่บรรยายเยอะล่ะ ดูจากในคลิปแล้วกัน บรรยากาศดีงาม

ตากกาแฟ

🛏 ที่พัก & คาเฟ่ ☕️

🌼 ไฮเดรนเยียซัง – Hydrangea san

เชียงราย || เส้นทางสายชาและกาแฟ

เที่ยวเชียงราย ตามเส้นทางสายชาและกาแฟ
พฤศจิกายน 2564

“เชียงราย” จังหวัดเหนือสุดของประเทศ เป็นแหล่งผลิตเมล็ดกาแฟพันธุ์อาราบิก้าคุณภาพดีส่งขายทั่วประเทศและส่งออกนอกประเทศด้วย เพราะตามเทือกเขามีพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,000 ม.ขึ้นไป และมีอากาศหนาวเย็น ทำให้ได้ผลผลิตที่ดี แต่ไร่ชาก็โด่งดังมาก่อนนานแล้ว เชียงรายจึงเป็นแหล่งผลิตใบชาชั้นดีด้วยเช่นกัน สำหรับสายจิบชาและกาแฟก็จัดเส้นทางท่องเที่ยวตามถนนสายชาและกาแฟ ทั้ง ดอยช้าง ปางขอน ดอยตุง ผาฮี้ ผาหมี ขับรถเที่ยวไปแวะจิบชากาแฟไปได้เลย

1. เส้นทางสายชาและกาแฟ || ดอยวาวี – ดอยช้าง

เส้นทางแรกอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงราย เป็นทั้งเส้นทางสายชาและกาแฟ ขับรถไปง่ายไม่ชันมาก จากตัวเมืองเชียงราย ขับรถไปตามทางหลวง 118 ถนนเส้นที่เชื่อมต่อระหว่างเชียงรายและเชียงใหม่ ก่อนถึง อ.แม่สรวย เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงชนบท 3037 ทางไปเขื่อนแม่สรวย ทางขับได้สบาย

จุดแวะเที่ยวรายทางจุดแรกคือ จุดชมวิวเขื่อนแม่สรวย มองเห็นอ่างเก็บน้ำของเขื่อนแม่สรวยกับหุบเขาเป็นฉากหลัง

ถึงหลัก กม.134 เป็นสามแยกดอยวาวี ถ้าตรงไปต่อจะไปที่ บ้านวาวี เที่ยวไร่ชาแวะจิบชาที่ดอยวาวี ดอยเลาลี ถ้าเลี้ยวขวาก็จะไปที่บ้านดอยช้าง ระหว่างทางจะผ่านร้านกาแฟสวยเก๋ กาแฟรสดีจากผลผลิตที่ดอยช้างเอง และมีที่พักสวยๆวิวหุบเขากว้างไกลให้เลือกหลายที่

จุดแวะที่ 2 ที่พวกเราแวะ คือจุดชมวิว กม. 5+475 ตรงนี้มีร้านค้าชนเผ่าอยู่ด้วย ขายผักผลไม้ ขายผ้าชาวเขา

Abonzo Cafe ร้านกาแฟบรรยากาศดี กาแฟดีมากกว่าบรรยากาศไปอีก
ร้านกาแฟดอยช้างสาขาแรก บรรยากาศป่าๆ มีศูนย์การเรียนรู้กาแฟ มีโรงสี โรงคั่ว โรงบรรจุเมล็ดกาแฟ อยู่ในพื้นที่ด้วย
The BC2 ร้านกาแฟบนดอยช้างอีกร้านที่มีกาแฟดีกับวิวสวยๆ
ห้องใต้หลังคาน่ารักๆที่ The BC2 มองเห็นหมู่บ้านดอยช้างอยู่ไกลๆ
ฝากท้องมื้อเที่ยงกับครัวอาข่าดอยช้าง มีอาหารทั่วไปและอาหารชนเผ่า ได้ลองผัดหอมชู ผักพื้นบ้านที่ชาวอาข่านิยมเอามาทำอาหาร

เส้นทางวิ่งได้เป็นวงรอบไม่ต้องลงทางเดิม โดยขับไปถึงเกษตรที่สูงฯ จุดชมวิวดอยช้าง แล้วขับต่อไปทางบ้านห้วยส้านลีซอ จะผ่านอ่างเก็บน้ำห้วยส้าน ที่มีฝายน้ำล้นให้ขับรถลุยได้แอดเวนเจอร์เล็กๆ (แนะนำให้ขึ้นทาง อ.แม่สรวย แล้วมาลงทางบ้านห้วยส้าน เพราะทางขึ้นจะชันน้อยกว่า ถนนใหญ่กว่า ทางห้วยส้านจะชันกว่าและแคบกว่าแต่ใกล้ดอยช้างกว่า)

เกษตรที่สูงเชียงราย
พุทธอุทยาน
จุดชมวิวดอยช้าง
ระหว่างทางไปบ้านห้วยส้าน หมอกยังคลุมถนนในช่วงบ่าย

2. เส้นทางสายกาแฟ || บ้านปางขอน

ปางขอนเป็นหมู่บ้านเล็กๆบนดอย อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายแค่ 20-30 กิโลเมตร คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่เป็นชาวอาข่าที่ในอดีตปลูกฝิ่นเหมือนชนเผ่าตามดอยภาคเหนือ ปีพ.ศ. 2536 มีโครงการพัฒนาเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ ส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกกาแฟแทนการปลูกฝิ่น บ้านปางขอนจึงเปลี่ยนจากไร่ฝิ่นมาเป็นไร่กาแฟ วันนี้บ้านปางขอนเป็นแหล่งอาราบิก้าคุณภาพดีของประเทศไทย

จากตัวเมืองเชียงรายขับไปตามถนน 1211 ผ่านสิงห์ปาร์คไปไม่ไกล เลี้ยวขวาเข้าถนน 1208 เส้นทางไปน้ำตกขุนกรณ์ ขับไปถึงด่านตรวจเพื่อเข้าไปตัวน้ำตก จะมีทางแยกขวาขึ้นเป็นทางขึ้นเขาไปบ้านปางขอน ทางค่อนข้างชันคดเคี้ยวแต่ระยะทางไม่ไกลมาก ใช้ทักษะในการขับพอสมควร พ้นช่วงทางชันแล้วจะเจอหมู่บ้านxx ให้เลี้ยวซ้ายต่อไปอีก 3 กม. ตามป้ายบอกทาง ก็จะถึงตัวหมู่บ้าน

บ้านปางขอนมีไร่กาแฟหลายไร่ผลิตกาแฟส่งขายทั่วประเทศ เริ่มมีร้านกาแฟเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปดื่มกาแฟถึงแหล่งปลูก พร้อมชมวิวหุบเขาสงบสวยงาม พวกเราเลือก “ไร่กาแฟครอบครัวมะ” ในการพักค้างคืน ได้ชิมกาแฟหลายชนิด ทั้งกาแฟดริป เอสเปรสโซ่จากเมล็ดต่างๆของไร่ ทำไป ชิมไป ดูหมอกบางๆบนยอดเขา ประทับใจจริงๆ

3. เส้นทางสายชา || ดอยแม่สลอง

ก่อนเชียงรายจะมีชื่อเสียงเรื่องกาแฟ เชียงรายโด่งดังเรื่องชามาก่อนแล้ว สมัยก่อนใครมาเที่ยวเชียงรายก็ต้อง เลยออกจากตัวเมืองไปเที่ยวดอยแม่สลอง ไปดอยตุง แล้วเลยไปถึงแม่สาย ต่อยาวไปเที่ยวสามเหลี่ยมทองคำด้วย การเดินทางก็ไม่ยากเย็น จากตัวเมืองเชียงรายก็ขับรถขึ้นเหนือ ทางเดียวกับที่จะไปด่านแม่สาย ถึงอ.แม่จันจะมีทางเลี้ยวซ้ายขึ้นไปดอยแม่สลอง มี 2 เส้นทางคือ ทางหลวง 1089 กับ 1130 แต่นิยมไปทางถนน 1130 เพราะถนนใหม่และใหญ่กว่า แต่ขับรถได้เป็นวงกลมไม่ต้องย้อนทางเดิมก็ได้

พระธาตุสันติธรรม ระหว่างทางบนถนน 1089

ดอยแม่สลองเป็นชุมชนของอดีตทหารจีนกองพล 93 ที่ถอยหนีจากประเทศจีนเข้าพม่าแล้วสุดท้ายก็มาลงหลักปักฐานอยู่ที่ไทย จากที่อ่านประวัติของชาวจีนในแถบบนี้ มีเขียนไว้ว่าชาวจีนที่อพยพมาอยู่แถบบ้านวาวีแอบนำต้นชาอู่หลงเข้ามาที่ไทย (ที่ต้องแอบเพราะสมัยก่อนจีนหวงพันธุ์ชาดีๆมาก) จึงเริ่มมีการปลูกชาที่ดอยวาวีก่อน แล้วจึงได้มีการเอาไปปลูกที่ดอยแม่สลองด้วย จนมีไร่ชาตามไหล่เขาทั่วไปทั้งดอย ใครที่ไปเที่ยวดอยแม่สลองก็คือไปชมวิวไร่ชากับไปชิมชาดี  

// ไร่ชา 101 //

// ไร่ชาฉุยฝง //

บรรยากาศยามเย็นที่ ภูเมฆตะวันรีสอร์ท มีทั้งที่พัก ร้านชา-กาแฟ และร้านอาหาร เมนูห้ามพลาดเวลามาดอยแม่สลองคือ ขาหมูยูนนาน

ยามเช้าที่ภูเมฆตะวันรีสอร์ท แสงสวยๆกับทะเลกหมอกน้อยๅ
Espresso ยามเช้าสักแก้ว

ที่เที่ยวชมบนดอยแม่สลองนอกจากไร่ชาที่มีตามรายทางแล้ว ก็มีหมู่บ้านชาวจีนยูนนานคือ หมู่บ้านสันติสุข ที่เป็นหมู่บ้านขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก มีร้านอาหารจีนยูนนานแท้ๆ มีผักผลไม้ไม้เมืองหนาว ทั้งสดทั้งแปรรูปให้ซื้อ และมีชาจีนดีๆ จุดชมวิวบนตอยสูงสุดของถนนตรงพระบรมธาตุศรีนครินทราสถิตย์มหาสันติคีรีก็สวยงาม ดูพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกได้ ถ้าสนใจประวัติศาสตร์ก็แวะเยี่ยมและเคารพสุสานนายพลต้วน อดีตผู้นำทหารจีนฮ่อแห่งกองพันที่ 5 กองพล 93 ผู้เป็นต้นตระกูลชาวจีนบนดอยแม่สลองก็ได้ แต่แค่ได้นั่งจิบชาร้อนๆในที่พักมองดูหุบเขาและไร่ชาอันกว้างไกลก็มีความสุขแล้ว

พระบรมธาตุศรีนครินทราสถิตย์มหาสันติคีรี

ดอยหมอกดอกไม้ เป็นที่พัก เป็นร้านชา-กาแฟ แถมด้วยสวนสวยมากๆ ไม่พักก็เข้าไปชมได้

4. เส้นทางสายกาแฟ || ดอยตุง – บ้านผาฮี้ – บ้านผาหมี

เส้นทางที่ 4 เป็นเส้นทางสายกาแฟ จากตัวเมืองเชียงรายขึ้นเหนือไปทางอ.แม่สาย ประมาณ 45 กม.ถึงทางแยกดอยตุง เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวง 1149 ขับเข้าไปไม่ไกลจะเจอทางแยกบอกทางขึ้นดอยตุงแบบทางใหม่ (ทล.1149) กับทางเก่า (ทล.1388) แนะนำให้ไปทางใหม่เพราะชันน้อยกว่าถนนกว้างกว่า ระยะทางไกลกว่านิดหน่อย ทั้ง 2 ทางไปที่ พระตำหนักดอยตุง จุดท่องเที่ยวยอดนิยมบนดอยตุง เที่ยวได้ทั้งวัน เพราะมีทั้งพระตำหนัก สวนแม่ฟ้าหลวง หอเกียรติยศ ที่เปิดใหม่คือ Tree Top Walk ทางเดินชมวิวบนสะพานสูง 40 ม. มีร้านอาหาร ร้านขายของ ทั้งของโครงการและร้านชาวบ้านมาเปิดด้านนอก และที่แน่นอนคือร้านกาแฟดอยตุงต้นตำรับ

จากดอยตุง ขับรถต่อไปตาม ทล.1149 ผ่านจุดชมวิวดอยช้างมูบ เพื่อไป บ้านผาฮี้ ทางจะแคบลง คดเคี้ยวขึ้นลงเขา ไม่ถึงกับชันมาก แต่ก็ควรขับช้าๆระมัดระวัง ระยะทาง 3 กม. ถึงบ้านผาฮี้ มีลานจอดรถของหมู่บ้าน แต่พื้นที่ไม่กว้าง ช่วงวันหยุดคนเยอะ รถก็เลยมีมาจอดตามข้างทางก่อนถึงตัวหมู่บ้าน ทำให้รถสวนกันยากทำให้รถติด ต้องระวังอย่าขับเร็ว ผ่านจากบ้านผาฮี้ เป็นทางลงเขาคดเคี้ยวอีก 7 กม. ถึง บ้านผาหมี จากบ้านผาหมี ขับผ่านตัวหมู่บ้านลงเขาอีกไม่ไกลก็ถึงถนนสายเอเชีย ทล.1 เลี้ยวซ้ายไปอีก 5 กม. ก็ถึงด่านแม่สาย ถ้าเลี้ยวขวาก็กลับเข้าตัวเมืองเชียงราย

เริ่มต้นที่กาแฟดอยตุง กาแฟสดดีๆพันธุ์อาราบิก้า ที่ปลูกบนดอยตุง และผ่านการแปรรูปทั้งหมดบนดอยตุง กาแฟดอยตุง เกิดขึ้นจากความต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้านบนดอยตุง ที่ยากจน ปลูกฝิ่น ทำไร่เลื่อนลอย จนทำให้พื้นที่เสียหายเป็นเขาหัวโล้นแห้งแล้ง โครงการพัฒนาดอยตุงฯ โดยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือที่ชาวไทยเรียกกันติดปากว่า สมเด็จย่า ได้เริ่มโครงการ “ปลูกป่า ปลูกคน” ที่ดอยตุง เข้ามาเริ่มปลูกกาแฟพันธุ์อาราบิก้าและแมคคาเดเมียที่เป็นพืชเศรษฐกิจราคาดี ทำให้ชาวบ้านมีอาชีพและรายได้ที่ดีขึ้น ขึ้นไปถึงดอยตุงต้องแวะร้านกาแฟดอยตุง ถ้าไม่จิบกาแฟก็ชิมไอศครีมได้นะ โดยเฉพาะรสแมคคาเดเมีย อร่อยสุดยอด

ปี 2549 โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication หรือ GI) ชื่อ “กาแฟดอยตุง” สำหรับกาแฟที่ปลูกจากดอยตุง เท่านั้น

จากพระตำหนักแม่ฟ้าหลวง นั่งรถไปต่ออีก 3 กม. ก็ถึงบ้านผาฮี้ ชุมชนชาวเขาเผ่าอาข่าที่เดิมปลูกฝิ่นและทำไร่เลื่อนลอยเหมือนกับชาวเขาที่ดอยแถบนี้ โครงการพัฒนาดอยตุงฯก็ได้เปลี่ยนแปลงบ้านผาฮี้ให้กลายเป็นแหล่งปลูกชากาแฟเช่นกัน

จุดชมวิว ฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบ ที่มองเห็นคือประเทศพม่า

บ้านผาฮี้ติดอันดับต้นๆของจุดท่องเที่ยวในช่วง 4-5 ปีหลังมานี้ เพราะเดินทางมาไม่ยากมากนัก มีที่พักราคาไม่แพง วิวสวย กาแฟเยี่ยม ถ้าไม่พักค้างคืนก็จอดรถที่จอดสาธารณะหน้าหมู่บ้านแล้วเดินเที่ยวเล่นในหมู่บ้านได้ สิ่งที่เห็นคือทุกบ้านมีลานตากเมล็ดกาแฟ หลายบ้านเปิดเป็นร้านกาแฟ บางบ้านเป็นทั้งที่พักและร้านอาหาร ร้านกาแฟ แค่เดินเล่นดูวิถีชีวิต แล้วแวะเข้าร้านกาแฟ นั่งตรงระเบียงห้อยขาจิบกาแฟชมวิวหุบเขากว้างๆก็สุขใจแล้ว

ชิงช้าชาวเขา ที่ลานสาวกอด

ความน่ารักของร้านกาแฟในบ้านผาฮี้คือ การตกแต่งร้านและระเบียงด้วยร่มสีต่างๆ จนกลายเป็นเอกลักษณ์ไป เพราะชื่อร้านคล้ายๆกันไปหมด เลยเรียกกันตามสีว่าร้านร่มแดง ร้านร่มเขียว ประมาณนี้ กาแฟทุกร้านใช้เมล็ดกาแฟผาฮี้เป็นหลัก อร่อยมากน้อยต่างกันไปตามกระบวนการแปรรูปของแต่ละไร่ แต่ละร้าน และฝีมือการชง เดินเที่ยวหมู่บ้าน แวะชิมไปเรื่อยๆ ต้องอยู่สักสัปดาห์ถึงจะชิมครบทุกร้าน

ร้านกาแฟผาฮี้ หรือร้านร่มแดง ร้านกาแฟของผู้ใหญ่บ้าน เป็นทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ มีที่พัก มีโรงคั่วกาแฟด้วย

ร้านกาแฟภูผาฮี้ หรือร้านร่มเขียว เป็นร้านกาแฟร้านแรกที่เปิดที่บ้านผาฮี้

ผาฮี้ฟาร์มสเตย์ ปักร่มเหลืองแสดงพิกัดกันหลงไว้ก่อนขึ้นเนินไปร้าน

Asago cafe & wine bar

Asago Cafe’ & Wine Bar ร้านที่เดินผ่านมาเจอ ตกใจที่มีไวน์บาร์โผล่มากลางหมู่บ้าน ขอเดินขึ้นไปชมหน่อย โอ้โห…ร้านมีมุมชมวิวสวยมาก ขอนั่งจิบไวน์ขาวชมวิวยามเย็นแทนการจิบกาแฟแล้วกัน ประทับใจกับร้านร่มขาวนี้จริงๆ

ดอยผาฮี้ คอฟฟี่ & โฮมสเตย์ ที่พักบรรยากาศดี พร้อมร้านอาหาร ร้านกาแฟ เป็นที่พักของพวกเรา 1 คืนที่บ้านผาฮี้ อาหารเย็นเป็นอาหารชนเผ่า เช้าเป็นข้าวต้ม วิวจากห้องพักสวยงาม กาแฟดีทีเดียว ร้านนี้น่าจะต้องเรียกว่าร่มหลากสี

ทะเลหมอกงามๆยามเช้าที่บ้านผาฮี้

จุดท่องเที่ยวยอดนิยมอีกจุดของบ้านผาฮี้คือ สะพานไม้ไผ่ไร่ผาฮี้ ต้องนั่งรถของหมู่บ้านไปเป็นรถกระบะ ค่ารถคนละ 60 บาทไป-กลับ พักที่ไหนให้ที่พักโทรเรียกรถได้เลย นั่งรวมๆกันไปหลายๆคน รถแวะรับแวะส่งได้ทุกที่ จะไปเช้า สาย บ่าย เย็น ก็ตามสะดวก ถ้าไม่ได้พักแต่แวะมาเที่ยวก็ถามจากร้านกาแฟได้ทุกร้าน เดี๋ยวเขาเรียกรถให้ สะพานไม้ไผ่ไร่ผาฮี้ เป็นไร่กาแฟ มีที่พัก มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ อยู่เลยตัวหมู่บ้านออกไปหน่อย ไปเดินเล่น ถ่ายรูปเล่นได้

จากบ้านผาฮี้ไปเที่ยวต่อบ้านผาหมี ที่เป็นหมู่บ้านกาแฟเหมือนกัน กาแฟผาหมีเป็นกาแฟอาราบิก้าเหมือนบนผาฮี้และดอยตุง นอกจากปลูกกาแฟ ชาวบ้านยังปลูกส้มด้วย มีไร่ส้มสายน้ำผึ้งที่ชาวสวนมาตั้งเพิงขายส้มตามรายทาง

ก่อนถึงตัวหมู่บ้านผาหมี จะมีป้ายเล็กๆบอกว่า “สวนคุณปู่” มีลานจอดรถข้างทาง รถจอดเต็มแม้จะเป็นวันธรรมดา ต้องจอดรถตรงนี้ แล้วเดินตามทางเดินลงไปในหุบเขา จะเป็นร้านอาหาร-กาแฟวิวอลังการสุดๆ

บ้านผาหมีตั้งชื่อตามแนวสันเขาที่มองเหมือนหมีนอนหงาย ลองเลือกร้านกาแฟสักร้านนั่งชิมกาแฟผาหมี แล้วจินตนาการตามคำบอกเล่า

ร้านกาแฟดอยผาหมี ร้านกาแฟแห่งแรกในบ้านผาหมี เป็นทั้งร้านอาหารที่มีอาหารชนเผ่า มีโร่งคั่วกาแฟเองด้วย

77 Coffee View ร้านกาแฟพร้อมบันไดสวรรค์

ร้านกาแฟโอโซนผาหมี กาแฟดีอาหารเด็ด มุมภูเขาอีกฝั่งของหมู่บ้าน

ถ้าดูแผนที่ท่องเที่ยวดอยผาหมี จะเห็นจุด “เส้นทางเสด็จรัชการที่ 9” มันคืออะไร? ต้องเล่าย้อนไปถึงสมัยก่อนที่บ้านผาหมีจะมีถนนลาดยางอย่างดีตัดผ่าน การเดินทางสะดวกสบาย 15 นาทีก็ถึงแม่สายแล้ว แต่เดิมหมู่บ้านชาวเขานี้อยู่บนเขาติดชายแดนพม่าเป็นเส้นทางขนยาเสพติด ชาวบ้านปลูกฝิ่น ทำไร่ ไม่มีบัตรประชาชน อยู่อย่างหวดกลัวอันตรายจากการสู้รบระหว่างทหารพม่าและนักรบชนเผ่า ความทราบถึงในหลวง ร.๙ พระองค์เสด็จมาถึงที่ดอยผาหมีนี้ โดยการนั่งเฮลิคอปเตอร์มาจอดแล้วทรงม้าไปบนเขา นั่นคือรูปพระองค์ทรงม้าที่เคยเห็นๆกันนั่นเอง พระองค์เสด็จมาที่บ้านหมาหมี 3 ครั้งในปีพศ. 2514, 2516, 2517 ทรงโปรดให้ย้ายหมู่บ้านจากชายแดนมาอยู่ตรงที่ปัจจุบันนี้ ทั้งให้มีการตัดถนนเพื่อเดินทางไปในเมืองได้สะดวก ทั้งพระราชทานพันธุ์กาแฟให้ชาวบ้านปลูกแทนการปลูกฝิ่น และพระองค์ยังมอบเหรียญห้อยคอให้ชาวบ้านแทนบัตรประชาชน เพื่อที่ชาวบ้านจะได้ลงจากเขาเข้าเมืองไปค้าขายได้โดยไม่ถือเป็นคนเถื่อน จุดที่เป็นเส้นทางเสด็จคือจุดที่พระองค์ลงจาก ฮ.แล้วทรงม้านั่นเอง อยากรู้เรื่องราวและดูรูปต่างๆ ให้ไปที่ร้าน ภูฟ้าซาเจ๊ะ ที่พักและร้านอาหารของพ่อหลวงซาเจ๊ะ อดีตผู้ใหญ่บ้านผาหมี ที่เคยรับเสด็จในหลวงครั้งเสด็จมาบ้านผาหมี บ้านของพ่อหลวงเคยเป็นจุดพักของในหลวงแวะพักจิบชาที่ชงถวายด้วย

ถนนทางลงจากหมู่บ้านเข้าเมืองที่พระองค์โปรดให้ทหารช่างเข้ามาตัดทางจากเขาลงมา เดี๋ยวนี้ไลน์แมนวิ่งขึ้นลงส่งของแล้ว

5. เมืองแห่งกาแฟ || เมืองเชียงราย

จังหวัดเชียงรายแหล่งปลูกกาแฟชั้นดีส่งขายทั่วประเทศ และส่งออกไปต่างประเทศด้วย ร้านกาแฟดีๆมีทั่วตัวเมืองเชียงราย แค่ไปเที่ยว 4-5 วัน ไม่สามารถแวะชิมได้มากพอ มาแนะนำแค่ที่เคยไปชิม

กาแฟรถเหลือง ร้านอาหารเช้าเก่าแก่ของเชียงราย จอดอยู่ริมถนนตรงหอนาฬืกา เปิดแต่เช้ามืด สายๆก็ปิด เก็บร้าน ใครไปเที่ยวเชียงรายอย่าพลาดสั่งปาท่องโก๋มาจิ้มกาแฟกินยามเช้า มองหอนาฬิกาที่ออกแบบวิจิตตระการตา

ร้านกาแฟไม่ธรรมดา เพราะบริการด้วยคนพิเศษ (นักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา) อยู่ใกล้ๆวัดร่องขุ่น ขอเชิญชวนให้ไปอุดหนุนน้อง เป็นรายได้สนับสนุนน้องๆ

ตรงข้ามวัดร่องขุ่น มีร้านกาแฟเปิดใหม่ (พฤศจิกายน 2564) ชื่อร้านโดดเด่นว่า 12 21 Specialty Coffee ก็เลยขอแวะชิม ไม่ผิดหวังจริงๆ บาริสต้าระดับแชมป์ จากกรุงเทพฯมาเปิดร้านที่เชียงรายนี่เอง ใช้เมล็ดกาแฟปางขอน และมีเมล็ดนอกให้เลือก

Dowall Coffee & Gallery ร้านกาแฟที่จิบกาแฟไปด้วยชมแกลเลอรี่ไปด้วย เพราะร้านตกแต่งไปด้วยรูปภาพเต็มทั้งผนัง ด้านหลังมีสนามหญ้าสวยๆกับบ่อน้ำ มีห้องพักที่พวกเราพัก 1 คืน เสียดายที่ไม่ได้ชิมกาแฟเลย เพราะไปตระเวณชิมกาแฟจากร้านอื่นๆมาจนคาเฟอีนล้นแล้ว มีโอกาสครั้งหน้าจะแวะไปชิม ที่พักดีมาก สะอาด สวยงาม

ร้านชีวิตธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา ร้านสวยริมแม่น้ำกก ที่เคยมาชิมอาหารแล้วอร่อยดี คราวนี้มาชิมกาแฟกับเค้ก ก็ดีไม่แพ้อาหาร

#ดอยช้าง #ปางขอน #ดอยตุง #ผาฮี้ #ผาหมี

สตรีทอาร์ตเชียงราย

🤙 สตรีทอาร์ทเชียงราย 🤙

มาตัวเมืองเชียงราย ใครๆเขาไปวัดสีขาว วัดสีฟ้า เรากลับพุ่งตรงมาบขส.เชียงราย ไม่ใช่จะต่อรถไปไหนหรอก แต่จะมาดูสตรีทอาร์ทเชียงราย ใช่แล้ว! ที่สถานีขนส่งเชียงราย

จุดที่ 1️⃣ สตรีทอาร์ท บขส.เชียงราย

สมกับเป็นเมืองแห่งศิลปะ สถานีขนส่งเชียงรายถูกวาดภาพตามผนังสวยงาม สื่อความเป็นเชียงราย ไม่ใช่แค่ 1 ผนัง 2 ผนัง แต่ทั่วทั้งสถานีไปเลย แทบจะทุกผนังทุกเสา นอกจากภาพฝาผนังแล้วที่นี่ยังเป็น Tourist information center ด้วย แล้วก็ยังมีห้องแสดงภาพวาด ภาพถ่ายประกวด เหมือนแกลเลอรี่เล็กๆ เข้าไปชมได้ฟรี เวลาต้องรอรอบรถก็ไม่เบื่ออีกต่อไป

📌 สถานีขนส่งจังหวัดเชียงรายแห่งที่ 1 (ท่ารถเก่า) ถ.ประสพสุข ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย
GPS : 19.90355995932971, 99.83357864513249

จุดที่ 2️⃣ สตรีทอาร์ทดอยแม่สลอง

ออกจากตัวเมืองเชียงรายไปราวๆ 70 กม. ขับรถชั่วโมงกว่าๆ เลี้ยวซ้ายจากถนนใหญ่ขึ้นเขาไปที่ดอยแม่สลอง ที่ๆชุมชนชาวจีนยูนนานแห่งกองพล 93 ถอยร่นจากประเทศจีนมาลงหลักปักฐานนานกว่า 40 กว่าปีมาแล้ว ก่อตั้งเป็นหมู่บ้านสันติคีรี มีอาชีพปลูกไร่ชากับผลไม้เมืองหนาว นักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวชมวิวหุบเขาสวยๆ เดินเที่ยวในหมู่บ้าน ทานอาหารจีนยูนนาน ซื้อชา ซื้อผลไม้ แถมมีสตรีทอาร์ทเก๋ๆ แอบอยู่ ตามรั้ว ตามผนัง หลายจุด น่ารักไม่น้อย

📌 หมู่บ้านสันติคีรี ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
GPS : 20.16420981339856, 99.62416961137771

จุดที่ 3️⃣ สตรีอาร์ทแม่สาย

ลงจากดอยแม่สลอง ขับรถต่อไปจนสุดแดนสยามที่ อ.แม่สาย ที่นี่มีสตรีทอาร์ทแอบๆอยู่ 1 แผง ในซอบเทศบาล 8 (ซอยน้ำบ่อหลวง) มีรูปพี่ตูนขับรถตุ๊กตุ๊กให้พี่กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่นั่ง (เพราะตอนนั้นพี่ตูนกำลังดังจากการวิ่งระดมทุนจากเหนือจรดใต้) แล้วก็รูปอื่นๆเกี่ยวกับแม่สายเต็มแผงตึก แถมด้วยสตรีทอาร์ทเก๋ๆตามรั้วบ้านต่อเข้าไปในซอยอีก รูปแผงหลักตอนนี้สีซีดไม่สดใสสวยงามแล้ว แต่ถ้าผ่านไปก็แวะไปชมได้นะ

📌 สตรีทอาร์ทแม่สาย ซอบเทศบาล 8 (ซอยน้ำบ่อหลวง) อ.แม่สาย จ.เชียงราย
GPS : 20.439240097485847, 99.88296464688437

มีมาฝากแค่ 3 จุด เอาไว้ได้ไปเจอที่อื่นๆในเชียงรายอีกจะมาอัพเดตให้นะ

นาคาทริป @บึงกาฬ

พฤศจิกายน 2564

เที่ยวบึงกาฬ วงรอบเล็ก เริ่มจากอุดร ขึ้นไปทางโซ่พิสัย ไปป่าภูสิงห์ ขึ้นไปเที่ยวหินสามวาฬ แล้วไปปักหลักที่บึงโขงหลง เพื่อขึ้นถ้ำนาคา นมัสการหลวงปู่อือลือ แล้ววนกลับอุดร ทางบ้านเชียง ความจริงแล้วไปเที่ยวบึงกาฬ ตั้งต้นที่นครพนมใกล้กว่าแต่เที่ยวบินมันน้อยแถมแพง เลยนั่งเครื่องไปลงอุดรดีกว่า จุดท่องเที่ยวคราวนี้เราเน้นไปที่ความเชื่อความศรัทธากับพญานาค หรือ นาคา ของชาวบึงกาฬ จึงตั้งชื่อว่า นาคาทริป

Street Art บึงกาฬ @พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต

หมู่บ้านขี้เหล็กใหญ่ ต.หนองพันทา อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ
📍 พิกัด: 18.099376562511985, 103.40115139559417
FB : https://www.facebook.com/LifeCommunityMuseumBuengkan/

จากสนามบินอุดรธานีไป อ.โซ่พิสัย ระยะทางร่วม 140 กม. ใช้เวลาขับรถราวๆ 2 ชั่วโมง พื้นที่ของ พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต มีเรือนหลักเป็นเรือนไม้อีสานเก่าแก่ อายุกว่าร้อยปี แต่เดิมเป็นบ้านอยู่อาศัยของครอบครัว คุณสุทธิพงษ์ สุริยะ หรือคุณขาบ Food Stylist ชื่อดังของไทยและของโลก วันนี้เราโชคดีที่ไปถึงแล้วได้เจอคุณขาบ ที่น้องๆจิตอาสาในบ้านบอกว่าแกมาไม่บ่อย นับว่าในความโชคร้ายที่ล่าช้าก็มีความโชคดี ได้นั่งพูดคุยกับคุณขาบถึงที่มาที่ไปของโครงการ “Local สู่เลอค่า” แค่นี้ก็น่าจะอธิบายความหมายได้ชัดเจน ถึงความคิดที่จะเอาอะไรที่เรามองว่าเป็นของพื้นบ้าน ของของธรรมดา เป็นของคุ้นตา เปลี่ยนแปลงให้ดูน่าสนใจ น่ามาสัมผัส น่ามาเยี่ยมชม

บ้านไม้หลังหลักคือบ้านเดิมที่คุณขาบเคยอยู่อาศัยตั้งแต่เด็ก เอามาปรับปรุงให้ยังดูไม่ที่มีความเก่าแผงตัวอยู่ทุกซอกมุม ประดับตกแต่งด้วยภาพของในหลวง ร.๙ เป็นหลัก สวยงามทั้งแผ่นไม้ พื้น ผนัง หลังคา สวยงามทั้งการจัดแต่ง และยังคงลักษณะการใช้งานของห้องต่างๆให้เห็น

ออกจากเรือนไม้ ลงไปเดินเที่ยวบริเวณรอบๆพิพิธภัณฑ์ เหมือนเดินเที่ยวแกลเลอรี่ มีงานศิลปะร่วมสมัยที่นำเอาพญานาค สิ่งศรัทธาของคนอิสานมาเป็นหัวใจหลัก ทั้งรูปปั้น ทั้งภาพวาด ทั้งการจัดพื้นที่ตกแต่ง เดินเที่ยว ถ่ายรูปเพลินมาก เหมือนที่คุณขายบอกว่า มีคนมาเที่ยวบอกแกว่า ถ่ายรูปที่นี่เอาไปโพสต์เป็นอาทิตย์ก็ไม่หมด

มีรูปวาดพญานาคจากฝีมือ ครูโต ม.ล.จิราธร จิรประวัติ อยู่หลายรูป สวยมาก เก๋มาก แถมด้วย รูปพญานาคเลื้อยพันน้องมาดีร์ ด้วยฝีมือของ Alex Face หรือ พัชรพล แตงรื่น ศิลปินสตรีทอาร์ทชื่อดังผู้สร้างน้องมาดีร์ แผงใหญ่น่ารักสุดๆ แค่เดินเที่ยวเล่นในพิพิธภัณฑ์ก็ทำให้หมดเวลาแล้ว

ความจริงยังมี Graffiti พญานาคเก๋ๆอีกหลายจุดทั่วหมู่บ้าน ตามผนังบ้าน ผนังร้านค้า หน้าร้านตัดผม ประตูวัด มีอยู่หลายสิบจุด แต่เราไม่มีเวลาจริงๆ เพราะมีเป้าหมายต่อไปอีก 60 กม. ที่หินสามวาฬ

ศิลปะบำบัด โรงพยาบาลโซ่พิสัย

โรงพยาบาลโซ่พิสัย อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ
📍 พิกัด: 18.095762813219693, 103.47454559979721

ก่อนจะจากหมู่บ้าน คุณขาบแนะนำว่าให้ไปแวะ โรงพยาบาลโซ่พิสัย และอย่าลืมถามหาผอ.รพ.ด้วย เพราะ ”เป็นคนพรรค์เดียวกับผม” แต่เราไม่มีเวลามากและเกรงใจ แต่ได้แวะไปที่รพ.ตามคำแนะนำ รพ.ประจำอำเภอ ขนาดเล็ก ตัวตึกค่อนข้างเก่าเหมือนรพ.ตามตำบล หรือ อำเภอทั่วไป แต่ปรับปรุงทาสีใหม่เอี่ยม ตกแต่งด้วยศิลปะต่างๆ สวยงามน่ารัก Graffiti บนผนังตามแผนกต่างๆ ผูกโยงกับพญานาคตามความเชื่อ ทำให้การมาโรงพยาบาลที่มีแต่ความทุกข์พอให้ได้ลืมความเจ็บป่วยและอมยิ้มได้บ้าง

“พิพิธภัณฑ์โรงพยาบาลโซ่พิสัย เป็นไอเดียที่ผมได้พูดคุยกับคุณหมอสุรพงษ์ รักษวุธ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ
แนวทางการพัฒนาสถานที่ราชการ ส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวชุมชน สถานที่ท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
โรงพยาบาลชุมชนของอำเภอเล็กๆ ที่ห่างไกลความเจริญ งบประมาณของภาครัฐก็ยิ่งน้อยอยู่แล้ว จะทำอะไรมากก็ไม่ได้ ต้องเขียมและเจียมตัว
ในฐานะที่ผมเป็นคนอำเภอโซ่พิสัย การทำงานจิตอาสาด้านศิลปะการออกแบบเป็นสิ่งที่ผมถนัดสุด จึงอยากจะนำไอเดีย Local สู่เลอค่า มาปรับปรุงอาคารโรงพยาบาลอำเภอเล็กๆ ชาวบ้านคนไข้ฐานะยากจนที่มารักษา จะได้มีรอยยิ้ม ไม่รู้สึกหดหู่มากเกินไป
ผมก็หวังว่างานศิลปะจากซากอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ที่ผุพัง ถูกนำมาซ่อมแซมและพ่นสีเขียว สีของอำเภอโซ่พิสัย กลายเป็น…..พิพิธภัณฑ์โรงพยาบาลโซ่พิสัย
จะกลายเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเที่ยวงานบั้งไฟพญานาค ในวันที่ 21 ตุลาคมนี้ ได้มาเช็คอินกัน และขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาทั่วไทย ร่วมใจกันบริจาคเงินให้กับโรงพยาบาลโซ่พิสัย ซื้ออุปกรณ์การแพทย์ เพราะยังขาดแคลนอีกมากมาย
เงินบริจาคของท่าน ทางโรงพยาบาลจะออกใบเสร็จรับเงิน เพื่อนำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ ได้บุญกุศลไปด้วยกันครับ
ท่านใดสนใจมาเยี่ยมชม มาถ่ายทำ มาสัมภาษณ์เรื่องราวของศิลปะในโรงพยาบาล ทั้งภาพวาดกราฟฟิตี้พญานาครักษาคนไข้กว่า 42 ภาพ / พิพิธภัณฑ์โรงพยาบาลโซ่พิสัย
ติดต่อพูดคุยกับคุณหมอนักพัฒนาตัวจริง เสียงจริง ได้เลยครับ
นายแพทย์สุรพงษ์ รักษวุธ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ โทร 086-8719050
ขอบคุณครับ
ขาบ”
Source: https://www.facebook.com/suthipong.suriya/posts/10158762113123772

เป็นอำเภอที่น่ารักจริงๆ ถ้ามีโอกาสไปบึงกาฬอีกครั้งต้องไปเก็บรายละเอียดให้หมดทุกจุด หรืออาจไปนอนโฮมสเตย์ที่พิพิธภัณฑ์มีชีวิตก็ได้ จะได้ปั่นจักรยานชมหมู่บ้าน ได้นอนบ้านแบบดั้งเดิม ได้ชิมอาหารที่รังสรรค์จากฝีมือฟู๊ดสไตล์ลิสตระดับโลก

เชิญชวนให้เข้าไปเยี่ยมเยียน พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต บึงกาฬ กันนะ ไม่ไกลจาก อุดรธานี หรือ หนองคาย เป็นจุดแวะระหว่างทางได้เลย แค่ขับรถวนเที่ยวเล่นในหมู่บ้าน แวะถ่ายรูปกับ Graffiti พญานาคหลายร้อยจุดก็เพลินแล้ว หรือแวะเข้าไปที่ พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต ชมบ้าน ชมสวนศิลปะรอบๆบริเวณ เสียค่าบำรุงสถานที่คนละ 50 บาท คุ้มเกินคุ้ม

หินสามวาฬ

หินสามวาฬ : เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู” ต.โคกก่อง อ.เมือง จ.บึงกาฬ
เปิด/ปิด : 05:00 – 17:00
📍 พิกัด : 18.30567257264815, 103.78906298180807

หินสามวาฬ อยู่ในพื้นที่ของเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู ต.โคกก่อง อ.เมือง จ.บึงกาฬ แต่นิยมเรียกกันสั้นๆว่าป่าภูสิงห์ ที่นี่ไม่ต้องจองคิว มาถึงก็ลงทะเบียน ตรวจผลฉีดวัคซีน แล้วต้องนั่งรถของจนท.ขึ้นไป คันละ 500 บาท นั่งได้ 8-10 คน หารกันได้ หรือเหมาคันไป รถพาขึ้นจะมีจุดแวะมาตรฐานให้ 5-10 จุด คือ ลานธรรม กำแพงภูสิงห์ หินช้าง ประตูสวรรค์ ส่างร้อยบ่อ และหินสามวาฬ และจุดชมวิวอื่นๆอีก 2-3 จุด

พวกเราไปถึงบ่ายแก่แล้ว พี่คนขับรถเราบอกว่า รีบไปที่หินสามวาฬก่อนเลยแล้วกัน เดี๋ยวแสงหมด ที่อื่นค่อยแวะขาลง เราก็ไม่มีปัญหา จากจุดจอดรถเดินเข้าไปนิดเดียวก็เป็นแนวแท่งหินอายุพันปีที่ยื่นออกไปตามรูปที่เคยเห็น แท่งหินหลักคือหินวาฬพ่อ ติดกันมีทางเดินแยกไปคือหินวาฬแม่เป็นหินยื่นออกไปมากสุด ถัดไปเล็กสุดคือหินวาฬลูก เดินข้ามไปไม่ได้

ยืนบนวาฬพ่อ ถ่ายไปเห็นวาฬแม่
ยืนบนวาฬแม่ ถ่ายไปเห็นวาฬพ่อ
วาฬพ่อ วาฬแม่ เห็นวาฬลูกลิบๆ

หลายคนที่เห็นรูปถ่ายจะคิดว่าน่ากลัว แต่เวลาไปเดินจริงๆมันไม่น่ากลัวเพราะมีแนวเส้นปลอดภัยโดยรอบ อย่าเดินออกนอกเส้น มันก็จะปลอดภัย และที่ไม่น่ากลัวเพราะไม่ได้เป็นแนวตัดลงเหมือนหน้าผา

แนวแถบสีเหลืองคือแนวปลอดภีย

สรุปความว่า เราอยู่จุดเดียว ไม่ได้แวะที่อื่นเลย เพราะชอบตรงหินสามวาฬมาก เดินวนไปวนมาจนพระอาทิตย์เริ่มตก

โดรนขึ้นตอนแสงใกล้หมด ภาพเลยย้อนแสงมากไปหน่อย
3 วาฬมุมระนาบ

กลับออกมาถ่ายรูป+ชมวิวตรงจุดชมวิวถ้ำฤษีข้างลานจอดอีกจุด เดินไปให้สุดผา จะมองเห็นคล้ายๆหินสามวาฬอีกชุดนะ แต่เล็กกว่าและไม่ได้ยื่นเป็นทางออกไปชัดเจน แต่เห็นเป็น 3 แท่งเหมือนกัน

สามวาฬชุดเล็ก ตรงจุดชมวิวถ้ำฤษี

สรุปความว่า เราอยู่จุดเดียว ไม่ได้แวะที่อื่นเลย เพราะชอบตรงหินสามวาฬมาก เดินวนไปวนมาจนหมดเวลา นั่งรถกลับลงมาก็เย็นพอดีเลย เอารูปจากเพื่อนที่ไปก่อนหน้าเรามาให้ดูแล้วกัน

ถ้ำนาคา

การขึ้นไปเที่ยวชมถ้ำนาคา ต้องจองคิวไปล่วงหน้า (ดูวิธีจองคิวได้ที่โพสต์ จองคิวขึ้นถ้ำนาคา) การเดินขึ้น-ลง พร้อมแวะเที่ยวถ่ายรูปตามจุดต่างๆ ใช้เวลาประมาณ 5 ชม. เตรียมน้ำกับอาหารทานง่ายๆขึ้นไปด้วย เราซื้อข้าวเหนียวหมูหวานขึ้นไปคนละห่อ น้ำคนละขวด (ไม่พอ ควรเอาไปสัก 2 ขวด) ขยะทุกอย่างเอากลับลงมาด้วย ด้านบนไม่มีถังขยะ

ถ้าพักที่บึงโขงหลง ก็เดินทางใกล้มากแค่ 20 นาที จุดขึ้นคือ “สำนักสงฆ์ฐิติสาราราม” (วัดตาดวิมานทิพย์) เส้นทางน้ำตกตาดวิมานทิพยเท่านั้น ไปถึงก็ตรวจการฉีดวัคซีน หรือผลตรวจเชื้อ แล้วแต่ข้อกำหนดของอช.ในช่วงนั้น เข้าไปดูที่เวปไซต์ของอช.ก่อนไปนะ (เดือนก่อนต้องมีทั้งผลตรวจและหลักฐานการฉีดวัคซีน เดือนพย.ลดเหลือแค่หลักฐานการฉีดวัคซีน อนาคตก็แล้วแต่สถานการณ์) แล้วไปตรวจหลักฐานการจองคิว ลงทะเบียน จ่ายเงิน ทุกกลุ่มจะมีคนนำทาง 1 คน คนนำทางเป็นอาสา ไม่มีเงินเดือน อยู่ได้ด้วยทิปจากนักท่องเที่ยว

จุดท่องเที่ยวที่จะได้เจอ

  • ประตูเต่า (อยู่ระหว่างทางขึ้น)
  • หินหัวเรือ (อยู่ระหว่างทางขึ้น)
  • หัวนาคา หัวที่ 3 (อยู่ระหว่างทางขึ้น)
  • ถ้ำนาคา
  • เจดีย์หลวงปู่เสาร์
  • ผาใจขาด (ตอนนี้ปิดเนื่องจากหินที่ยื่นทางหน้าผาร้าว)
  • เจดีย์หลวงปู่วัง
  • ถ้ำหลวงปู่วัง
  • หัวนาคา หัวที่ 1
ประตูเต่า (อยู่ระหว่างทางขึ้น)
หัวนาคา หัวที่ 3 (อยู่ระหว่างทางขึ้น)

จากการสำรวจของกรมทรัพยากรธรณี พบว่าลักษณะทางธรณีวิทยาหินในบริเวณนี้ มีชื่อทางวิชาการว่า “หมวดหินภูทอก” ประกอบด้วยหินสลับเรียงเป็นชั้นรวม ๒ ชนิด คือหินทรายเนื้ออาร์โคสกับหินทรายแป้งเนื้อปนปูน อายุประมาณ ๗๕-๘๐ ล้านปี หินทั้งสองแบบสลับชั้นกันที่ความหนาประมาณ ๒๐๐ เมตร เมื่อหินยกตัวขึ้นเป็นภูเขา น้ำฝนจะกัดกร่อนเฉพาะชั้นหินทรายแป้งเนื้อปนปูน เนื่องจากเป็นเนื้อหินละลายน้ำได้ ทำให้เกิดชั้นเว้าลักษณะคล้ายถ้ำ ขนานยาวไปตามภูเขา สลับกับชั้นหินทรายซึ่งไม่ถูกน้ำฝนกัดเซาะละลายนูนเด่นขึ้นมาเป็นส่วนที่เหมือนลำตัวพญานาค
พื้นผิวที่เรียกกันว่า “หินเกล็ดพญานาค” เนื่องจากลักษณะเป็นรอยเหลี่ยมสม่ำเสมอตลอดทั่วบนพื้นผิวเหมือนเกล็ดงูขนาดใหญ่ ในทางธรณีวิทยาเรียกว่าปรากฏการณ์ “ซันแครก”(Suncrack) เกิดจากการแตกของผิวหน้าหินทรายจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิที่แตกต่างกันมาก ระหว่างช่วงกลางวันและกลางคืนอย่างรวดเร็ว ทำให้หินเกิดการขยายตัวและหดตัวสลับไปมา หินทรายที่เกิดจากเม็ดทรายขนาดใกล้เคียงกันเมื่อเวลาแตกก็จะมีรูปแบบของการแตกเป็นหลายเหลี่ยมอย่างมีระเบียบเท่ากันตลอด จึงมองดูเหมือนเกล็ดงูดังที่เห็น โดยหินเกล็ดพญานาคที่พบมีอายุประมาณ ๑ แสนปี | ที่มา: อนุสาร อสท. กันยายน 2563

หัวนาคา หัวที่ 1

พวกเรา ใช้เวลารวม 5 ชั่วโมงกว่าๆ ถือว่าได้ตามมาตรฐาน เดินขึ้นประมาณ 2 ชม. เข้าถ้ำ แล้วเดินเที่ยวที่ราบด้านบน ไหว้เจดีย์ ชมวิว ขาลงใช้เวลา 1 ชม. โดยประมาณ

ภูลังกาที่ต้องปีนขึ้นไป

น้ำตกตาดกินรี

น้ำตกตาดกินรี : ทางเข้า วัดป่ากินรี ต.โพธิ์หมากแข้ง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ
เปิด/ปิด : 06:00 – 18:00
📍 พิกัด: 17.944587818032723, 104.12995763229651

ห่างจากจุดขึ้นถ้ำนาคา (จุดทางเข้าน้ำตกวิมานทิพย์) ไปแค่ 7 กม. เป็นน้ำตกตาดกินรีที่อยู่ในเทือกเขาเดียวกัน ระยะทางเดินไปตัวน้ำตกชั้นแรกที่ที่ลานหินกว้าง เล่นน้ำได้ ระยะทางแค่ 400 ม. ทางเดินไม่ชัน ผ่านป่า เลาะหิน ไปเรื่อย ลักษณะธรณีของหินคล้ายๆกับที่ถ้ำนาคา มีหินแตกเหมือนเกล็ดงูเป็นระยะๆ แถมด้วยเจอหัวนาคา 1 หัว ก่อนจะเดินเข้าซอกหินไปโผล่บริเวณน้ำตกชั้น 4 ที่มีหินน่ารัก คล้ายปลาโลมา (ใช้จินตนาการเอาหน่อยนะ :))

หินโลมาในวันที่น้ำแห้งไม่มีมอสปกคลุม
น้ำตกในซอกลับ

บึงโขงหลง

เมืองนี้มีตำนาน ขอเล่าแบบง่ายๆ

พญาอือลือเจ้าเมืองรัตพานคร ซึ่งตำแหน่งเมืองคือบริเวณอ.บึงโขงหลง มีโอรสที่ได้แต่งงานกับเจ้าหญิงที่เป็นลูกสาวของพญานาคราชแห่งเมืองบาดาล แล้วแปลงร่างเป็นมนุษย์มาอยู่กินด้วยกันในเมือง อยู่ไปอยู่มาไม่มีลูกสักที เพราะคนกับนาค มีลูกกันไม่ได้ เจ้าหญิงนาคาก็เสียใจมากจนป่วย กลายร่างกลับเป็นนาค พญาอือลือก็เลยโกรธ ไล่กลับวังบาดาล พญานาคราชก็เลยโกรธด้วย รับเจ้าหญิงกลับและขอเครื่องบรรณาการคืน แต่พญาอือลือ หามาคืนไม่ได้ พญานาคราชเลยยิ่งโกรธมากไปอีก สาปให้เมืองของพญาอือลือล่มจมกลายเป็นบึงโขงหลง และสาปให้พญาอือลือราชากลายร่างเป็นนาค เฝ้าอยู่ในบึงโขงหลงชั่วนิรันดร์ จนกว่าจะมีเมืองเกิดใหม่ในดินแดนแห่งนี้ จึงจะล้างคำสาปของพญานาคราชได้ ซึ่ง ชาวบ้านเชื่อกันว่า เมืองเพิ่งจะพ้นคำสาป เพราะมีการตั้งเป็นจังหวัดบึงกาฬ เมื่อปี พศ. 2554 ก็เลยทำให้บึงกาฬเป็นที่รู้จัก โดยเฉพาะบึงโขงหลงและถ้ำนาคาก็โด่งดังสุดๆ

บึงโขงหลงคือพื้นที่ชุ่มน้ำโลก (Wetland of International Important) ลำดับที่ 1,098 ของโลก (ลำดับที่ 2 ของไประเทศไทย) มีพื้นที่ 13 ตร.กม. เป็นโครงการกับเก็บน้ำเพื่อการเกษตรในหน้าแล้วตามพระราชดำริของในหลวง ร.๙ ประกาศเป็นพื้นที่ห้ามล่าสัตว์ป่าบึงโขงหลงในปี พศ.2525 และขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำโลกในปี พศ.2544

ศาลปู่อือลือ

ตำหนักองค์เจ้าปู่สุริยะวงศ์ชัยนาคราชา (ปู่อือลือ) อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ
เปิด/ปิด : 06:00 – 18:00
📍 พิกัด : 17.96084060191013, 104.0416046023011

ด้วยความเคารพและศรัทธาในตำนานพญานาคแลพญาอือลือ ชาวบึงโขงหลงจึงมีการสร้าง ตำหนักองค์เจ้าปู่สุริยะวงศ์ชัยนาคราชา (ปู่อือลือ) อยู่ใกล้กับวัดสว่างวารี มีพิธีบวงสรวงเซ่นไหว้ ถวายเครื่องบูชาปู่ตา/เจ้าปู่อือลือนาคราช ประจำปี นอกจากชาวบ้านแล้วนักท่องเที่ยวก็นิยมเข้ามากราบขอพร แม้ไม่ใช่วัดแต่ก็มีกฏระเบียบการแต่งตัวให้เหมาะสมเหมือนกัน ใครจะเข้าไปกราบไหว้ก็แต่งตัวให้เหมาะสมด้วย

เกาะดอนโพธิ์

เกาะดอนโพธิ์ อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ
เปิด/ปิด : 06:00 – 18:00

เกาะดอนโพธิ์ เป็นเกาะเล็กๆอยู่กลางบึงโขงหลง คนเชื่อกันว่าเป็นเกาะศักดิ์สิทธิ์ที่ปู่อือลือนาคราชอาศัยอยู่หลังโดนสาปให้เฝ้าบึงโขงหลง บนเกาะจะมีรูปปั้นองค์ขาวและองค์ดำให้สักการะ การไปต้องนั่งเรือเข้าไปเท่านั้น ตามริมบึงจะมีจุดขึ้นเรือหลายจุด หรือไปที่สวนสาธารณะบึงโขงหลงก็มีจุดขึ้นเรือ ราคาปกติไม่เกินคนละ 100 บาท เรือมีทั้งใหญ่และเล็ก นั่งรวมกันไปตามขนาดเรือ บางครั้งก็ต้องเหมาถ้าคนไม่ถึง 5 คน เพราะเรือขนาดเล็กออกเรือครั้งละ 500 บาท นั่งเรือประมาณ 20 นาทีถึงเกาะ ถ้าจะไปสักการะต้องเตรียมดอกไม้ ธูป เทียน บายศรีไปเอง ตรงท่าเรือมีขาย บนเกาะจะมีน้ำท่วม สูงต่ำตามฤดูกาล มีน้ำแห้งบ้างช่วงหน้าแล้ง

ขากลับเรือผ่านให้ดูจุดที่เป็นกลางบึงโขงหลง ที่ถือว่าเป็นจุดของน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่จะใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์นำไปรวมกับน้ำจากทุกจังหวัดทั่วประเทศไทยในพระพิธีสำคัญ เช่น พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

จบนาคาทริป ในบึงโขงหลง อย่างครบถ้วน

ล่องเรือเขื่อนขุนด่านปราการชล

น้ำมาพาเที่ยวเขื่อน | กันยายน 2564

ย่างเข้าเดือน 6 ฝนก็ตกพรำๆ….. นั่งฮัมเพลงลูกทุ่งเก่าแก่มองสายฝนโปรยปรายแทบทุกวัน สถานการณ์โควิดดีขึ้นบ้างแล้ว เริ่มออกเดินทางท่องเที่ยวกันได้ เช้าวันหยุดในวันที่แดดดีฟ้าใสมากกว่าหลายๆวันที่ผ่านมา เลยขับรถคู่ใจไปเที่ยวนครนายก ถ้าให้นึกที่เที่ยวในนครนายกก็ไม่พ้นน้ำตก ที่คุ้นเคยได้มาเที่ยวตั้งแต่เด็กๆ อย่าง น้ำตกสาริกา น้ำตกนางรอง หรือที่เที่ยวยอดนิยมอย่างวังตะไคร้ พอมายุคนี้ มีที่เที่ยวเกิดใหม่ยอดนิยมขึ้นมาคือ “เขื่อนขุนด่านปราการชล”

การมาเที่ยวเขื่อนขุนด่านฯ นอกจากการเที่ยวเขื่อนแบบมาตรฐานทั่วไปคือ เที่ยวชมวิวอ่างเก็บน้ำหรือนั่งรถรางเที่ยวสันเขื่อน ที่นี่ก็ยังมีกิจกรรมยอดนิยมอีก 2 อย่างคือ ล่องแก่งในหน้าน้ำ และนั่งเรือเที่ยวที่ไปได้ทุกฤดู

ระบบจัดการในการเที่ยวเขื่อนขุนด่านฯถือว่าจัดการได้ดีทีเดียว เป็นไปตามวิถีชีวิตใหม่ – New Normal -ทุกคนที่เข้ามาจะต้องไปทำการตรวจคัดกรองและลงทะเบียนก่อน แล้วถึงอนุญาตให้วนรถขึ้นไปบนสันเขื่อนได้ ใครจะเที่ยวล่องแก่งก็มีจุดบริการอยู่ด้านล่าง ถ้าขึ้นไปด้านบนสันเขื่อน จอดรถที่ลานจอด แล้วเลือกใช้บริการท่องเที่ยวจากจุดบริการ นั่งรถรางชมเขื่อน คนละ 30 บาท หรือนั่งเรือเที่ยวลำละ 1500 บาท เหมาได้หรือรอนั่งรวมกับกลุ่มอื่นได้ หรือจะเลือกเช่ารถกอล์ฟขับเที่ยวเล่นก็ได้ มาตรการป้องกันโควิดก็เข้มข้นดีพอสมควร ทุกคนต้องใส่หน้ากากอนามัย นั่งรถหรือเรือจำกัดจำนวนไม่ให้แน่นจนเกินไป

มานครนายกทั้งทีต้องได้เจอน้ำตก เราก็เลยเลือกนั่งเรือเที่ยวในเขื่อน โดยแวะเที่ยวน้ำตก 3 จุด ใช้เวลาเที่ยวโดยประมาณ 2-3 ชม. เรือหางยาวลำใหญ่มีหลังคา นั่งได้ 15-20 คน แต่ตอนนี้ให้ขึ้นประมาณ 8-10 คน มีเสื้อชูชีพครบ นั่งสบายๆไม่ชิดกัน เดินไปลงเรือฝ่าแดดเปรี้ยง ฟ้าใส แต่ยามเรือวิ่ง ลมพัดเย็นสบาย

พี่คนเรือพาแวะจุดแรกที่ น้ำตกคลองคราม มาเที่ยวหน้าฝนน้ำเต็มเขื่อนเรือเข้าไปได้ใกล้มาก ลงเรือแล้วเดินทางเรียบๆไม่โลดโผนไปแค่ 200 ม. ก็ถึงตัวน้ำตก เป็นน้ำตกเล็กๆ แต่สวยงามด้วยสภาพแวดล้อมที่เขียวสดชื่น มีผีเสื้อค่อนข้างเยอะ แต่เรามาบ่ายแล้วผีเสื้อบินว่อนไม่อยู่นิ่ง ถ่ายรูปค่อนข้างยาก ใครชอบถ่ายรูปผีเสื้อควรมาแต่เช้าๆ

จุดต่อไปเป็น น้ำตกผางามงอน ที่ว่ากันว่าเป็นน้ำตกสวยที่สุด ที่นี่ต้องออกแรงในการปีนป่ายมากขึ้นหน่อย แต่ก็ไม่ได้ยากลำบากจนเกินไป น้ำตกมี 2-3 ชั้น เป็นน้ำตกไม่ใหญ่มากเหมือนเดิม แต่ก็ไหลลดหลั่นลงมาสวยงามพอตัว ไต่ขึ้นไปถึงชั้นบนสุด จะเป็นน้ำตกสายยาวจากหน้าผาสูง บางคนเรียกว่าทีลอซูน้อย เราว่าเทียบชั้นเกินไปหน่อย เพราะหน้าผาไม่ได้สูงใหญ่มากนัก แต่ก็ถือว่าเป็นสายน้ำตกที่สูงและสวยพอสมควร

ออกจากจุดแวะที่ 2 ฟ้าสวยๆใสๆหายไปไหนก็ไม่รู้ ฝนลงเม็ดเปาะแปะแล้วก็ลงหนักกระเซ็นเข้ามาเปียกปอนกันหมด แต่เรือก็ยังวิ่งไปที่แวะจุดสุดท้ายที่ น้ำตกช่องลม ที่ฝนหยุดพอดิบพอดีเมื่อถึงจุดลงเรือ เดินเข้าไปไม่ไกล ต้องปีนป่ายหินเล็กน้อย มีจุดสวยคือสะพานไม้ไผ่ข้ามลำธาร สวยดี เข้าไปถึงตัวน้ำตกที่ไม่สูงมาก แต่มีแอ่งน้ำกว้าง ไหลเป็นลำธารลอดผ่านสะพานไม้ไผ่ ล้อมรอบด้วยป่าเขียวขจี เราชอบบรรยากาศโดยรวมของน้ำตกช่องลมนี้มากที่สุด

ครบ 3 จุดก็นั่งเรือกลับตอนบ่ายแก่ๆ บรรยากาศรอบๆเขื่อนดีมาก แสงกำลังสวย เดี๋ยวเดียวเมฆฝนก็ไล่ตามพวกเรามาทัน ขึ้นจากเรือเดินยังไม่ถึงลานจอดรถฝนก็ลงอย่างหนัก ที่ตั้งใจจะนั่งรถรางชมสันเขื่อนยามเย็น ก็เลยต้องผลัดเป็นงวดหน้า

เขื่อนขุนด่านปราการชล : บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก

หนึ่งในโครงการพัฒนาลุ่มน้ำนครนายกตอนบน สร้างขึ้นตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ให้ก่อสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำขนาดใหญ่เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ต่ำ แล้วกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้ง กั้นแม่น้ำนครนายกบริเวณบ้านท่าด่าน เป็นเขื่อนคอนกรีตบดอัด (Rcc Dam: Roller-Concrete Dam) ที่มีความยาวที่สุดในโลก (ความยาวเขื่อนรวม 2 ,720 เมตร) เดิมชื่อ เขื่อนคลองท่าด่าน ภายหลังได้รับพระราชทานชื่อเป็น “เขื่อนขุนด่านปราการชล” มาจากชื่อของ ขุนหาญพิทักษ์ไพรวัน หรือ ขุนด่าน วีรชนผู้นำทัพปกป้องเมืองนครนายกจากการบุกโจมตีของกองทัพเขมรในสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา แห่งกรุงศรีอยุธยา

ที่มา : https://www.khundan.com/home.php

พนัสนิคม เมืองทางผ่าน?

พนัสนิคม เมืองที่เรียกว่าเมืองทางผ่านก็ไม่น่าจะใกล้เคียง ต้องเรียกว่าเมืองที่โดนมองผ่านน่าจะจริงกว่า เพราะน้อยคนนักที่จะเลี้ยวรถเข้ามา อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี

ถ้าพูดถึงการท่องเที่ยวภาคตะวันออก นักท่องเที่ยวส่วนมากก็คงคิดถึงทะเล ถนนสุขุมวิทวิ่งตรงไปชลบุรี เข้าสู่ บางแสน พัทยา ต่อไปถึงสัตหีบ หรือจะเลยไประยอง ยาวไปถึงจันทบุรี และตราด ใครจะเลี้ยวเข้าไปพนัสนิคมที่ไม่ติดทะเล ยิ่งต่อมามีการตัดถนนบายพาส แล้วก็มีมอเตอร์เวย์ ยิ่งพานักท่องเที่ยวตัดตรงวิ่งยาวสู่ทุกจุดหมายปลายทางได้อย่างรวดเร็ว พนัสนิคม จึงคงอยู่อย่างสงบๆต่อไป

บังเอิญที่ได้มาเกี่ยวดองหนองยุ่งกับคนพนัสนิคมเข้า ก็เลยได้มาพนัสนิคมอยู่หลายครั้ง ก็ได้แต่ขับรถมาร่วมงานบุญ งานแต่ง งานศพ มาแป๊บๆก็กลับ ข้าวปลาอาหารก็กินแต่ที่วัดกับที่บ้าน พูดถึงพนัสนิคม สมัยก่อนเลยก็นึกถึงแต่ท้ายรถบรรทุกที่เขียนว่า Panus เคยถามพ่อว่าคืออะไร พ่อบอกว่า รถจากพนัสนิคม ก็รู้จักแค่นั้นมานาน มาลองนึกๆดูว่า ถ้าคิดจะมาเที่ยวพนัสนิคม จะมีอะไรเที่ยวมั๊ยนะ

“พระพนัสคู่บ้าน จักสานคู่เมือง ลือเลื่องบุญกลางบ้าน
ตำนานพระรถเมรี ศักดิ์ศรีเมืองสะอาด เก่งกาจการทายโจ๊ก”

คำขวัญอำเภอนะนั่น! ลองเที่ยวไล่ตามคำขวัญอำเภแดูแล้วกัน

“พระพนัสคู่บ้าน”

// หอพระพนัสบดี //

เริ่มต้นเที่ยวพนัสนิคม ก็ต้องเริ่มที่หอพระพนัสบดี อยู่ตรงข้ามกับเทศบาลเมืองพนัสฯเลย เป็นหอพระอยู่กลางบ่อน้ำ ประดิษฐานพระพนัสบดีองค์จำลอง ลักษณะเป็นพระพุทธรูปยืน ปางประทานพร ศิลปะสมัยทวารวดี องค์จริงมีอายุมากกว่าพันปี โดยองค์จริงเก็บรักษาโดยกรมศิลปากร ชาวพนัสถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองพนัส