Baltic Tips Before Baltic Trip

เล็กๆน้อยๆก่อนไปเที่ยวบอลติค

 

visa-1

 

 

ภายหลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลาย กลุ่มประเทศบอลติคแยกตัวออกเป็นเอกราช และเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (The European Union, EU) และเป็น 1 ใน Schengen Area จึงใช้ Schengen visa เพื่อเข้าไปท่องเที่ยวเหมือนประเทศแถบสแกนดิเนเวีย, ฟินแลนด์ และหลายๆประเทศในยุโรป การขอวิซ่าสามารถเลือกขอวิซ่าจากประเทศที่คุณบินไปลงเพื่อตั้งต้นทริป หรือประเทศที่ใช้เวลาอยู่นานที่สุดในทริป (ขึ้นกับ Trip plan ที่เราวางไว้ ซึ่งต้องเอาแผนการท่องเที่ยวยื่นในตอนขอวิซ่าด้วย) หากไปยื่นขอวิซ่าจากประเทศที่อยู่นอกเหนือจากเหตุผลข้างต้นอาจโดนปฏิเสธได้ รายละเอียดการขอวิซ่า เดี๋ยวจะแยกเขียนอีกครั้งหนึ่ง

เอกสารที่ต้องใช้ในการขอวิซ่าเชนเก้น (ให้ตรวจสอบจากเวปของประเทศที่จะขออีกครั้ง อาจมีเอกสารแตกต่างกันบ้าง)

  • แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า : download จากเวป หรือต้องกรอกข้อมูลนั้นในเวป submit ไปเลย เอาแต่เลขอ้างอิงไปยื่น
  • หนังสือเดินทางพร้อมสำเนา
  • หนังสือเดินทางเล่มเก่า (ถ้าเคยได้รับวีซ่าเชงเก้นมาแล้ว แต่ไม่เกิน 3 ปี)
  • หนังสือรับรองการทำงาน
  • หลักฐานการเงิน : ควรใช้เป็นจดหมายรับรองการเงินจากทางธนาคาร
  • ถ้ามีคนเชิญต้องมีจดหมายเชิญ พร้อมสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เชิญ และเอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์ เช่น พ่อแม่ พี่น้อง
  • ประกันสุขภาพสำหรับการเดินทาง ระบุวันในช่วงเวลาเดินทาง
  • แผนการเดินทาง พร้อมใบจองที่พัก (ถ้าไม่ได้พักบ้านผู้เชิญ)
  • รูปถ่ายสี ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน (ดูรายละเอียดขนาดและสีพื้นหลังในเวปของประเทศที่จะไปยื่นขอด้วย
  • อื่นๆ แล้วแต่ประเทศ

 

sleep-1

 

 

การเลือกจองที่พัก อันนี้แล้วแต่ความชอบและงบประมาณของแต่ละคน ที่พักมีทั้งแบบ Guesthouse, Hostel, Hotel, B&B, Apartment ราคาขึ้นกับลักษณะที่พักและทำเลที่ตั้ง

  • หากคุณยังเป็นวัยรุ่น สนุกกับการทำความรู้จักนักท่องเที่ยวทั่วไป คุณก็พัก Guesthouse แบบนอนรวมห้องน้ำรวมครัวรวมได้
  • หากคุณ ต้องการความเป็นส่วนตัวขึ้นมานิดก็เลือก Guesthouse แบบมีห้องน้ำในตัว
  • ถ้างบประมาณพอมี รักความสะดวกสบายหน่อยก็เลือก Hostel การบริการต่างๆจะด้อยกว่าโรงแรมแต่เราว่าเพียงพอในการเดินทาง
  • ถ้าอยากอยู่แบบบ้านๆ ได้พูดคุยกับคนท้องถิ่นก็เลือกประเภท Bed & Breakfast
  • ถ้างบประมาณเยอะหน่อย ก็เลือกโรงแรมไปเลย มีบริการครบครันทุกสิ่งอย่าง
  • ถ้าชอบอยู่สบายๆแบบอพาตเมนต์ Airbnb เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ยิ่งถ้าเลือกห้องที่มีอุปกรณ์ครัวด้วย จะสะดวกมาก เช้าๆทำอาหารง่ายๆทาน หรือเย็นทำอาหารทานกัน ประหยัดและแก้เบื่อด้วยการพกเครื่องปรุงอาหารแบบไทยๆไปบ้าง (เราพกน้ำจิ้มแจ่วไป บางวันย่างเนื้อ-ย่างไก่กินกัน)

การเลือกประเภทที่พักให้เลือกจากงบประมาณและแบบที่ตัวเองชอบก่อน จากนั้นให้ดูทำเล เช่น อยากเดินเที่ยวได้ง่ายๆให้เลือกที่ใกล้ใจกลางเมือง แต่ถ้ากลาง Old town อาจจะราคาสูงก็เลือกออกมารอบๆ Old town ได้ หรือถ้าคุณมีแผนจะต้องเดินทางโดยรถบัสหรือรถไฟแต่เช้ามืดการเลือกที่พักใกล้ท่ารถก็เป็นทางเลือกที่ดี หากท่ารถไม่ได้อยู่นอกเมืองมากเกินไป) อ่านรีวิวที่พักแต่ละแห่งเพื่อช่วยในการตัดสินใจ รูปภาพอาจดูดีและสวยเกินจริง เวปช่วยจองที่พักต่างๆจะมีที่ให้เลือกเงื่อนไขต่างๆด้านบน ให้กดเลือกลงไปจะช่วยกรองที่พักประเภทที่ตรงความต้องการได้มากกว่า ไม่เสียเวลาไล่ดูที่พักเป็นหลายร้อยๆแห่ง

ที่พักที่เราเลือกในทริปนี้ เลือกจากทำเลก่อนเพราะวางแผนเที่ยวไว้คร่่าวๆแล้ว เช่นใกล้สถานีรถบัสในระยะลากกระะเป๋าไปได้ หรือใกล้สถานที่เที่ยว ใกล้ตลาด ประมาณนี้ แล้วค่อยเลือกราคาที่พักในละแวกนั้น หาวนไปทุกเวปรับจองที่พัก ได้ที่พักในราคา 40€ – 60€ โดยประมาณ โดยไม่เลือกกลาง Old town เลย แต่เลือกในระยะที่เดินไปได้ไม่ไกล

acc-pano_20160811_163905
                     ทีพักแบบอพาตเมนต์มีครัวเล็กๆ ในวิลนิอุส ราคา 50 ยูโร มีห้องนอนเล็กพักได้อีก 2 คน หามาจาก booking.com

 

acc-img_0529 acc-img_20160813_165049
ที่พักหรูหรา ครัวครบ วิวสวยที่ Riga 46 ยูโร ได้จาก airbnb    นอน Hostel ใน Kaunas ราคา 40 ยูโร สะอาดดี

acc-img_20160817_091754 acc-img_0633
อพาตเมนต์ในอาคารเก่าแก่แต่กว้างขวางในทัลลินท์ 63 ยูโร      อาหารเช้าง่ายๆทั้งสะดวกทั้งประหยัด

ถ้าคุณเดินทางด้วยกระเป๋าเดินทาง การเลือกที่พักใน Old town ให้เตรียมใจว่าล้อกระเป๋าอาจพังได้ เพราะพื้นถนนและทางเท้าเป็นหิน ลากไปล้อพังได้เลย แถมดังสนั่นลั่นถนน

acc-img_5698 acc-img_6211
พื้น Cobble Stone ใน Old Town ไม่เป็นมิตรกับกระเป๋าล้อลากเท่าไหร่นัก

การเลือกจองที่พัก ถ้าเป็นไปได้ให้เลือกจองแบบยกเลิกได้ ตามเงื่อนไขระยะเวลา เพราะกว่าจะถึงวันไปแผนคุณอาจจะเปลี่ยนได้ตลอด หรือพอหาข้อมูลเพิ่มเติมคุณอาจเปลี่ยนใจย้ายทำเลที่พัก จองแบบยกเลิกไม่ได้จะได้ราคาถูกที่สุดก็จริงแต่ไม่คุ้มหรอก ยกเว้นคุณจะมั่นใจจริงๆ

ปริ๊นต์ใบจองโรงแรมตลอดการเดินทางแนบไปกับเอกสารขอวีซ่าด้วย แม้คุณจะเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกทีหลังก็ไม่เป็นไร แต่ควรมีการจองไปให้มากที่สุด

ปริ๊นต์ชื่อที่พักที่เป็นภาษาท้องถิ่นพร้อมรายละเอียดที่อยู่ไปด้วย หรือถ้ามีแผนที่ทางไปเลยก็จะดีมาก เพราะบางครั้งเดินหาไม่เจอ อาจต้องถามทาง ซึ่งที่พักบางแห่งแค่ชื่อคนอาจไม่รู้จัก แต่ถ้ามีบ้านเลขที่ ชื่อถนน ชื่อซอย หรือแผนที่ให้ดู จะช่วยให้คนบอกทางไปได้หรือให้แท็กซี่ดูได้ (ยุคดิจิตอล จริงๆไม่ต้องปริ๊นต์นะ เซฟใส่มือถือไป ลดการใช้กระดาษ)

ที่พักที่ไม่ใช่โรงแรมส่วนมากรับแต่เงินสด เตรียมเงินให้พอและดูด้วยว่าราคานั้นรวม Tax และ Service charge อื่นๆหรือยัง

เอาไว้จะมารีวิวการจองที่พักผ่านเวปแบบละเอียดๆให้อีกครั้งดีกว่า ติดไว้ก่อน (หลายติดแล้วนะเนี่ย)

 

trans-2

 

 

การเดินทางระหว่างเมืองและระหว่างประเทศในแถบบอลติคที่สะดวกที่สุดคือรถบัส รถสะอาด นั่งสบาย มีเที่ยวรถให้เลือกเยอะ สามารถวางแผนการเดินทางคร่าวๆด้วยการเช็คเวลารถในเวปไซต์ ถ้ามั่นใจจะกดซื้อเลยก็ได้ราคาจะถูกกว่าไปซื้อที่สถานีนิดหน่อย แต่ไปซื้อแบบวันต่อวันจะทำให้ปรับเปลี่ยนแผนได้ดีกว่า ถ้าไม่ใช่ช่วงเทศกาลสำคัญเช่นวันปีใหม่ คริสต์มาส ไม่ต้องกลัวว่าจะเต็ม ทั้ง 3 บริษัทมีรถหลายเส้นทางและหลายราคา สามารถเดินทางระหว่างเมืองและข้ามประเทศได้ถึงรัสเซีย

bus-img_20160813_135438 bus-img_20160816_155638
รถบัสมีหลายแบบถ้าวิ่งระหว่างเมืองก็เล็กหน่อย ถ้าวิ่งระหว่างประเทศ Lux Express นี่หรูหราสุด

bus-img_20160812_134429 bus-img_0582
บัสทั่วไปเหมือนรถทัวร์บ้านเรานั่งระหว่างเมือง 1-2 ชม.กำลังดี ♦ Lux Express ที่นั่งกว้างหลับสบาย

 

เช็ตตารางเดินรถในบอลติค แนะนำเวปนี้ https://www.autobusubilietai.lt/index.php?lang=0&cl=start เช็คได้หมด บางเที่ยวซื้อได้เลยด้วย จะถูกกว่าไปซื้อที่เคาเตอร์นิดหน่อย แต่เอาแค่เช็คเวลาเพื่อเป็นการวางแผนเดินทางก็พอ จะได้ปรับเปลี่ยนแผนได้

wpbus_lt-1 wpbus_lt-2
มีตารางแสดงเวลาของรถหลายบริษัท หลายราคา บางเที่ยวสามารถซื้อออนไลน์ได้เลย

การเดินทางท่องเที่ยวในแต่ละเมือง วิธีที่ดีที่สุดคือ สองเท้าก้าวเดิน แต่บางครั้งสถานที่มันไกล หรือเวลาจำกัดก็ต้องอาศัยรถเมล์ รถราง บ้าง หรือบางครั้งเดินเที่ยวไปให้ไกลสุดแล้วนั่งรถกลับ

ข้อแนะนำคือ วางแผนการเที่ยวไว้คร่าวๆว่าวันนี้จะไปที่ไหน แล้วจะไปจบตรงไหน เช่น วันนี้จะเดินเที่ยว Old Town แล้วจะไปจบตอนเย็นที่อีกฝั่งของ Old Town หรือไปดูพระอาทิตย์ตกที่หอคอยอะไร ประมาณนี้ จากนั้นก็เข้า Google Map ใส่ต้นทางเป็นจุดปลายทางการเที่ยวของวันนั้น ปลายทางเป็นที่พักของเรา แล้วกดขอคำแนะนำการเดินทาง มหัศจรรย์นะ Google จะบอกมาให้เลยว่าจากจุดนั้นควรใช้รถไฟ รถราง หรือรถบัส เดินไปขึ้นรถที่ตรงไหน เดินกี่เมตร แค่นี้คุณก็วางแผนได้คร่าวๆแล้ว อันนี้ทำได้เฉพาะประเทศหรือเมืองที่มีการอัพเดตข้อมูลไว้กับ Google map ให้ลองทำดู ถ้าไม่มีแนะนำรถสาธารณะเลย

สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก Tourist information หรือจากเวปไซต์ของระบบขนส่ง ซึ่งจะมีทั้งรถบัส รถราง (มีแต่ในเมืองหลวงของแต่ละประเทศ เมืองเล็กๆมีรถเมล์ไม่กี่สาย ให้ดูที่ป้ายรถเมล์ได้เลย)

bus-vilnius_trans-1 bus-vilnius_trans-4
ตัวอย่างเวปของวิลนิอุส มีให้เลือกทั้งรถเมล์, รถราง เลือกชนิดรถ เลือกสายรถ มีชื่อทุกสถานีพร้อมแผนที่

wpbus-stationvabaduse-aptnew
ใช้ตารางรถประกอบกับ Google map ตามรูป เรารู้ว่าที่พักอยู่ป้ายรถ Vabeduse Valijak ใช้ Google map หาเส้นทางแนะนำจากสถานีรถบัสไปที่พัก Google map แนะนำทั้งรถเมล์และรถราง เราดูเลขรถไปหารายละเอียดจากเวประบบขนส่งได้ หากอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติม เช่น เวลา จำนวนป้าย เส้นทางที่รถวิ่ง ชื่อป้ายรถ/หรือสถานี

fb-2

 

 

อาหารการกินในประเทศบอลติค ราคาถูกกว่าประเทศอื่นๆในยุโรป ราคาจะแพงขึ้นไล่จาก ลิทัวเนีย → ลัตเวีย → เอสโตเนีย แต่ก็ยังถูกอยู่ดี ร้านอาหาร ร้านกาแฟ มีให้เลือกมากมายตามแหล่งท่องเที่ยว ควรลองอาหารท้องถิ่นบ้าง ในเมนูจะเขียนไว้เลยว่าเมนูนี้เป็น Traditional food หรือมีธงชาติแปะไว้ข้างๆ จริงๆแล้วก็ไม่ได้แปลกประหลาดอะไร คล้ายอาหารยุโรปทั่วๆไป ยอมรับว่าไม่ได้ทำการบ้านร้านอาหารแนะนำ/เด่นดังไปเลย หิวเมื่อไหร่ก็เข้าร้านอาหาร เช้าทำอาหารกินเองเป็นส่วนใหญ่ ซื้อของจากซุปเปอร์มาเก็ตพวกขนมปัง ไข่ นม น้ำผลไม้ สลัด หรือข้าวต้มได้สบายๆ มื้อเย็นบางมื้อก็ทำทานกัน ผักผลไม้มีให้เลือกเยอะ เพราะเราไปช่วงหน้าร้อน ลัตเวียเป็นประเทศเห็ด เห็ดมากมายหลายชนิดเต็มตลาด ราคาถูก ราคาอาหารมีตั้งแต่ 5€ ไปจนถึง 2-30€ หรือแพงกว่านั้น แล้วแต่ร้าน น้ำเปล่าให้ซื้อน้ำขวด มีทั้งขวดเล็กขวดใหญ่ ราคา 1€ – 2€ ดูดีๆเพราะมี Carbonate Water เยอะอยู่คนนิยมกัน

fb-img_20160811_180609 fb-img_0499
สลัดไก่ย่างกับเบียร์สดที่วิลนิอุส  กระหรี่ปั๊บลิทัวเนีย “Kibini” ตัวใหญ่มาก มีหลายไส้

fb-img_20160816_132246 fb-img_20160817_203238
อาหารลัตเวีย สันคอหมูย่างราดซอส  อาหารยุคกลาง ร้านฮิตในทัลลิน (Olde Hunsa)

fb-img_20160812_083854_1 fb-img_0568

สำหรับนักดื่ม มีเบียร์หลากหลายยี่ห้อให้เลือกทั้งที่ลิทัวเนีย, ลัตเวีย และเอสโตเนีย เข้าไปในซุปเปอร์มาเก็ตใหญ่ๆ มีให้เลือกเยอะจนตาลาย กระป๋องสวยมากๆด้วย เบียร์สดแบบขวดอร่อยนุ่ม สุ่มเลือกได้เลย ลัตเวียมี Sparkling wine ที่รสดีใช้ได้ ถ้าชอบดื่มไวน์ควรค่าแก่การซื้อกลับมา แต่ไวน์แดงไม่เจอที่อร่อยเลยทั้งลิทัวเนีย ลัตเวีย และเอสโตเนีย และอย่างที่บอกว่าอาหารราคาค่อนข้างถูก จึงมีคนจากฟินแลนด์นั่งเฟอร์รี่ข้ามมาเอสโตเนียเพื่อขนเบียร์กลับไป เพราะมันคุ้มค่าเรือ มีทั้งขนกลับไปขายและขนไปจัดงานเลี้ยง ตอนน้องสาวเล่าให้ฟังยังไม่เชื่อ ได้มาเห็นกับตาตัวเอง ที่เราขนข้ามมาเฮลซิงกิ 1 แพ็คใหญ่เป็นของเล็กน้อยไปเลย 555

fb-img_0575 fb-img_20160814_220825

fb-img_0627 fb-img_0605

fb-img_0702 fb-img_9
ยี่ห้อนี้อร่อยหิ้วมา 1 กล่อง ซื้อบนเรือปลอดภาษีคิดแล้วกระป๋องละ 20 บาท คิดว่าซื้อเยอะแล้ว แต่ดูคนอื่นซื้อ…

ชา/กาแฟ ไม่มีอะไรเด่น แต่มี cafe น่ารักน่านั่งให้เลือกมากมาย โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน จะเปิดระเบียง เปิดลานหน้าร้านหลังร้านให้นั่งอาบแดดอุ่นๆ มีขนมท้องถิ่นให้เลือกชิมพร้อมกาแฟ ขนมที่ขายเยอะอีกอย่างคือช็อคโกแล็ต ชิมแล้วอร่อยเข้มข้นดี

fb-img_20160811_200007 fb-img_20160812_190250
กาแฟราคาประมาณ 1€ – 2€ นับว่าถูกในยุโรป แต่ไม่ได้อร่อยเลิศ

รายละเอียดการเที่ยว

 

การเดินทางเที่ยวเอง อาจไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยากจนเกินไป เตรียมหาข้อมูลให้มากที่สุด เลือกเดินทางท่องเที่ยวแบบปลอดภัย ไม่เสี่ยงจนเกินไป เช่นแหล่งที่พัก แหล่งที่เที่ยว เวลาในการเที่ยวและเดินทาง การหลงทางบ้าง พลาดเที่ยวรถบ้าง เป็นเสน่ห์ของการเที่ยวอีกแบบหนึ่ง

Baltic Trip [Part 3] : Estonia

Baltic Trip : Estonia

Aug. 2016

ผ่านมา 2 ตอน 2 ประเทศแล้ว [Lithuania & Latvia] สำหรับทริปบอลติค ตอนนี้เรามาถึงประเทศเอสโตเนีย (Estonia) แล้ว ซึ่งเป็นประเทศเหนือสุดของบอลติค จากตอนที่แล้วเรานั่งบัสจากริก้ามาทาลลินน์ เมืองหลวงของเอสโตเนีย เลือกรถเที่ยวบ่ายแก่ๆ เจอฝนตกตามทางทำให้รถมาถึงทาลลินน์ช้ากว่ากำหนดไปหน่อย มาถึงก็มืดค่ำ กว่าจะนั่งรถรางเข้าไปถึงที่พักก็ปาไปสามทุ่มกว่า ปัญหาเกิด เพราะเจ้าของห้องเช่าไม่อยู่รอ โทรไปคุยก็ไม่รู้เรื่องเพราะป้าพูดรัสเซียใส่ หนาวและหิว ขอความช่วยเหลือจากร้านกาแฟให้ช่วยคุยให้หน่อย สำเร็จจนได้ ป้าไม่มาแต่มีลุงมาเปิดห้องให้ บ่นนิดหน่อยแล้วขอเงินเพิ่มค่าเสียเวลา

ทาลลินน์ | Tallinn

ทาลลินน์ (Tallinn) เมืองหลวงของประเทศเอสโตเนีย (Estonia) เป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในคาบสมุทรบอลติค ด้วยว่าเอสโตเนียเป็นประเทศอยู่เหนือสุดของบอลติค สามารถนั่งเรือผ่านอ่าวทาลลินน์ข้ามไปเฮงซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ได้ง่ายๆ 1-2 ชั่วโมงแล้วแต่ชนิดเรือ หรือข้ามเรือไปสต็อคโฮมก็ได้ แต่นานหน่อยต้องนอนไป 1 คืน นักท่องเที่ยวจึงข้ามมาเที่ยวกันเยอะกว่าประเทศอื่นๆในบอลติค เช้าวันนี้ แผนการเที่ยวคือจะไป Estonian Open Museum แต่ฝนดันตกปรอยๆสลับหนาเม็ด คิดแล้วไม่ไปดีกว่า นั่งละเลียดอาหารเช้า จิบกาแฟ ดูฝนพรำๆ สายหน่อยถึงออกเดินเล่น โชคดีฝนหยุดสลับลงเม็ดบางๆ อากาศมัวซัว แต่เดินเที่ยวเล่นได้ จากที่พักบริเวณ Freedom square เดินไป Old town ได้ไม่ไกล ทางที่ดีหาแผนที่ 1 ใบ เดินเที่ยวไปเรื่อยๆ ตึกสวยๆตลอดทุกซอกทุกมุม ความแตกต่างจาก Old town ที่ผ่านๆมาคือ Tallinn Old town พยายามที่จะทำทุกอย่างให้คงอยู่ในยุคกลาง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ทาลลินน์ดูเป็นเมืองท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ นักท่องเที่ยวเยอะที่สุดเทียบจาก 3 ประเทศในบอลติคที่ผ่านมา จะว่าเป็นย่านจัดตั้งก็ไม่เชิง เพียงแต่มีนักท่องเที่ยวมากกว่าคนท้องถิ่น ต่างจากเมืองอื่นที่คนท้องถิ่นยังใช้ชีวิตกินอยู่ใน Old town ค่อนข้างเยอะ

estonia

มื้อกลางวันวันนี้เข้าร้านดังของเมือง “III Draakon (Kolmas Draakon)” หรือร้าน 3 มังกร ร้านตกแต่งสไตล์โบราณแท้ๆ ร้านอยู่ตรง Town hall เลย น้องสาวน้องชายข้ามเรือจากเฮลซิงกิมาสมทบด้วย เธอพามา เรียกร้านซุป 1 ยูโร แต่ตอนนี้มันขึ้นราคาเป็น 2 ยูโรล่ะ คนจะเยอะตลอดเวลา ต้องต่อแถวรอเข้าไปสั่ง โต๊ะนั่งก็มีน้อย ต้องอดทนรอ เราก็รอคิวประมาณ ½ ชม. แล้วก็ได้สั่งได้นั่งด้านใน ได้บรรยากาศมาก แต่กินยากเหลือเกิน มืดจนไม่รู้แทะอะไรไป 555 อาหารที่มีให้สั่งก็ ซี่โครงอบซ๊อส ซุป พายไส้ต่างๆ มีพายเนื้อกวางด้วย แต่สั่งมาหลายไส้มืดจนจำไม่ได้ว่าอันไหนคืออะไร แป้งอร่อยดี กินกับซุปเค็มๆร้อนๆ ใช้ได้

xpano_20160817_152712
Town Hall Square

บ่ายเดินเที่ยว Old Town ต่อไป เข้าไปดู City Museum พอได้บรรยากาศ บ่ายแก่ๆฟ้าเปิดสดใสดีใจมาก ขึ้น Tower ของ Kiek in de Kök ชมวิวเมืองเก่าเห็นอ่าวเป็นฉากหลัง สวยงาม เดินอ้อมมาด้านหลังจะมีร้านกาแฟ ต้องไต่บันไดขึ้นไป นั่งจิบกาแฟชมวิวเมืองได้อีก ราคาบวกค่าชมวิวพอรับได้

ในเมืองมีจุดชมวิวเมืองอยู่หลายจุด เช่น ยอดหอคอย Kiek in de Kök หรือร้านกาแฟด้านหลัง Neitsitorni Kohvik cafe, บนกำแพงของ Tallinn Town Wall, Patkuli viewing platform, Kohtuotsa viewing platform 2 ที่สุดท้ายเป็นจุดชมวิวฟรี วัยรุ่นก็ชอบไปนั่งชิล ไปจีบกัน

tallinn-view-1

เย็นเข้าร้านดังของทาลลินน์อีกร้าน Medieval Restaurant “Olde Hansa” อยู่แถวๆ Town Hall เหมือนเดิม ร้านนี้ดังจนขยายร้านออกไปอีกหลายห้อง ที่ดังคงเพราะมีเอกลักษณ์ แต่งร้านเป็นยุคกลาง พร้อมพนักงานทุกคนแต่งตัวยุคกลาง มีร้านขายของใช้สไตล์ยุคกลางด้วย ควรจองโต๊ะไว้จะได้ไม่ต้องรอ ร้านก็มืดๆสไตล์ยุคกลางอีกเหมือนเดิม กินยากแท้ 555

tallinn-food-1

จุดน่าสนใจใน Tallinn Old Town

  • Tallinn Town Hall Square : เปรียบได้กับลานคนเมือง มี Town Hall กับตึกสวยๆล้อมรอบ (มี Town Hall Pharmacy ที่ว่ากันว่าเก่าแก่ที่สุดในยุโรปอยู่ด้วย) ตัว Town hall เองก็ได้ชื่อว่าเป็น town hall ที่เก่าแก่ที่สุดในแถบบอลติคและสแกนดิเนเวีย ลานกว้างๆนี้ หน้าร้อนร้านตามตึกรอบๆจะเปิดที่นั่งด้านนอกให้นั่งกินดื่มได้ทั้งกลางวันกลางคืน วันเสาร์-อาทิตย์จะมีตลาดนัด คึกคักดี เดินสนุก
  • Katariina käik (St. Catherine’s Passage) : เรียกง่ายๆก็ทางเดินไปโบสถ์เซนต์แคธเทอรีน ระหว่างทางเดินเส้นสั้นๆนี้มีร้านค้า traditional ต่างๆ อยู่ในอาคารยุคศตวรรษที่ 15-17 เดินไปได้บรรยากาศยุคกลาง คนชอบไปถ่ายรูปกันเพราะดูสวยแปลกตาดี ส่วนตัวโบสถ์เดินไปสุดทางแล้วต้องเลี้ยวซ้ายไปหน่อย
  • Tallinn Town Wall หรือกำแพงเมือง มีทางขึ้นไปเดินบนกำแพงเมืองได้ เสียค่าเข้านิดหน่อย ในส่วนกำแพงเมืองไม่มีอะไรมากนัก แต่ถ้าวันอากาศดี ขึ้นไปชมวิวเมืองจากบนกำแพงเมืองได้
  • จุดชมวิว Kohtuotsa viewing platform เดินลัดเลาะไปบนเนินเขา Toompea Hill มีจุดชมวิวงามๆ มองเห็นกำแพงเมือง หอคอย และ หลังคาบ้านสีแดงๆ สวยคลาสสิค
  • โบสถ์ต่างๆ สวยงามดี ถ้ามีเวลาก็เข้าดูด้านในได้ หรือเดินถ่ายรูปจากด้านนอกก็สวยดีแล้ว เช่น Holy Spirit Church, Cathedral of St.Mary the Virgin (Dome church), Alexander Nevsky Cathedral, St. Olav’s church
  • Vabaduse väljak (Freedom Square) เป็นลานกว้าง มีโบสถ์ St. John และ Independence War Victory Column เสาแห่งอิสระภาพสีขาวเด่นเป็นสง่า พร้อมธงปลิวไสว เดินบันไดข้างธงขึ้นเนินไปด้านบน เพื่อไป Kiek in de Kök
  • Kiek in de Kök : ป้อมปืนใหญ่ที่มีหอคอยสูง 38 ม. ขึ้นไปด้านบนมองเห็นวิวเมืองได้รอบด้าน แถมด้วยนิทรรศการเกี่ยวกับสงครามยุคกลางตามชั้นต่างๆ ชั้นบนสุดมีร้านกาแฟด้วย แต่ลงไปนั่งร้านกาแฟด้านหลังตรง Neirsitorn Kohvik  ไต่กำแพงป้อมขึ้นไปจิบกาแฟได้บรรยากาศดี
  • Lennusadam (Seaplane Harbour) : เป็นพิพิธภัณฑ์เรือ น่าสนใจตรงที่ มีเอาเรือรบโซเวียตลำโตๆเข้าไปจอดอยู่ด้านใน ให้เข้าไปเดินดูได้ ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ชอบกันมาก เคยเห็นแต่ในหนังเพิ่งเคยเห็นของจริง นอกจากเรือดำน้ำก็มีอาวุธสงครามต่างๆ มีเรือมีเครื่องบิน พร้อมคำอธิบาย จัดแสงสีมลังเมือง ออกนอกอาคารไปด้านหลังติดอ่าว มีเรือจอให้ขึ้นไปชมได้อีกหลายลำ การเดินทางไปก็ยากอยู่เพราะห่างจากแหล่งท่องเที่ยวอื่น แนะนำให้เรียกแท็กซี่ไป

Kadriorg Palace (พระราชวังคาดริออก)

Kadriorg Palace อยู่ออกนอก Tallinn ไปไม่ไกล นั่งรถบัสหรือรถรางไปได้ เป็นวังเล็กๆ แต่มีสวนสวยๆสีสดใสในหน้าร้อน ด้านในของวังกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ รวมรวมศิลปะของรัสเซียและยุโรปไว้มากมายหลายชิ้น ตัวพระราชวังอายุเกือบ 300 ปีได้แล้วแต่ดูแลได้สวยงามดี เป็นสถาปัตยกรรมแบบบาร็อค ออกแบบโดยสถาปนิกอิตาเลี่ยนนามว่า Nicco Michetti สร้างตามคำสั่งของ พระเจ้าปีเตอร์มหาราชที่ 1 แห่งรัสเซีย ให้เป็นที่ประทับในฤดูร้อนของพระองค์และพระราชินีแคทเธอรีน

การเดินทางก็นั่งรถรางสาย 1 หรือ 3 ลงสถานี Kadriorg หรือรถบัสสาย 34A, 1A หรือสาย 8 ลงที่สถานี J.Poska ในเขต Kadriorg แล้วเดินมาอีก 4-500 ม. ระหว่างทางจะผ่านสวน Kadrioru Park สวยงามร่มรื่น ถ้าเดินเลยพระราชวังไปอีกนิดจะเจอ Vabariigi Presidendi Kantselei เป็นอาคารที่ทำงานของประธานธิบดี ที่เปิดโล่งไม่มีรั้ว ไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยอะไรนอกจากทหารยืนยามง่วงๆ 2 คน นักท่องเที่ยวก็เดินไปดูได้ ไปยืนถ่ายรูปเป็นที่ระลึกได้ด้วย มันทั้งเล็ก เรียบง่าย ทั้งเงียบเชียบ ก็ไม่น่าใช่สถานที่สำคัญมากๆหรือเปล่า อีกฟากถนนใกล้ๆพระราชวังก็มี Art Museum of Estonia สำหรับผู้รักศิลปะ เข้าไปชมได้ ถ้ามีเวลาเหลืออีก เดินเล่นต่อไปอีกไม่ไกลก็ถึงริมทะเลแล้ว

xpano_20160818_101806

จากเอสโตเนีย เราข้ามเรือไปเฮลซิงกิ ใช้เวลาพักผ่อนเยี่ยมเยียนน้องสาวน้องเขยอีก 1 สัปดาห์ ใช้วิซ่าเชงเก้นเหมือนกัน ไม่ต้องขอใหม่เพิ่มเติม จึงเป็นทริปที่เที่ยวได้คลอบคลุม (เหมือนเที่ยวสแกนดิเนเวีย ใช้วิซ่าเชงเก้นเที่ยวได้หมด) เอสโตเนียยังมีที่เที่ยวได้อีกเยอะ ออกไปนอกทาลลินน์ก็มีเมืองชายทะเล ระหว่างอยู่ในฟินแลนด์ก็ออกไปเที่ยวนอกเมืองเฮลซิงกิบ้าง เดินในเมืองบ้าง เอาไว้มาเล่าต่อในตอน ทริปเยี่ยมญาติ

ดูรูปเพิ่มเติมในแกลเลอรี่ Estonia Photo Gallery

estonia-gall

Baltic Trip in Summer

Baltic trip

Aug. 2016

x81ทริปนี้เริ่มต้นแบบเป็นทริปแถม เหตุเพราะจุดประสงค์หลักคือการไปเยี่ยมน้องสาวที่ประเทศฟินแลนด์ ไหนๆบินไปไกลถึงฟินแลนด์แดนใกล้ขั้วโลกแล้ว ก็ควรจะถือโอกาสเที่ยวเพิ่มเติมนอกจากฟินแลนด์ด้วยสักหน่อย เปิดแผนที่ดูจะเห็นที่น่าสนใจมี 2 กลุ่มประเทศที่อยู่ใกล้กับฟินแลนด์ คือ สแกนดิเนเวีย (เดนมาร์ค, นอรเวย์, สวีเดน) กับ บอลติค (ลิทัวเนีย, ลัตเวีย, เอสโตเนีย)

ถามใจดูว่าอยากไปอันไหน แน่นอนแหละ ก็ต้องเป็นสแกนดิเนวีย ดินแดนอันสุดแสนจะโรแมนติค สวยงาม ภาพในฝันกันเลย ก็ทำแผนการเดินทางสิ รออะไร ประเมินค่าใช้จ่ายคร่าวๆว่าเที่ยวสัก 8-9 วันใช้เงินเท่าไหร่ ประมาณการเสร็จถึงกับตาเหลือก ลดมาเหลือ 7 วันยังงบบานอยู่ เปลี่ยนมาวางแผนไปบอลติคแทนแทบไม่ทัน 5555

สรุปว่าเราจะไปเที่ยวกลุ่มประเทศบอลติคกัน บินไปตั้งต้นที่ลิทัวเนีย ต่อรถไปลัตเวีย แล้วไปจบที่เอสโตเนีย สุดท้ายข้ามเรือไปเฮลซิงกิ เยี่ยมน้องสาวแล้วเที่ยวในฟินแลนด์อีกสัก 1 สัปดาห์ แผนนี้มีเหตุผลง่ายๆเลยคือ ใช้เงินน้อยกว่าไปเที่ยวสแกนครึ่งนึง – -“

มารู้จักกลุ่มประเทศบอลติคกันก่อน

baltic_sea_mapBaltic State หรือสาธารณรัฐบอลติค เป็นกลุ่มประเทศที่มีชายฝั่งตะวันตกติดทะเลบอลติค หมายถึง Lithuania – ลิทัวเนีย, Latvia – ลัตเวีย และ Estonia – เอสโตเนีย ทั้ง 3 ประเทศเคยโดนทั้งโซเวียตและนาซีเยอรมันเข้ายึดครอง จนหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อเยอรมันพ่ายสงคราม ทั้ง 3 ประเทศก็โดนรวมเข้ามาเป็นสาธารณรัฐหนึ่งในสหภาพโซเวียต

เมื่อโซเวียตมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเมืองและเศรษฐกิจ สาธารณรัฐต่าง ๆมีความพยายามแยกตัวเป็นอิสระ สหภาพโซเวียตง่อนแง่นไปอีกหลายปี ก็ถึงวันที่สหภาพโซเวียตล่มสลาย เมื่อรัสเซียประกาศแยกตัวเป็นอิสระเป็นประเทศแรก กลุ่มประเทศบอลติคจึงได้ประกาศแยกตัวเป็นอิสระจากสหภาพโซเวียตด้วย เมื่อปี 1991 จึงต้องเรียกว่าเป็นประเทศใหม่ที่เก่าแก่มาก

ตอนตัดสินใจจะมาเที่ยวแถบนี้ยังไม่มีข้อมูลมากนัก ก็ต้องหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ซึ่งก็มีรีวิวภาษาไทยน้อยมาก นักท่องเที่ยวที่อ่านเจอรีวิวเล็กๆน้อยๆ ส่วนมากเป็นคนไทยที่ย้ายถิ่นฐานมาอยู่แถวสแกนหรือยุโรป ขับรถมาเที่ยวบ้าง นั่งเรือสำราญมาบ้าง นักท่องเที่ยวจากไทยไปเลยยังมีน้อย (หรือมีแต่เค้าไม่เขียนรีวิวให้อ่านกันก็ไม่รู้นะ) ที่มีส่วนมากไปแบบทัวร์ ซึ่งทั้ง 2 ประเภทนั้นไม่มีข้อมูลมารีวิวให้เราพึ่งพาได้มากนัก ก็ต้องพึ่งพาเวปไซต์ต่างประเทศ แล้วก็พวก Official web ของสถานที่ต่างๆ จัดทำตารางการท่องเที่ยวออกมาได้คร่าวๆ 8 วัน แบบนี้

Lithuania

  • Vilnius
  • Trakai
  • Kaunas
  • Siauliai –> Bauska (Latvia) –> Riga (Latvia)

Latvia

  • Sigulda
  • Riga / Riga –> Tallinn

Estonia

  • Tallinn (Estonia)
  • Tallinn / Tallinn –> Helsinki

Finland 1 Week

triproute

เตรียมแผนการเดินทางพร้อม ก็ขอวีซ่าค่ะ กลุ่มประเทศบอลติครวมทั้งฟินแลนด์อยู่ในกลุ่มประเทศเชงเก้น ก็ขอวิซ่าเชงเก้นได้ก็จบ หลักการขอวีซ่าจะมาเล่าละเอียดอีกครั้งแล้วกัน ขอวีซ่าผ่านก็ออกตั๋วเครื่องบินได้เลย และทั้ง 4 ประเทศที่จะไป ใช้เงินยูโรในการใช้จ่ายได้ทั้งหมด ก็สะดวกอีกเรื่อง แลกเงินยูโรไป ใช้ได้เลย

baltic-1-1

เอาล่ะ…
เตรียมรองเท้าคู่ใจที่ใส่แล้วไม่กัด (เพราะเดินเยอะมาก และถนนเป็นหิน ไม่ควรใส่รองเท้าพื้นบางมากนะ)
เตรียมเสื้อหนาวตัวเก่งที่ไม่ต้องหนามาก (ก็เราไปช่วงหน้าร้อนของยุโรป แต่อากาศเฉลี่ยไม่เกิน 20°C อ่ะนะ)
เสื้อกันฝน/ร่มก็ต้องมี เพราะประเทศติดทะเลมันมีฝนได้บ่อยๆ
หมวกและแว่นกันแดดก็ควรเอาไปด้วย แม้ลมจะเย็นแต่แดดแรงมาก
กล้องถ่ายรูป มีเลนส์ไวด์จะดี ถ่ายสนุกตามตรอกซอกซอยแคบ เทเลยาวมากไม่ค่อยได้ใช้ แบกหนัก
ไม่พกกล้องก็มือถือค่ะ มือถือเดี่ยวนี้มีกล้องเจ๋งๆทั้งนั้น เคลียร์เมมฯซะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน สวยทุกมุม

พร้อมแล้วก็เดินทาง…..

ximg_20160812_110314 ximg_20160812_131021 ximg_20160815_101637_1 ximg_20160816_143003

Baltic Trip [Part 1] : Lithuania 

Baltic Trip [Part 2] : Latvia

Baltic Trip [Part 3] : Estonia

Website Built with WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: