เรื่องเล่าโซเวียต ตั้งแต่เกิดจนดับ

เรื่องเล่าที่พยายามให้สั้นแต่ดันยาว #2

🇷🇺 ประเทศรัสเซีย มีพื้นที่ประมาณ 17 ล้าน ตร.กม. ถ้านึกไม่ออกว่าใหญ่ขนาดไหน ก็ให้นึกภาพง่ายๆว่า รัสเซียใหญ่กว่าประเทศจีนเกือบ 2 เท่า (9.5 ล้าน ตร.กม.) และประเทศจีนใหญ่กว่าประเทศไทย 19 เท่า (5 แสน ตร.กม.) แต่พื้นที่ 17 ล้าน ตร.กม.ของรัสเซียมีประชาชนน้อยกว่าจีนเป็นสิบเท่า เพราะพื้นที่ส่วนมากเป็นพื้นที่หนาวเย็น เพราะอยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือ ไม่ค่อยมีผู้คนอยู่อาศัย

ก่อนรัสเซียจะเป็น “สหพันธรัฐรัสเซีย” กับพื้นที่ 17 ล้าน ตร.กม.ในปัจจุบัน รัสเซียเคยยิ่งใหญ่กว่านี้ในชื่อ “สหภาพสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต (The Union of Soviet Socialist Republics – USSR)” ที่นิยมเรียกกันสั้นๆว่า “สหภาพโซเวียต” ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1922 ครอบคลุมอาณาบริเวณ 22 ล้าน ตร.กม. เกือบ 1 ใน 6 ของพื้นดินบนโลกใบนี้ 🌎 โว้วววว

❓ โซเวียตหรือรัสเซียมีที่มายังไง จะเล่าทั้งหมดก็ยาวยืด เอาแค่กรุบกริบพอให้นึกภาพได้ก็แล้วกัน

🏰 ภูมิหลังของรัสเซียย้อนไป คศ. 800-900 เป็นยุคเริ่มต้นของ “อาณาจักรเคียฟวารุส” หรือ รุสเคียฟ โดยชาวไวกิ้งเผ่า”รุส” เข้าไปยึดครองพื้นที่แถบยูเครนในปัจจุบันที่มีชาวสลาฟอาศัยอยู่ ตั้งเมืองเคียฟให้เป็นศูนย์กลางการปกครอง ส่งเจ้าชายไปปกครองแว่นแคว้นต่างๆแบบในหนังนั่นแหละ กินพื้นที่ฝั่งตะวันตกเกือบทั้งหมด อยู่มาสัก 200 ปี ก็โดนกองทัพมองโกลที่อยู่ทางตอนใต้บุก มองโกลค่อยๆตีแตกไปทีละเมือง จนสุดท้ายยึดเมืองเคียฟได้ อาณาจักรเคียฟวารุสก็เลยล่มสลาย มองโกลเข้ามายึดครองพื้นที่อยู่ร่วม 200 ปี จนมีวีรบุรุษกู้ชาติคือเจ้าชายดิมิทรี ที่รบจนชนะมองโกลได้ ต่อด้วยเจ้าชายอิวานที่ขับไล่มองโกลออกไปได้หมด ในปีคศ.1462 จากนั้นก็ย้ายศูนย์กลางไปที่มอสโค ตั้งเป็นสาธารณรัฐมัสโควี ส่วนเจ้าชายอิวานก็สถาปนาตัวเองเป็น พระเจ้าซาร์แห่งมัสโควี เป็นการเริ่มต้น “อาณาจักรซาร์รัสเซีย”

⚔️ อยู่มาอีกร้อยกว่าปี ช่วงคศ.ที่ 16 พระเจ้าซาร์มิคาเอลที่ 1 “สถาปนาราชวงส์โรมานอฟ” ซึ่งเป็นราชวงศ์สุดท้ายของรัสเซีย แม้ในยุคสมัยของราชวงศ์โรมานอฟจะมีความยิ่งใหญ่ขยายอาณาจักรไปมากมายจนกลายเป็น “จักรวรรดิรัสเซีย” มีการเปลี่ยนแปลงในการบริหาร ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น ให้มีการก่อตั้งพรรคการเมือง แต่เศรษฐกิจตกต่ำ ประชาชนยากจน สุดท้ายในปี คศ. 1917 พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 โดนประชาชนกดดันจนพระองค์ได้สละราชสมบัติ แล้วให้มีรัฐบาลเฉพาะกาลดูแล แต่ผู้นำพรรคแรงงาน นายวลาดิเมียร์ เลนิน ก็เข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลเฉพาะกาล ฆ่ากษัตริย์และเชื้อพระวงศ์จนเกลี้ยง จับฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่คิดต่างฆ่าเกลี้ยง สถาปนา “สหภาพโซเวียต” และวลาดิเมียร์ เลนิน ขึ้นเป็นผู้นำ ในปี คศ. 1912 เป็นการเริ่มต้นสหภาพโซเวียตในระบอบคอมมิวนิสต์เป็นประเทศแรกของโลก และสิ้นสุดระบอบกษัตริย์ในรัสเซีย
(พยายามให้สั้นที่สุดแล้ว ประวัติศาสตร์ 900 ปี ให้จบใน 2 ย่อหน้า)

🔴 สหภาพโซเวียตกับการเป็นคอมมิวนิสต์ ต่อเนี่องจากยุคเลนิน ไปยุคโจเซฟ สตาลิน ผู้นำเผด็จการที่ฆ่าคนเห็นต่างไปเป็นสิบล้านคน พาสหภาพโซเวียตผ่านสงครามโลกครั้งที่ 2 มาได้ โดยสามารถยึดเยอรมันตอ. กับ ยุโรป ตอ, บางส่วนได้ แต่ก็เกิดการสูญเสียชีวิตและเงินทองไปอย่างมาก เริ่มสู้รบแบบสงครามซึ่งหน้ากันไม่ค่อยไหว สหภาพโซเวียตก็เริ่มต้นสงครามตัวแทนหรือสงครามเย็นกับสหรัฐอเมริกาในปี คศ. 1945 และต่อเนื่องยาวนานไปอีกหลายสิบปี ผ่านยุค นิกิตา ครุสชอฟ ไปยุค เลโอนิด เบรซเนฟ ระหว่างที่เป็นสงครามตัวแทน มีเหตุการณ์สำคัญต่างๆ เช่น วิกฤตการณ์คลองสุเอซ (ค.ศ. 1956) วิกฤตการณ์เบอร์ลิน (ค.ศ. 1961) วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา (ค.ศ. 1962) และมารบจริงจังตอนที่โซเวียตบุกอัฟกานิสถานในปี คศ.1979 ต้องสู้กับกองกำลังมูจาฮีดิญที่ได้รับการสนับสนุนจากอเมริกา

🔆 ล่วงเลยมาจนปี คศ. 1985 สมัยที่ มิคาอิล กอร์บาชอฟ ขึ้นเป็นผู้นำ กอร์บาชอฟยุติสงครามเย็น โดยให้โซเวียตถอนกำลังออกจากอัฟกานิสถาน ปฏิรูปทางการเมืองหลายอย่างภายใต้นโยบาย “กลัสนอสต์ เปเรสตรอยคา” (Glasnost & Perestroika) ให้เสรีภาพประชาชนมากขึ้น ลดอำนาจ KGB ลดความเข้มงวดในการควบคุมสื่อ เปิดสัมพันธไมตรีกับชาติต่างๆ ทำให้รัฐต่างๆที่แต่เดิมก็ไม่ได้อยากอยู๋ใต้อำนาจของพรรคคอมมูนิสต์กลางกันอยู่แล้ว ก็เลยพากันกระด้างกระเดิ่อง คือพอไม่เข้มก็แตกแถวกัน สุดท้ายก็ทยอยประกาศแยกตัวจากสหภาพโซเวียต

กอร์บอชอฟ จำต้องประกาศลาออก ธงฆ้อนเคียวสีแดงของสหภาพโซเวียตถูกปลดลง ถือเป็นการล่มสลายของสหภาพโซเวียตอย่างเป็นทางการ ในปี ค.ศ. 1991 แตกเป็น 15 ประเทศ มีนายบอริส เยลซิน เป็นประธานาธิบดีคนแรกของสหพันธรัฐรัสเซีย (วลาดิเมียร์ ปูติน เป็นปธน.คนที่ 4 แต่เป็น 2 รอบ) ถ้าปูตินพารัสเซียยึดยูเครนได้ จะไล่ยึดที่เหลืออีก 13 ประเทศคืนหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ

15 ประเทศ ที่แยกตัวออกมาจากสหภาพโซเวียต ได้แก่ 1. เอสโตเนีย (Estonia) 2. ลัตเวีย (Latvia) 3. ลิทัวเนีย (Lithuania) 4. เบลารุส (Belarus) 5. ยูเครน (Ukraine) 6. รัสเซีย (Russia) 7. อาร์เมเนีย (Armenia) 8. อาเซอร์ไบจาน (Azerbaijan) 9. คาซัคสถาน (Kazakhstan) 10. คีร์กีซสถาน (Kyrgyzstan) 11. มอลโดวา (Moldova) 12. ทาจิกิสถาน (Tajikistan) 13. เติร์กเมนิสถาน (Turkmenistan) 14. อุซเบกิสถาน (Uzbekistan) 15จอร์เจีย (Georgia)

จบอารัมภบทเกี่ยวกับประวัติและความเป็นมา แล้วกลับมาสนใจเรื่องสถานที่เที่ยว ให้สมกับเป็นเพจท่องเที่ยวกันหน่อย 📸

15 ประเทศ ที่แตกออกมาจากสหภาพโซเวียตนี่น่าเข้าไปเที่ยวทุกประเทศเลย เพราะค่าใช้จ่ายไม่แพง สถาปัตยกรรมสวยงาม อาคารบ้านเรือนตั้งแต่ยุคกลางมีให้เห็น อย่าง ลิทัวเนีย ลัตเวีย เอสโตเนีย เวลาเดินเที่ยวเหมือนยังอยู่ยุคกลาง อากาศอาจจะหนาวเย็นทรมาน แต่ธรรมชาติตามแนวเทือกเขาคอเคซัส (Caucasus) ในจอร์เจีย หรือ ยอดเขาอารารัต (Mount Ararat) ในอาร์เมเนีย ก็สวยตะลึงสุดๆ ถ้าเป็นแนวดิบๆถนนโหดๆหน่อย นั่งรถเที่ยวตามเส้นทางสายไหม ก็ต้องตะลุยยาวๆ เติร์กเมนิสถาน อุซเบกิสถาน คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสสถาน

ที่ว่ามาทั้งหมดเคยไปแค่ 3 ประเทศบอลติค > ลิทัวเนีย ลัตเวีย เอสโตเนีย นอกนั้นเห็นจากทริปรีวิวของคนอื่น สวยจนน้ำลายหก ยังไม่มีโอกาสไป ความจริงแล้วมีแผนจะเที่ยวดูแสงเหนือที่รัสเซียเพราะราคาไม่แพงโหดและเขาว่าเห็นแสงได้ชัดเจน จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ไป มาถึงตอนนี้ จากเหตุสงครามรัสเซีย – ยูเครน ก็ไม่รู้ว่าสงครามจะจบและปลอดภัยพอให้ได้ไปเที่ยวเมื่อไหร่ แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นคือ ความเสียหายของยูเครนจากระเบิดที่ยิงถล่มกันไปมา ทำให้บ้านเมืองพังย่อยยับ กรุงเคียฟจะเหลืออะไรให้ได้ไปเห็น (วะ) #StopTheWar