เที่ยว SPAIN

Trip June 1997

สเปน | Spain | España ประเทศที่อยู่ปลายติ่งของทวีปยุโรป ด้านบนติดประเทศฝรั่งเศสกับประเทศอันดอร่า ฝั่งซ้ายทิศตะวันตกติดโปรตุเกส และมีแนวชายฝั่งติดมหาสมุทรแอตแลนติกและทะเลกันตาเบรียด้วย ส่วนทิศตะวันออกเป็นชายฝั่งติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียนยาวถึงช่องแคบยิบรอลตาร์ สเปนเคยเป็นมหาอำนาจทะเล มีกองเรืออันยิ่งใหญ่เกรียงไกร และเคยมีเมืองในอาณานิคมมากมาย ที่คุ้นเคยสุดๆคือ ฟิลิปปินส์ ที่เคยเป็นประเทศในอาณานิคมของสเปนมายาวนานเพิ่งได้เอกราชไปเมื่อปี พ.ศ. 2489 (ค.ศ. 1946) นี่เอง นักเดินเรือที่น่าจะพอคุ้นหูจากความรู้สมัยเด็กๆ คือ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ผู้ค้นพบแผ่นดินอเมริกานั่นไง

ก่อนจะมาเป็นประเทศสเปนที่เรารู้จักกัน พื้นที่บริเวณนั้นเคยถูกปกครองโดยหลายชนเผ่า หลายเชื้อชาติ ทั้งชาวมุสลิมอาหรับ ทั้งชาวยิว ทั้งชาวคาธอลิค ล่วงมาถึง คศ.ที่15 เกิดการอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าหญิง Isbella แห่ง Castile (พื้นที่ส่วนมากของสเปนปัจจุบัน) และเจ้าชาย Ferdinard แห่ง Aragon (พื้นที่บริเวณตอนเหนือของสเปนที่ติดกับฝรั่งเศส) เกิดการรวมพื้นที่ปกครองเป็นฝืนใหญ่ มีชาวคริสเตียนเป็นแกนหลัก ขับไล่ชาวยิว ชาวมุสลิมออกไป รายละเอียดปลีกย่อยอีกเยอะ เล่ามากกว่านี้จะกลายเป็นเพจประวัติศาสตร์ยุโรปไป

สเปนมีขนาดพื้นที่ใกล้เคียงกับประเทศไทย มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขฝ่ายรัฐ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประมุขฝ่ายบริหาร สเปนไม่ใช่ประเทศสหพันธรัฐ แต่เป็นแบบรัฐปกครองตนเอง (autonomous communities) แบ่งเป็น 17 แคว้น กับอีก 2 เมือง ซึ่งทุกแคว้นก็มีเมืองหลวงของแคว้น และมีสภาบริหารของตัวเอง โดยอยู่ภายใต้นโยบายจากรัฐสภากลางที่ มาดริด (Madrid) เมืองหลวงของสเปนอีกทีหนึ่ง ปัจจุบัน (คศ.2022) มีกษัตริย์เฟลิเป ที่ 6 (Felipe VI) เป็นองค์ประมุขฝ่ายรัฐ และเปโดร ซันเชซ (Pedro Sánchez) เป็นนายกรัฐมนตรี

17 แคว้นปกครองตนเองของสเปน ได้แก่ 1) กาลิเซีย (Galicia) 2) อัสตูเรียส (Asturias) 3) กันตาเบรีย (Cantabria) 4) บาสก์ (Basque) 5) นาวาร์ (Navarre) 6) คาตาโลเนีย (Catalonia) หรือคาตาลุนญาที่มีความพยายามจะแยกตัวออกจากสเปน 7) อารากอง (Aragon) 8) ลารีโอคา (La Rioja) 9) คาสตีลและเลออน (Castile and Len) 10) บาเลนเซีย (Valencian) 11) คาสตีล-ลามันชา (Castile-La Mancha) 12) มาดริด (Madrid) 13) เอกซ์เตรมาดูรา (Extremadura) 14) อันดาลูซีอา (Andalucia) 15) มูร์เซีย (Murcia) 16) หมู่เกาะแบลีแอริก (Balearic Islands) 17) หมู่เกาะคานารี (Canary Islands) และ 2 จังหวัดปกครองตนเอง คือ เซวตา (Ceuta) และเมลียา (Melilla) ถ้าจะให้เที่ยวสเปนได้ทั่วทุกแคว้น เลือกแค่แคว้นละ 1 เมืองก็ต้องใช้เวลาเกือบ 20 วัน และความจริงใน 1 วันก็เที่ยว 1 เมืองได้ไม่ทั่ว การไปเที่ยวสเปนในเวลาจำกัดจึงต้องเลือกแคว้นเลือกเมือง ซึ่งเราเลือกทำความรู้จักกับ มาดริด เมืองหลวงของสเปน และ บาร์เซโลน่า เมืองหลวงของแคว้นคาตาโลเนีย เป็นหลัก แถมด้วย บาเลนเซีย และ เซบีญ่า

Madrid

มาดริด เมืองหลวงของสเปน อยู่ตอนกลางของประเทศ เป็นเมืองที่หรูหรา สวยงาม คึกคัก มีสถาปัตยกรรมน่าประทับใจเต็มไปหมด ทั้งพระราชวัง พิพิธภัณฑ์ อนุสาวรีย์ ซุ้มประตู อาคารสวยๆตามถนนก็เดินดูไม่มีเบื่อ เที่ยวในมาดริดควรมีเวลาสัก 2-3 วัน ถึงจะได้เห็นมาดริดในทุกมุมมอง

วันแรกของพวกเราตั้งต้นกันที่ Plaza de Colón (Columbus Square) หรือจัตุรัสโคลัมบัส เดิมเรียกว่า Plaza de Santiago ( St. James Square ) เปลี่ยนชื่อเป็น Plaza de Colón ในปีพ.ศ. 2436 เพื่อเป็นเกียรติแก่คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส นักเดินเรือชาวสเปนผู้โด่งดัง มีรูปปั้นของโคลัมบัสอยู่บนยอดเสาสูง เห็นเด่นชัด เดินลัดเลาะไปเรื่อยๆจนถึง Plaza de España เป็นจัตุรัสกว้างๆ มีจุดเด่นคืออนุสาวรีย์ของ Miguel de Cervantes นักเขียนชื่อดังชาวสเปน ผู้เขียนเรื่อง ดอน กิโฆเต้ แห่งลามันช่า (El ingenioso hidalgo don Quixote de la Mancha) เดินต่อไปที่ Palacio del Senado (Senate building) เป็นอาคารรัฐสภา อาคารเก่าแก่เกือบ 200 ปี เดิมเคยเป็นคอนแวนต์มาก่อน ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นโรงเรียน และมาเป็นรัฐสภา เข้าไปเยี่ยมชมด้านในได้ แต่พวกเราไม่ได้เข้า

อนุสาวรีย์ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ที่ Plaza de Colón / อนุสาวรีย์ เฟลิกซ์ โลเป เดเวก้า คาร์ปิโอ (Lope de vega) เป็นนักเขียนชาวสเปน ที่ Plaza de la Encarnación / อนุสาวรีย์ของ Miguel de Cervantes ผู้เขียนเรื่อง ดอน กิโฆเต้ แห่งลามันช่า ที่ Plaza de España

มุ่งหน้าต่อไปที่ Puerta del Sol จัตุรัสศูนย์กลางของมาดริด เป็นที่ถนนหลักหลายสายมาบรรจบกัน ก็เลยคึกคักทั้งคนทั้งรถ อย่าลืมไปถ่ายรูปคู่รูปปั้นหมีกับต้นสตรอเบอร์รี่ ที่เป็นสัญลักษณ์อย่างเป็นทางการของมาดริดด้วย เป้าหมายสุดท้ายคือ Plaza Mayor (Town square) เป็นอีกจัตุรัสกลางเมืองยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เป็นลานกว้างล้อมรอบด้วยอาคารยาว 4 ด้าน เป็นย่านเก่าแก่ของมาดริด มีรูปปั้นของกษัตริย์ฟิลิปเป้ที่ 3 บนหลังม้าอยู่กลางจัตุรัส เดินเล่น นั่งเล่น มองดูผู้คนได้ไม่รู้เบื่อจริงๆ พวกเราอยู่กันจนมืด เลือกร้านอาหารน่านั่งจัดอาหารเย็นกันก่อนกลับห้องพัก

วันต่อมาไปเที่ยววังกัน เริ่มต้นที่วังหลวง Palacio real de Madrid อยู่ริมฝั่งแม่น้ำแมนซาเรเนส (Manzanares) เคยเป็นที่ประทับอย่างเป็นทางการของราชวงศ์สเปน ปัจจุบันกษัตริย์เฟลิเป ที่ 6 ย้ายไปประทับอยู่ที่วังซาซูเอลา (Zarzuela Palace) ชานเมืองมาดริด ไม่ได้ประทับที่วังหลวงแล้ว ใครไปใครมามาดริดไม่ควรพลาดเข้ามาชม เหมือนนักท่องเที่ยวไปเที่ยวกรุงเทพก็ต้องไม่พลาดพระบรมมหาราชวัง ควรไปแต่เช้าแสงสวย นักท่องเที่ยวยังไม่มาก ทัวร์ยังมาไม่ถึง

พระราชวังหลวงมาดริดเกิดจากคำสั่งของพระเจ้าเฟลิเป้ที่ 5 แห่งราชวงศ์บูร์บง ให้สร้างพระราชวังลงบนพื้นที่เดิมของป้อมปราการสมัยที่แขกมัวร์เคยเข้ามายึดครองพื้นที่ ได้ Sabatini สถาปนิกอิตาลีเป็นคนออกแบบ ว่ากันว่าได้แรงบันดาลใจมาจากแบบร่าง the Louvre ในปารีส ใช้เวลาก่อสร้าง 30 ปี แล้วเสร็จในปี 1764 ตัวพระราชวังด้านนอกดูไม่หรูหราอลังการมากนัก แต่สวยงามตามสไตล์บารอค เดินดูสวนด้านนอกก็สวย เข้าด้านในแล้วหรูหราอลังการไม่น้อย บางคนว่าสวยงามเทียบเท่าพระราชวังแวร์ซายเพียงแต่ขนาดเล็กกว่า (ถ้าใครเคยอ่านเรื่องประวัติราชวงศ์สเปน จะรู้ว่าสเปนกับฝรั่งเศสนี่มีความเกี่ยวดองกันมาตั้งแต่สมัยยังไม่เป็นประเทศสเปนด้วยซ้ำ)

จากพระราชวังหลวง ไปต่อที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Museo del Prado เข้าไปชมผลงานของศิลปินระดับโลกชาวสเปนอย่าง Velázquez และ Goya ไม่ใช่แนวเราเท่าไหร่ แต่มาถึงถิ่นก็ขอเข้ามาดูหน่อย ใครมีความรู้ความสนใจด้านนี้ก็ยิ่งไม่ควรพลาด

เดินเที่ยวเล่นไปตามถนน บอกเพื่อนว่าอยากไป Santiago Bernabéu Stadium สนามเหย้าของ Real Marid FC ทีมฟุตบอลอันโด่งดังของมาดริด แต่เพื่อนไม่มีใครอิน เพราะไม่ดูบอลกัน เพื่อนให้ไปแค่โผล่สถานีรถไฟ มองเห็นสนาม แค่นี้!

ที่สุดท้ายของวันนี้ ไปดูการสู้วัวกระทิง ที่สนามสู้กระทิง ลาส เวนตัส Las Ventas bullring เป็นสนามที่สร้างเป็นวงกลมมีอัฒจรรย์ให้นั่งชมการต่อสู้ ลักษณะคล้ายโคลอสเซียมของชาวโรมันเลย ชาวสเปนมองว่าการสู้กระทิงเป็นกีฬาประเภทหนึ่ง และเป็นประเพณีเก่าแก่มาหลายร้อยปี ชาวสเปนกับกระทิงผูกผันธ์กันมาแต่ไหนแล้วก็ไม่แน่ใจ แต่สเปนมีเทศกาลวิ่งหนีกระทิง (Running of the bulls) ที่ปล่อยกระทิงวิ่งไปทั่วเมืองคนก็วิ่งหนี โดนขวิดเจ็บตายไปก็มี

มาทาดอร์สู้กระทิง เป็นภาพจำของประเทศสเปน นักท่องเที่ยวส่วนมากก็เลยเข้ามาดูการสู้ พวกเราก็ด้วย แต่พอเข้าไปดูจริงๆแล้วรู้สึกสงสารกระทิงมาก การแสดงโชว์จะปล่อยกระทิงออกมาแล้วมีมาทาดอร์ออกมาวิ่งล่อ เอาก้านไม้ปลายแหลมๆปักไปที่คอ เหมือนล่อกระทิงโชว์ สุดท้ายเอาผ้าแดงล่อแล้วเอาดาบยาวเสียบหลังคอกระทิง มันก็จะวิ่งโซเซจนล้มลง แล้วก็มีขบวนม้ามาลากกระทิงออกไป ฮือ…โหดมาก

เที่ยวมาดริด 2 วัน แล้วคืนนี้เรานอนบนรถไฟไปเช้าที่บาเซโลน่า แต่รู้สึกว่ายังไม่พอ ยังอยากไปอีกหลายที่ อย่างเช่น Temple de Debod วัดโบราณของอียิปต์ อยากไป Stadium tour ในสนามซานติอาโกเบอร์นาบิวที่คราวนี้เพื่อนให้ไปดูถ่ายรูป 2 แช๊ะแค่นอกสนาม

Barcelona

บาเซโลน่า เป็นเมืองหลวงของแคว้นคาตาโลเนีย (Catalonia) หรือคาตาลุนญา ซึ่งเป็นแคว้นสำคัญของสเปน เป็นเมืองขนาดใหญ่อันดับสองของสเปน ได้ขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกโดย UNESCO เมื่อปี 2015 นอกจากสถาปัตยกรรมเก่าแก่ตั้งแต่ยุคกลาง จนถึงสถาปัตยกรรมแบบนีโอโกธิคในยุคหลังแล้ว บาร์เซโลน่ายังมีหอศิลป์และพิพิธภัณฑ์อีกกว่า 160 แห่ง มีแนวชายฝั่งติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียนด้วย จะเที่ยวบาเซโลน่าให้ทั่วน่าจะต้องใช้เวลาสัก 7 วัน

จากสถานีรถไฟเอาของไปฝากที่พักแล้วก็ออกเที่ยวกันเลย ตั้งต้นที่ Plaça de Catalunya เดินเที่ยวไปตามถนนคนเดินเส้นสวย La Rambla ชอบถนนเส้นนี้มากๆ เป็นถนนที่มีทางเดินกว้าง มีต้นไม้เยอะ ตลอดทางมีร้านให้ขาช้อปแวะได้ตลอด มีร้านอาหาร ร้านคาเฟ่เก๋ๆ ตัวอาคารก็สวย แบบมองไปทางไหนก็สวยหมด La Rambla ยาวต่อเนื่องจาก Plaça de Catalunya ไปถึงท่าเรือ ระยะทาง 1.5 กม. เหมาะกับการมาเดินเล่นยามบ่ายถึงเย็น

ตกบ่ายๆมุ่งหน้าไป Montjuïc นั่งรถใต้ดินไปลงตรง Palau de congressos de Barcelona เป็นศูนย์การประชุม มองไปไกลๆจะเป็นเนินเขา Montjuïc มีปราสาทใหญ่ คือ Palau Nacional de Montjuïc หรือ Montjuïc National Palace สวยงามหรูหราสไตล์เรเนอซองค์ ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะของคาตาลัน (the National Art Museum of Catalonia) มีบันไดเลื่อนขึ้นไปด้านบน มองกลับมาเห็นตัวเมืองบาร์เซโลน่ามุมกว้าง ถ้ามาตอนกลางคืน จะมี Light & Sound ที่บ่อน้ำพุด้านหน้าด้วย เสียดายที่เวลาไม่พอ เพราะบนเขามองต์คูอิกนี่มีอะไรให้เที่ยวอีกเยอะเลย

มองจาก Montjuïc ย้อนกลับไปจะเห็น Torres Venecianas (Venecian Tower) กับ Monumental Fountain ตรงกลาง Plaça d’Espanya

เช้าวันที่ 2 ในบาเซโลน่า ตั้งต้นที่ Plaça d’Espanya ชื่อเหมือนที่มาดริดนะ น่าจะเหมือนจัตุรัสกลางเมืองของเมืองต่างๆ ที่บาเซโลน่าจะเป็นวงเวียนที่ถนน 6 สายมารวมกัน เดินไปทางสวน Parc de Joan Miró ที่ตั้งชื่อตามจิตกรคนดังชาวคาตาลัน Joan Miró มีรูปปั้นสูง 22 เมตร Dona i Ocell ( Woman and Bird ) ผลงานของมิโร่อยู่ใกล้ๆด้วย แล้วไปต่อที่ Parc de l’Espanya Industrial มาเดินเล่นฆ่าเวลา รอเจอเพื่อนที่จะมาสมทบอีกคน ตรงสถานีรถไฟใกล้ๆสวน ที่นี่เป็นสวนสาธารณะที่ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังชาวคาตาลัน (ที่เราไม่รู้จัก) ออกแบบแนวท่าเรือ มีประภาคารเรียงรายริมทะลสาบ จุดเด่นของสวนคือสไลเดอร์เด็กเล่นชื่อ “Dragon of St. George”

Monumental Fountain ตรงกลาง Plaça d’Espanya / Plaza de toros de las Arenas ที่เคยเป็นสนามสู้กระทิง ปัจจุบันปรับปรุงใหม่เปิดเป็น Shopping Center / “Dragon of St. George” สไลเดอร์มังกรกับแนวประภาคารใน Parc de l’Espanya Industrial / “Woman and Bird” by Joan Miró ในสวน Parc de Joan Miró

บ่ายวันนี้ไปเที่ยวที่ไฮไลต์ของบาร์เซโลน่าคือ Basílica i Temple Expiatori de la Sagrada Família เรียกกันสั้นๆว่า Sagrada Família โบสถ์ที่ไม่มีวันเสร็จของสถาปนิก Antoni Gaudí ที่ออกแบบวางแผนการก่อสร้างไว้จนตัวเองตายไปแล้วก็ยังสร้างไม่เสร็จ ยังคงก่อสร้างต่อไปเรื่อยๆตามแบบที่ Gaudi ได้ออกแบบและทำแบบจำลองไว้ จนถึงวันนี้ก็สร้างมาร้อยกว่าปีแล้ว (เทียบได้กับอจ.เฉลิมชัยไม่ผิดเพี้ยนเลย)

เคยเห็นแต่ในรูปมานาน พอได้มาเห็นของจริงถึงกับหลงใหล Gaudi ไปเลย และทำให้เสียใจว่ามีเวลาในบาร์เซโลน่าน้อยเกินไป ไม่มีเวลาได้ไปเห็นผลงานการออกแบบของ Gaudi ที่มีอยู่มากมายในตัวเมืองบาร์เซโลน่าเลย ตึกสวยๆ แปลกๆ ตามถนนกลางเมือง หรือ Park Güell สวนสวยแปลกๆของ Gaudi ก็ไม่ได้ไป เสียดายจริงๆ

Antoni Gaudí’s masterpieces : Palau Güell, Casa Batlló, Casa Milà ที่พลาดไม่ได้ไปดู

เย็นนี้พาเพื่อนที่เพิ่งมา ไปเดินเล่น La Ramblas อีกรอบ เดินไปสุดถนนจะเจอ Monument the Colom หรือ Columbus monument อนุสาวรีย์เสาสูง 60 ม. มีรูปปั้นคริสโตเฟอร์ โคลัมบัสอยู่บนยอดเสา สร้างไว้ในโอกาสที่โคลัมบัสล่องเรือกลับสเปนหลังจากค้นพบทวีปอเมริกา แล้วเดินเลาะริมท่าเรือไปดู El Cap de Barcelona รูปปั้นแนวแอบสแตร็กซ์ ฝีมือการออกแบบของ Roy Lichtenstein ศิลปินอเมริกัน สร้างไว้ในโอกาสการจัดโอลิมปิกฤดูร้อนที่บาเซโลน่า

The Columbus Monument อนุสาวรีย์โคลัมบัส อยู่สุดถนน Rambla / ท่าเรือเพื่อล่องออกทะเลเมอร์ดิเตอรเรเนี่ยน / El Cap de Barcelona รูปปั้นเก๋ๆ ฝีมือการออกแบบของ Roy Lichtenstein / ตึกไปรษณีย์สวยๆหันหน้าออกทะเล

เช้าวันสุดท้ายในบาร์เซโลน่า วันนี้เที่ยวย่านโกธิค Gothic Quarter | Barri Gòtic ย่านเก่าแก่ที่สุดของบาร์เซโลน่า ตั้งต้นที่ Plaça Reial จัตุรัสอีกแห่งของบาร์เซโลน่า เป็นลานกว้างล้อมรอบด้วยอาคารเก่าแก่ ปลูกต้นปาล์มรอบๆมีน้ำพุกลางลาน แถบนี้จะคึกคักมากตอนกลางคืน มีผับ บาร์ มีร้านอาหาร จาก Plaça Reial เดินไปอีกไม่ไกลก็จะผ่าน Plaça de Sant Jaume เป็นย่านราชการ ที่ทำการของรัฐสภาคาตาลัน Palau de la generalitat de Catalunya กับ Ajuntament de Barcelona อยู่ที่นี่ เดินเลี้ยวไปก็จะเจอ El Pont del Bisbe (Bishop’s Bridge) เป็นจุดยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวชอบมาถ่ายรูป กับสะพานทางเดินเชื่อมระหว่าง Palau de la Generalitat กับ La Casa dels Canonges (Canon’s House) สะพานสวยไสตล์นีโอโกธิคอันนี้ก็มีเกร็ดเล็กๆว่า สถาปนิกผู้ออกแบบเสนอสภาเมืองว่าอยากจะสร้างอาคารใหม่ๆสไตล์นีโอโกธิค แต่สภาไม่อนุมัติให้สร้างอาคาร อนุมัติให้สร้างแค่สะพานเชื่อมอาคาร ผู้ออกแบบก็เลยแอบออกแบบให้มีรูปหัวกะโหลกกับกริชอยู่ด้านใต้สะพานไว้ด้วย แล้วมีตำนานบอกว่าใครเดินผ่านสะพานนี้แล้วมองไปที่หัวกะโหลกจะโดนสาปให้โชคร้าย แต่มีทริคว่า ถ้าเดินถอยหลังแล้วมอง อธิษฐานอะไรจะสมหวัง กล้าลองมั๊ย

ย่านโกธิค Gothic Quarter

เดินต่อไปอีกไม่ไกล เป็นที่ต้องไปอีกที่ มาถึงบาเซโลน่าต้องไม่พลาด มหาวิหารแห่งบาร์เซโลน่า | Cathedral of Barcelona มีชื่อเต็มๆว่า The Cathedral of the Holy Cross and Saint Eulalia วิหารเก่าแก่สถาปัตยกรรมแบบโกธิค หน้าต่างโค้ง ยอดแหลมสูง สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 สร้างต่อเนื่องมาเป็นร้อยปีกว่าจะเสร็จ แล้วยังมีการปรับปรุงต่อเติมอีกเรื่อยๆ มหาวิหารบาร์เซโลน่าเปิดเข้าชมฟรี 2 ช่วงเวลา 8:30 – 12:30 กับ 17:30 – 19:30

Cathedral of Barcelona

มาบาเซโลน่าแล้วไม่ได้ไปเจอปิกัสโซ่ก็ไม่ได้อีกเหมือนกัน “พาโบล ปิกัสโซ่ | Pablo Picasso“ เกิดที่ประเทศสเปน ถึงแม้ว่าช่วงท้ายๆจะใช้ชีวิตอยู่ที่ฝรั่งเศสซะส่วนใหญ่ แต่บาเซโลน่าเป็นเมืองที่เขาเติบโต และใช้ช่วงชีวิตแรกมากกว่าที่อื่นๆ บาเซโลน่าจึงถือว่าเป็นเมืองแห่งปิกัสโซ่ก็ว่าได้ ช่วงบ่ายเลยต้องไปเยี่ยมชม Picasso museu / Museu Picasso de Barcelona เสียหน่อย ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีผลงานศิลปะช่วงต้นของปิกัสโซ่จัดแสดงอยู่เป็นร้อยๆชิ้น แถมด้วยประวัติความเป็นมา รูปภาพต่างๆ เดินดูไปทึ่งไปในความเป็นอัจฉริยะของปิกัสโซ่ (ด้านในห้ามถ่ายรูป)

Pablo Ruiz Picasso กับผลงาม Harlequin (1970) และ Las Meninas (1957) ที่เป็นภาพในแบบคิวบิลม์ที่มีต้นฉบับจาก Las Meninas ของ Diego Velázquez
| รูปจาก http://www.museupicasso.bcn.cat/

ถึงเวลากินข้าวเที่ยงกัน เลือกมั่วๆไปก็อร่อย อิ่มแล้วเดินเล่นต่อไปเรื่อย ข้ามถนนมาเจอทางเข้าสวนสัตว์ Zoo de Barcelona ที่เชื่อมต่อกับสวนสาธารณะ Parc de la Ciutadella ฝั่งตรงข้ามเป็น Passeig de Lluís ที่เป็นทางเดินกว้างไปที่ Arc de Triomf แล้วนั่งรถไปจบวันที่ Olympic stadium ชื่อเต็มๆว่า Estadi Olímpic Lluís Companys อ่านว่า โอลิมปิกยูอิส กุมปัญส์ (ออกเสียงยากเกิน) เคยใช้เป็นสนามกีฬาหลักของกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 25 ที่สเปนเป็นเจ้าภาพในปี ค.ศ. 1992 ก็ดูใหญ่โตกว้างขวาง สวยงามดี แต่ก็ไม่รู้มาทำไม ความจริงอยากไป Camp Nou | คัมป์นู สนามทีมเหย้าของทีมฟุตบอลบาร์เซโลน่ามากกว่า แต่เพื่อนไม่อนุมัติเช่นเคย

Castle of Tres Dragons ตรงทางเข้าสวนสัตว์ Zoo de Barcelona / Arc de Triomf ซุ้มประตูอิฐสีแดง ใช้เป็นทางเข้างาน World Fair ในปี 1888 เชื่อมต่อกับ Passeig de Lluís ทางเดินยาวไปถึงสวน Parc de la Ciutadella

València

Valencia ออกเสียงว่า บาเลนเซีย เป็นเมืองหลวงของแคว้นบาเลนเซีย เป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของสเปนรองจากมาดริดและบาร์เซโลน่า มีแนวชายฝั่งติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียนต่อเนื่องมาจากแคว้นคาตาลุญญ่า บ้านเมืองสวยไม่แพ้มาดริดและบาร์เซโลน่าเลย

มีเวลาที่บาเลนเซีย 1 วัน เน้นเดินเที่ยวชมเมือง ตั้งต้นที่ Plaza del Ayuntamiento จัตุรัสกลางเมืองบาเลนเซีย มีศาลาว่าการเมืองบาเลนเซีย | Oficina Turisme Ajuntament València เป็นแลนด์มาร์ค เดินไปที่ตลาดกลางเมือง Mercado Central de Valencia ตัวอาคารสวยมาก แถมใหญ่มากด้วย ด้านในขายของมันทุกอย่าง เดินเที่ยวเล่นไปถึง Torres de quart กำแพงเมืองเก่าจาก คศ.ที่ 15 ตอนนี้เหลือแต่หอคอยคู่กับประตูโค้ง เดินลัดเลาะไปเรื่อยจนเจอหอคอยคู่ของกำแพงเมืองเก่าอีกอัน Torres de serranos

เดินลัดเลาะไปเรื่อยๆ เป้าหมายคือ Plaza de la Virgin หรือ Virgin Square ที่พวกเราเรียกกันเล่นๆว่าจตุรัสพรหมจรรย์ มีร้านคาเฟ่เก๋ๆน่ารักให้นั่งพัก วันนี้พวกเราจัดน้ำส้มคั้นสดกันคนละแก้ว เพราะบาเลยเซียได้ชื่อว่า “Land of Orange” ส้มบาเลนเซียหวานอมเปรี้ยวอร่อยสดชื่นมากบอกเลย หายเมื่อยก็เข้าไปชมมหาวิหารบาเลนเซีย Valencia Cathedral เดินทะลุข้างโบสถ์ไปด้านหลังเป็นสวนเล็กๆ Plaça de la Reina (Queen’s square) ปลูกดอกไม้กับต้นส้ม ล้อมรอบไปตัวตีกเก่า มียอดโบสถ์โผล่ไปทุกด้าน

คืนนี้เราจะนอนบนรถไฟกันอีกแล้ว รอเวลาไปสถานีรถไฟ ไม่มีอะไรทำ เลยสุ่มเลือกรถเมล์ที่เขียนว่าไป Beach นั่งเล่นไป 5-6 กม. ไปสุดทางที่ La Malvarrosa beach ไปนั่งรับลมฆ่าเวลา หาดขาวสวยดี แต่แต่งตัวไม่ได้เหมาะกับเดินชายหาด เลยได้แต่นั่งเล่นบนระเบียง

La Malvarrosa beach

มื้อเย็นก่อนจากลาบาเลนเซีย จัดข้าวผัดสเปนกันหน่อย เพราะข้าวผัดสเปน (Pealla) ต้นตำรับคือที่บาเลนเซีย ได้กินข้าวผัดสเปนถือว่าถึงบาเลนเซียแน่ๆ

ปาเอญ่า | Paella เป็นอาหารท้องถิ่นของชาวบาเลนเซีย คนไทยเรียกว่าข้าวผัดสเปน แถมเอามาเรียกข้าวผัดทะเลว่าข้าวผัดสเปนด้วย แต่ข้าวผัดสเปนแท้ๆไม่เหมือนข้าวผัดทะเลของไทยเอาเลย วิธีการทำก็ไม่ได้เน้นผัด เพราะผัดแค่เครื่องและเนื้อสัตว์ เติมน้ำซุปจนท่วม ใส่ข้าวลงไป แล้วปิดฝาอบจนข้าวสุก ใส่หญ้าฝรั่น (Saffron) ลงไปด้วยทำให้เมนูนี้จะออกมามีสีเหลือง ข้าวจะสุกแค่พอดีไม่นุ่มนิ่มแบบข้าวไทย ใส่เนื้อสัตว์ได้หลายอย่าง บางที่ก็ใส่ไก่ ใส่ถัว แต่ที่คุ้นตาคนไทยน่าจะใส่อาหารทะเล ที่สำคัญปาเอญ่าจะต้องทำในกระทะปาเอญ่าเท่านั้น ยกมาเสิร์ฟทั้งกระทะ (หารูปที่ถ่ายมาไม่เจอ เลยเอารูปมาจากเวป)
< Photo : http://www.visitvalencia.com | Paella from Casa Isabel : Paseo Marítimo de la Malvarrosa, 4 46011 València>

Seville

ย้ายเมืองเที่ยวจากแคว้นบาเลนเซียลงใต้ไปอีกที่แคว้นอันดาลูซีอา (Andalucia) ที่อยู่ใต้สุดของสเปน ติดกับช่องแคบยิบรอลต้า มีเมืองเซบิย่า (Seville) เป็นเมืองหลวงของแคว้น และใหญ่เป็นอันดับ 4 ของสเปน แถบนี้ยังมีร่องรอยอารยธรรมของแขกมัวร์ให้เห็นอยู่ เซบีย่าเป็นเมืองแห่งการค้ามาตั้งแต่ยุคโบราณ มีความร่ำรวยมั่งคั่ง ตัวอาคารจึงดูใหญ่โตหรูหรา ถ้าใครเป็นแฟน Game of Throne ต้องมาเซบิย่าเพราะเป็นฉากในซีรีย์ด้วย

วันท้ายๆของทริปก็เริ่มหมดแรง วันนี้เลยเลือกนั่งรถ 2 ชั้น เที่ยวชมเมือง เป็น Hop-On Hop-Off City Sightseeing Bus รถวิ่งผ่านจุดไฮท์ไลต์ทั่วเมือง เช่น Paseo de Colón, Plaza de España, Plaza de América, Triana: San Jacint, Macarena, Torre de los Perdigones, Alameda de Hércules, Plaza del Duque นั่งเล่นกันไป 1 รอบก่อน แล้วเล็งที่น่าสนใจ ค่อยกระโดดลงรอบต่อไป

Plaza de España จตุรัสกลางเมืองเซบิญ่าที่สวยมาก สวยกว่าเมืองอื่นๆ (ในความคิดเรา) สวยจนตอนแรกคิดว่าเป็นพระราชวังเลย ลานด้านหน้าเป็นลานกว้าง มีแนวอาคารที่สร้างเป็นแนวโค้งรอบลานน้ำพุ ตัวอาคารสวยงามหรูหราตามสไตล์เรเนซองต์ ชาวเมืองใช้ลานนี้ในการจัดงานกลางแจ้งต่างๆ

กิจกรรมยอดนิยมบริเวณนี้คือนั่งรถม้าเที่ยวเล่น แต่พวกเราไม่ได้นั่ง เดินเล่นก็เพลินแล้ว นอกจากอาคารสวยๆ ก็มีกระเบื้องวาดรูปลงสีเป็นรายละเอียดเมืองต่างๆ อยู่ตลอดแนวอาคาร เราเลือกถ่ายรูปมาเฉพาะเมืองที่เราได้ไปเที่ยวคราวนี้ ซึ่งน้อยมาก ต้องไปเที่ยวสเปนอีกครั้งนะ

Cathedral de Sevilla มหาวิหารเซบิญ่า อยู่ไม่ไกลจาก Plaza de Españaง นั่งบัสมาลงใกล้ๆ ที่นี่เคยเป็นสุเหร่ามาก่อนในยุคที่ปกครองโดยชาวมัวร์ แล้วมาสรัางโบสถ์ทับลงไปในที่เดิม มีส่วนที่เหลือรอดสมัยเป็นมัสยิดมาคือ หอระฆัง Giralda ขึ้นไปด้านบนชมวิวเมืองเซบิญ่าได้ เดินวนๆขึ้นไปกว่าจะถึงหอระฆังเหนื่อยเหมือนกัน แต่วิวดีมากห้ามพลาด วิหารเซบิญ่าได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกในปี 1987 เพราะความเก่าและความยิ่งใหญ่อลังการ แถมเป็นการผสมผสานศิลปะจาก 2 ศาสนา

Torre del oro / Plaza de Toros de la Maestranza เป็นสนามสู้กระทิงของเซบีญ่า

วันสุดท้ายของทริปแล้ว ยังไม่ได้ดู Flamenco dance ก็เหมือนมาไม่ถึงสเปน (อีกล่ะ) มาถึงแคว้นอันดาลูซิอาที่เป็นต้นกำเนิดทั้งทีก็ต้องไปหาดูสักหน่อย ไปที่ Tablao Flamenco El Arena ทานอาหารเย็นกันอิ่มดี ก็เข้าโรงแสดง บางคนซื้อแบบนั่งกินอาหารไปดูการแสดงไปก็มี จัดโต๊ะอยู่ด้านหลัง พวกเรานั่งดูในที่นั่งแบบโรงละครอยู่ด้านหน้าใกล้เวที ตั้งใจจะดื่มด่ำกับการแสดงอันเป็นเอกลักษณ์ของสเปนกันเต็มที่ มีทั้งเต้น ทั้งร้อง แต่ถึงจังหวะจะเร้าใจขนาดไหนเราก็หลับได้ ก็มันเหนื่อย

คืนนี้นั่งรถไฟกลับไปมาดริด ต่อเครื่องกลับบ้าน จบทริปสเปนแบบไม่ค่อยเต็มอิ่มเท่าไหร่ ไว้จะไปใหม่

อยากไปอีก แต่สเปนอยู่คนละซีกโลกกับประเทศไทยเลยนะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s