เที่ยวลาวใต้ ฝนหลาย น้ำหลาย

Trip Aug. 2004 : Southern Laos
ลาวใต้ ฝน(ตก)หลาย น้ำ(เชี่ยว)หลาย ก็เที่ยวได้นะ

ຝົນຫຼາຍ ນ້ໍາຫຼາຍ ฝนหลาย น้ำหลาย ความหมายตรงๆ ไทย-ลาวเข้าใจกันได้นะ 

ไม่รู้ความคิดใครเหมือนกันว่าไปเที่ยวลาวใต้กันมั๊ย มีช่วงวันหยุดยาววันแม่ ก็ตกลงปลงใจไปกันเลย ไม่ได้นึกถึงฤดูกาลใดๆ อยากไปก็ไป (แล้วมาเสียใจทีหลัง ฮา…)

หาเที่ยวบินแต่เช้าๆ บินไปตั้งต้นกันที่จังหวัดอุบลราชธานี ติดต่อรถตู้นำเที่ยวลาวใต้ไว้ล่วงหน้า ในอุบลมีจัดนำเที่ยวลาวใต้หลายเจ้า เป็นแพคเกจแบบนั่งรถตู้ข้ามด่านช่องเม็กไปเที่ยวปากเซ จำปาสัก จะเหมาเที่ยวส่วนตัว หรือเป็นทัวร์รวมใน 1 รถตู้ก็ตามสะดวก จะเลือกเที่ยวกี่วันกี่คืนก็เลือกเอา รายการมาตรฐานก็ 3 วัน 2 คืน หรือไม่ก็ 4 วัน 3 คืน ถ้าเวลาน้อยมากๆ แบบ 2 วัน 1 คืนก็มีเหมือนกันนะ

พวกเราเลือกโปรแกรมแบบ 3 วัน 2 คืน นอนที่ปากเซทั้ง 2 คืน นั่งแพข้ามฟากไปจำปาสัก เที่ยวปราสาทวัดพู ไปเกาะดอนเดด หลี่ผี คอนพะเพ็ง วันสุดท้ายขึ้นที่ราบสูงบอละเวนจิบชากาแฟอากาศเย็นๆ เที่ยวน้ำตก แล้วกลับอุบลราชธานี

การจะข้ามด่านสามารถใช้พาสปอร์ตก็ได้ หรือใช้บัตรประชาชนได้แต่ต้องเสียเวลาไปทำบัตรผ่านแดน พวกเราใช้พาสปอร์ตส่งสำเนาไปล่วงหน้าแล้ว ทัวร์จัดการให้เรียบร้อยการผ่านด่านก็เลยใช้เวลาไม่นาน (ที่ว่าไม่นานก็เกือบชั่วโมงนะ)

เพราะมาเครื่องบินจากกรุงเทพแต่เช้า พอรถตู้ข้ามเข้าเขตลาวไปหน่อย ก็เลยชมวิวบ้างหลับบ้าง ถนนยังไม่ดีเท่าไหร่แต่ก็ไม่ได้ขรุขระโยกโยนจนหลับไม่ได้ นั่งรถแค่ชั่วโมงกว่าๆก็มาถึงปากเซ รถพาไปส่งที่โรงแรมจำปาสัก พาเลซ ทำเช็คอินก่อน โรงแรมเป็นวังเก่า ก็ดูวังเวงเล็กน้อย แต่เพิ่งเที่ยง ก็เลยยังไม่ขนลุกเท่าไหร่ ตอนมืดๆก็น่าจะขนลุกเหมือนกัน

วังเจ้าบุญอุ้ม ณ จำปาสัก

โรงแรมจำปาสักพาเลซ เดิมเป็นวังเจ้าบุญอุ้ม ผู้สืบเชื้อสายผู้ปกครองเมืองจำปาสัก เจ้าบุญอุ้มเป็นราชวงศ์ที่มีบทบาททางการเมืองฝ่ายขวา เคยได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ในระบอบประชาธิปไตย มีเจ้ามหาชีวิตเป็นประมุข ถึง 2 ครั้ง เจ้าบุญอุ้มมีอเมริกาหนุนหลังจะให้ขึ้นเป็นเจ้ามหาชีวิตองค์ต่อไปน แต่ก็โดนฝรั่งเศสผู้หนุนหลังการเมืองฝ่ายซ้ายให้ลดบทบาทเป็นแค่ผู้ปกครองเมืองจำปาสัก การเมืองลาววุ่นวายแย่งอำนาจกันไปมา จนปี 2518 เกิด การปฎิวัติล้มล้างรัฐบาลประชาธิปไตยโดยมีกษัตริย์เป็นประมุข เจ้าบุญอุ้มก็เลยหนีไปฝรั่งเศสไม่ได้กลับมาอีกเลย วังที่จำปาสักยังสร้างไม่เสร็จเรียบร้อยก็ถูกทิ้งไว้ ตอนหลังรัฐบาลได้เข้ามาก่อสร้างจนเสร็จ เปิดเป็นโรงแรมให้บริการนักท่องเที่ยว

จากนั้นก็เป็นมื้อเที่ยงที่รสชาติไม่เลวเลย แต่แหงนหน้าดูชื่อร้านแล้วก็งงว่า ร้านขายเบเกอรี่หรือขายโทรศัพท์ แต่ที่แน่ๆขายอาหาร อร่อยซะด้วย

อิ่มกันทั้งคณะแล้ว นั่งรถออกไปเที่ยวที่แรกคือ ปราสาทวัดพู ต้องนั่งรถออกไปเกือบชั่วโมง เพื่อไปลงแพข้ามฟากไปตัวเมืองจำปาสัก เมืองเก่าแก่ สงบเงียบ แต่เพียบด้วยประวัติศาสตร์

จำปาสัก || ຈຳປາສັກ

จำปาสักเป็นเมืองศูนย์กลางของอาณาจักรลาวใต้มาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๒๓ และเป็นหัวเมืองสำคัญในยุคอาณานิคมของฝรั่งเศส ตอนหลังความเจริญย้ายไปบริเวณปากน้ำเซโดน หรือ เมืองปากเซ ทำให้จำปาสักซบเซาเงียบเหงาตั้งแต่นั้นมา

วังเก่าเจ้าราชดนัย ผู้ปกครองจำปาสักช่วงเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส เป็นพ่อของเจ้าบุญอุ้ม เจ้าบุญอ้อม / วังเจ้าบุญอ้อม ผู้เป็นอนุชา(น้อง)ของเจ้าบุญอุ้ม

เมืองเก่าจำปาสัก ยังมีบ้านไม้แบบดั้งเดิม ปนกับบ้านปูนสร้างใหม่

ปราสาทวัดพู || ວັດພູ

ปราสาทวัดพูเป็นปราสาทหินที่สร้างขึ้นตามความเชื่อในศาสนาฮินดู ว่ากันว่าอยู่ในยุคสมัยที่อาณาจักรขอมรุ่งเรือง บริเวณรอบวัดพู พบซากเมืองเก่าที่สันนิษฐานกันว่าคือ เศรษฐปุระ ศูนย์กลางอำนาจสำคัญก่อนจะย้ายลงทางใต้ไปอีก จนไปตั้งอาณาจักรขอมอันยิ่งใหญ่ในพื้นที่กัมพูชาปัจจุบัน

จุดที่สร้างวัดพูอยู่บนยอดเขาขนาดย่อมๆ ที่มองรูปพรรณสัญฐานเหมือนศิวลิงค์ จึงสร้างวัดและประดิษฐานรูปเคารพตามความเชื่อของฮินดู ความเก่าแก่ของวัดพูนั้น เก่าแก่กว่า ปราสาทเขาพระวิหาร หรือ ปราสาทหินพนมรุ้ง ไปอีก

ปราสาทหินวัดพูถูกประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๔๔ เป็นมรดกโลกแห่งที่ ๒ ของประเทศลาว ต่อจากเมืองหลวงพระบาง ที่ขึ้นทะเบียนมรดกโลกไปเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๘

เช้าวันที่ 2 ตื่นมาเหมือนอยู่เมืองในหมอก ขาวฟุ้งไปทั้งเมือง ได้บรรยากาศลึกลับกับเมืองเก่าๆแบบนี้

วันนี้จะไปเที่ยวแม่น้ำโขง ไปดูเกาะแก่งกลางลำน้ำโขงอันโด่งดัง คือ คอนพะเพ็ง และ หลี่ผี โดยนั่งรถออกไปที่ท่าเรือแล้วนั่งเรือหางยาวข้ามไปที่ ดอนเดด ดอนคือเกาะ ดอนเดดเป็นเกาะกลางลำน้ำโขง ใหญ่ขนาดมีหมู่บ้านบนเกาะได้ ช่วงเดือนสิงหาคมที่ลาวก็เป็นหน้าฝนเหมือนที่ไทย น้ำในแม่น้ำโขงทั้งเชี่ยวทั้งหลาก สีแดงจัด นั่งเรือไปก็เสียวไป แต่ไกด์บอกไม่ต้องกังวล เอาไหวๆ

นั่งรถไปท่าเรือบ้านเพียงดีไม่ถึงชั่วโมง แต่ก็มีแวะพัก เจอเด็กๆมาเชิญชวนซื้อโน่นซื้อนี่ เด็กๆขายฝักบัว ส่วนสาวหน่อยขายข้าวเหนียวไก่ย่าง

ขี้นเกาะมาที่ดอนเดดแล้วก็ต้องเดินไปอีกหน่อย เดินผ่านหมู่บ้านไปเพลินๆ ไม่นานก็ข้ามไปดอนคอน เจอสะพานข้ามน้ำ ที่ไหลเชี่ยวไหลแรง แดงจัด น่ากลัวสุดๆ

หลี่ผี ||  ຫລີ່ຜີ

แก่งหินกลางลำน้ำโขง ที่ทำให้สายน้ำแตกออกเป็นเส้นสาย กระแทกซัดแก่งหินเสียงดังทั่วคุ้งน้ำ บางจุดพื้นหินใต้ลำน้ำโขงก็ทรุดตัวลงเปลี่ยนระดับ ทำให้ผืนน้ำตกลงมองคล้ายผาน้ำตกเตี้ยๆ เป็นคำอธิบายที่เราต้องใช้จินตนาการอย่างมาก เพราะการมาหลี่ผีกลางฤดูฝนแบบนี้ แทบไม่เห็นแก่งหรือก้อนหิน เห็นแต่มวลน้ำสีแดงขุ่นที่ไหลทะลักอย่างคลุ้มคลั่ง เสียงดังจนพูดกันแทบไม่ได้ยิน ถ้ามายามหน้าแล้งคงจะได้เห็นแก่งหินชัดเจน สวยงามดังคำบรรยาย ไกด้ลาวบอกว่าเดินไต่โขดหินไปได้ถึงกลางลำน้ำโขงโน่น

หลี่ผี เป็นคำพื้นบ้าน ที่มีความหมายถึงความยากลำบาก ความกันดาร ความห่างไกล ถ้ามาลาวใต้ หลี่ผี ใช้เป็นชื่อเรียกสถานที่ริมน้ำโขงบริเวณบ้านดอนคอน แขวงจำปาสัก ก็เพราะเดินทางมายากลำบาก ต้องนั่งรถข้ามเรือเดินเท้ากว่าจะมาถึง (ความจริงไม่ได้ยากเย็นมากมายอะไรเลย)

นอกจากนั้น คำว่า ลี่ หรือ หลี่ เป็นเครื่องมือดักปลาประเภทหนึ่ง ที่ชาวบ้านเอาไปวางไว้ตามร่องของแก่งหินเพื่อดักปลา ก็พอจะเป็นที่มาของชื่อ หลี่ผีได้อีกเหมือนกัน

ผืนน้ำตกแผงใหญ่สุด สวยสุดมีชื่อเรียก “สมพะมิด” แต่ไม่ค่อยมีคนรู้จักชื่อนี้ เรียกกันรวมๆแต่หลี่ผี ถ้ามาตอนไม่ใช่ฤดูน้ำหลาก น้ำสีขาวมีปริมาณกำลังพอดี ก็คงจะสวยไม่ใช่น้อย

หลี่ดักปลา ที่มาของชื่อหลี่ผี

คอนพะเพ็ง || ຄອນພະເພັງ

แก่งกลางลำน้ำโขงอีกจุดที่ผู้คนรู้จักกันมากกว่าคือ คอนพะเพ็ง หรือน้ำตกคอนพะเพ็ง เพราะมีผาน้ำตกที่เกิดจากพื้นหินใต้ลำน้ำโขงทรุดตัวลงเปลี่ยนระดับ คล้ายกับที่หลี่ผี แต่มีผาน้ำตกที่ขนาดสูงใหญ่กว่า เดินทางมาถึงได้ง่ายกว่า เลยเป็นที่รู้จักมากกว่า

คำว่า “คอน” หมายถึงแก่งหิน “พะเพ็ง” ก็คือพระจันทร์ คอนพะเพ็ง ก็คือ แก่งหินพระจันทร์ มีคนให้ฉายาว่า ไนแอการาแห่งเอเชีย เพราะมีลักษณะผาน้ำตกคล้ายกับผาหินขวางกลางแม่น้ำไนแอการา บริเวณพรมแดนสหรัฐอเมริกากับแคนาดาอันโด่งดัง แต่เทียบจากขนาดแล้ว คอนพะเพ็งมีขนาดเล็กกว่ามาก

แต่จะผาเล็กหรือใหญ่ก็ไม่ได้เห็นผาน้ำตก เพราะน้ำที่หลากสูงท่วมแก่งหินและล้นสูงกว่าผาน้ำตกไปจนมิด น้ำขุ่นแดงไหลเชี่ยวกราก และมีฝนตกตามลงมาอีก ยิ่งทำให้ยิ่งรู้สึกน่ากลัวหนักขึ้นไปอีก เหมือนน้ำพร้อมจะหลากท่วมขึ้นมาบนฝั่งได้ทุกเมื่อ

เหมือนมาเที่ยวดูน้ำป่าหลาก ไม่สวยแถมน่ากลัว อย่าได้มาเที่ยวน้ำตกช่วงกลางฤดูฝน

ปากเซ || ປາກເຊ

กลับมาปากเซช่วงบ่ายแก่ๆ เข้าโรงแรมอาบน้ำเปลี่ยนชุดกันหน่อยเพราะเปียกกันทั้งตัว ออกไประเบียงชมเมือง อากาศแจ่มดีซะอย่างงั้น เลยได้ออกไปเดินเล่นแถวโรงแรม เจอไกด์ลาวนั่งจิบเบียร์เลยเข้าไปร่วมวงนั่งคุยด้วย กำลังจิบกันเพลินก็ได้เวลานัดหมายไปล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกดินกันก่อนอาหารเย็น

กิจกรรมล่องแม่น้ำโขงทำให้พวกเรารื่นรมย์ได้พอสมควร ชดเชยความผิดหวังกับสายน้ำหลากและฝนตกช่วงกลางวันไปได้ นั่งเรือรับลมเย็นๆล่องไปลอดใต้สะพานมิตรภาพลาว-ญี่ปุ่น สะพานที่นักท่องเที่ยวจากไทยทุกคนต้องข้ามเพื่อมาเมืองปากเซ พระอาทิตย์เคลื่อนตัวลงอย่างรวดเร็วเมื่อได้เวลาของมัน หมดเวลาเพลิดเพลินของพวกเราก็กลับฝั่งไปทานข้าวเย็นกัน

เช้าวันสุดท้าย นัดแนะกันว่าจะตื่นเช้าไปเที่ยวตลาด เป็นกิจกรรมโปรดปรานของพวกเรามาก มีผู้ร่วมขบวนชมตลาดหลายคน ไกด์เลยเรียกรถสองแถวไปกัน ตลาดปากเซ คึกคักดี มีของขายเยอะ หลายๆอย่างก็เหมือนตลาดต่างจังหวัดบ้านเรา

วันสุดท้ายฟ้าใสสวยงาม แดดออกแรงแต่เช้าตั้งแต่พระเริ่มบิณฑมาตร

บอละเวน | ບໍລະເວນ

มาถึงลาวใต้ ต้องได้ไปที่ราบสูงบอละเวน ที่ราบสูงระหว่างเทือกเขาอันนัมกับแม่น้ำโขง มีความสูงราว 1,000–1,350 เมตร ทำให้มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี ปลูกพืขและดอกไม้เมืองหนาวได้ดี ผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อ คือ เมล็ดกาแฟ มรดกดีๆเรื่องหนึ่งที่ฝรั่งเศสทิ้งเอาไว้ให้ เมื่อเอาเมล็ดพันธุ์มาปลูกที่นี่ในช่วงที่ลาวตกเป็นประเทศใต้อาณัติของฝรั่งเศส

บอละเวนกลายเป็นแหล่งปลูกกาแฟชั้นดี ไม่ใช่แค่ของลาว แต่ของโลกเลยด้วยซ้ำ เพราะสภาพอากาศและความสูงและดินดี ทำให้เมล็ดกาแฟอาราบิก้าจากบอละเวนเป็นที่ต้องการจากทั่วโลก

ก่อนกลับไทย แวะเข้าไปเที่ยวน้ำตกกันก่อน ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพราะเจอน้ำหลากมาแล้วเมื่อวาน และก็เป็นตามคาด น้ำเยอะเกินจนไม่สวย แต่ดีที่น้ำยังขาวอยู่ไม่ขุ่นแดงแบบแม่น้ำโขง

น้ำตกตาดเยือง || ນ້ຳຕົກຕາກເຍືອງ 

น้ำตกยอดนิยมของลาวใต้ แต่ช่วงนี้คนเขาไม่เที่ยวกันเพราะฝนตกหนัก หนักขนาดทางเข้าเละจนรถวิ่งไม่ได้ รถต้องจอดปากทางให้พวกเราลงเดินกันไป ที่เราเข้ามาจะเป็นด้านบนของผาน้ำตก มีจัดสวนหย่อม จัดโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งปิ๊คนิคได้ ถ้าจะดูผาน้ำตกต้องเดินลงไปด้านล่าง ซึ่งพวกเราก็ลงกันไปแค่ช่วงแรก เพราะทางลื่นมาก และน้ำแรงมากตกลงมากระทบแอ่งน้ำด้านล่างเป็นละอองฝอยฟุ้งจนเปียกไปหมด ไม่กล้าแม้แต่จะยกกล้องมาถ่ายรูป เพราะกล้องน่าจะพังแน่แท้

น้ำตกตาดฟาน || ນ້ຳຕົກຕາກຟານ

เป็นน้ำตกที่ตกจากหน้าผาสูง เป็นสายยาวลงมา ไกด์บอกว่าสูงที่สุดในแขวงจำปาสัก การมาเที่ยวชมน้ำตกตาดฟานนิยมเข้ามาที่ตาดฟานรีสอร์ท ที่นี่เป็นที่พัก ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ที่อยู่ตรงข้ามกำบสายน้ำตกตาดฟานพอดิบพอดี นักท่องเที่ยวส่วนมากก็มานั่งทานข้าวหรือจิบเครื่องดื่มนั่งดูสายน้ำตกชิลๆกันไป ส่วนสายแอดแวนเจอร์ก็เดินลงเขาไปหุบเขาด้านล่างถึงตรงแอ่งน้ำตกได้เลย นอกจากนั้นที่พักก็มีเทรลเดินป่าน่าสนใจ ไปติดต่อคนนำทางได้

แต่ถ้าอยากเห็นสายน้ำตกตาดฟานงามๆ อย่ามาหน้าฝน เพราะจะเจอหมอกขาวฟุ้งไปทั่ว แถมด้วยความแรงของสายน่ำที่ไหลลงมากระแทกหินด้านล่างเป็นฟุ้งฝอยลอยบังจนมองอะไรไม่เห็น ต้องนั่งรอให้ลมพัดพาหมอกเปิดมุมให้เห็นสายน้ำตกเป็นบางจังหวะ ทุกจังหวะจะได้ยินเสียงฮือฮาจากนักท่องเที่ยวที่มานั่งรอยืนรอถ่ายรูปกัน

ในโปรแกรมยังมี น้ำตกตาดผาส้วม || ນ້ຳຕົກຕາກຜ້າສ້ວມ อีกที่ แต่ว่าฝนลงหนักมาก ก็เลยต้องยกเลิกไป ได้ยินชื่อหลายคนอาจตะหงิดๆ แต่คำว่าส้วม ภาษาลาวหมายถีง ห้อง น้ำตกเป็นแผงโค้งเหมือนห้องเลยชือผาส้วม เขาว่ากันว่าสวยมาก แต่ถึงจะไปก็คงไม่ได้เห็นความสวยงาม ไว้รอมาใหม่ฤดูอื่น

ลาวใต้เที่ยวง่ายมาก เอาไว้จะมาเที่ยวใหม่ ต้องมาดูน้ำตกงามๆ ที่น้ำไม่แดง และหลี่ผี คอนพะเพ็ง ที่น้ำไม่ทะลักแบบนี้ จำไว้เลย อย่าเที่ยวลาวใต้ช่วงหน้าฝน ยกเว้นอยากได้บรรยากาศทุ่งนาเขียวๆ แต่อย่างอื่นจะไม่สวยเลย น้ำตกน้ำเยอะเกิน แม่น้ำก็ขุ่นแดง แถมเปียกปอนทุกวัน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

Website Built with WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: