ข้ามโขงไปรับลมหนาวกับหนุ่มสาวลาวที่วังเวียง

ทริปข้ามโขงไปรับลมหนาวกับหนุ่มสาวลาวที่วังเวียง | ธันวาคม 2560

ข้ามโขงไปเที่ยววังเวียง กลับมาแวะเวียงจันทน์ 3 วัน 2 คืน รับลมหนาว ฝนพรำๆบ้างได้หมอกสวยๆ อาหารคุ้นลิ้น ส้มตำไก่ย่าง สนุกสนานง่ายๆใกล้ๆบ้าน

**********************

ไปวังเวียงเลือกได้หลายแบบ นั่งรถบัส/ตู้อุดร-วังเวียง หรือนั่งรถไปเวียงจันทน์ ต่อรถไปวังเวียง ขากลับเหมือนกัน เช็คเวลาเดินรถก่อนนะ

ถ้าขับรถไป กท. – หนองคาย เอารถไปฝากได้ที่รับฝากแถวสะพานคืนละ 100฿ / หรือขับข้ามไปเลยต้องทำใบผ่านแดนของรถล่วงหน้านะ ขับรถชิดขวานะ

การข้ามแดนถ้ามีพาสปอร์ตเอาไปใช้ สะดวกมาก ถ้าไม่มีต้องไปทำใบผ่านแดนชั่วคราวที่อำเภอมาก่อน หรือนายหน้ารับทำตรงด่าน

วิธีการข้ามด่านไทย-ลาวที่สะพานมิตรภาพก็คล้ายๆกับการออกนอกประเทศทางสนามบิน ฝั่งไทยก็ตรวจ passport หรือใบผ่านแดน เดี๋ยวนี้มีเครื่องแสกนสำหรับคนไทยด้วย ถ้าใครไม่ถนัดหรือสแกนไม่ผ่านก็ไปประทับตราที่ช่องตรวจเหมือนปกติได้ ที่แปลกคือ ถ้าสแกนเครื่องผ่านเข้าไปแล้วก็ยังมีจนท.นั่งรอประทับตราให้อยู่ดี (ที่สนามบินไม่มีนะ สแกนผ่านแล้วผ่านเลย)
ออกมาแล้วต้องมารอขึ้นรถเพื่อข้ามสะพาน ซึ่งมันยาวและเขาห้ามเดิน ค่ารถเมล์คนละ 15 บาทไทย อัดๆกันขึ้นไป นั่ง/ยืนไม่นาน
มาถึงฝั่งลาว ก็เข้าพิธีการตรวจ passport ตามปกติ ต้องกรอกใบขาเข้าด้วย จากนั้นต้องไปซื้อ RFID card แบบในรูปใบละ 20 บาทไทย
เพราะการจะเดินผ่านเข้าลาวมีที่กั้นแบบรถไฟฟ้า สอดบัตรเข้าไปประตูเปิด โอ้ว…. เก็บเงินดื้อๆ และควบคุมตรวจนับจำนวนคนได้
จบขั้นตอนการข้ามประเทศตามนี้

   

จากสะพานมิตรภาพไทย-ลาวไปถึงวังเวียงใช้เวลาประมาณ 4 ชม. ทางไม่ค่อยดี มีเขาเล็กน้อย

ที่พักมีตั้งแต่หลักร้อยไปถึงหลักพันหลักหลายพัน

มาคราวนี้เราพักที่ Elephant crossing hotel ก็จะหรูหราหน่อยๆ อยู่ริมแม่น้ำซอง วิวสวยงามมาก ขอห้องพักชั้น 4 หรือ 5 นะ ห้องราคาหลักพันขึ้นไปแล้วแต่ช่วงที่ไป หากอยากพักแบบถูกกว่านี้ก็มีให้เลือกอีกเยอะ ยิ่งไม่ติดริมน้ำยิ่งถูกไปอีก 4-500 บาทก็มี (5 ปีที่แล้วเราพักริมน้ำยังได้ห้องราคา 500 บาท ปีนี้ลองสอบถามดู ริมน้ำขั้นต่ำก็ 800 ไปแล้ว) เลือกที่พักกันตามเหมาะสมกับงบและความชอบกันเลย

 

จะไปเที่ยวไหนไม่มีรถก็ใช้เหมาสกายแลปหรือตุ๊กๆ หรือถ้าชอบปั่นก็เช่าจักรยาน ชอบบิดก็เช่ามอเตอร์ไซค์ ราคาก็ปกติเหมือนเวลาไปปายไปเชียงคาน (คือแพงปกติ 555) เราเช่าเหมารถไปบลูลากูน ให้อ้ายรอรับกลับด้วยเหมาไปในราคาแสนสามหมื่นกีบ เดินอยู่ถูกฉโลกคนไหนก็เข้าไปสอบถามต่อรองราคาได้เลย มาเที่ยลาวสะดวกสบายคุยง่ายเข้าใจกันทุกอย่าง

Blue lagoon : ที่เที่ยวสุดฮิตยุคนี้ น้ำเขียวสวยชวนโดด จึงมีนักท่องเที่ยวมาโดดกันตูมๆ ในรูปคือนักท่องเที่ยวเกาหลีหนีหนาวติดลบมาเที่ยวลาว ที่ลาวก็หนาวอยู่นะต่ำกว่า 20 องศา แต่อปป้าก็โดด นอกจากโดดน้ำเล่น ก็ปีนเขาขึ้นถ้ำปูคำไปนมัสการพระนอนด้านบนได้อีก

 

กลับมาเดินเล่นในตัวเมือง ข้ามสะพานไม้ไปนั่งกินส้มตำจิบเบียร์ลาว ดูเรือนักท่องเที่ยววิ่งไปวิ่งมา นึกสนุกก็ไปเช่าคายักพายได้ คิดคนละ 400 บาท เค้าจะขับรถพาไปปล่อยที่ต้นน้ำให้พายตามน้ำลงมา น้ำไหลแรงมาก เย็นเจี๊ยบ

 

อาหารการกินคุ้นลิ้นคนไทย สบายอยู่แล้ว แต่มีฝรั่งมาทำธุรกิจในวังเวียงเยอะมาก ร้านอาหารฝรั่งจึงเยอะมาก
ที่เยอะอีกอย่างคือร้านขายโรตี เยอะเป็นสิบๆ โรตีหลากหลายชนิด ใส่กล้วย ใส่ชีส ใส่ผลไม้อื่นๆ สงสัยจะฮิตในหมู่นักท่องเที่ยว
ร้านเหล้า บาร์ ผับ เริ่มเยอะ มีให้เลือกกลางเมือง รักบรรยากาศแบบพื้นบ้านก็นั่งเพิงตามริมแม่น้ำ (ก็ใช่ว่าจะสงบเท่าไหร่ เปิดเพลงออกลำโพงดังอยู่)

สำหรับสายตื๊ด ช่วงนี้ดังสุดๆในเมืองคือ Sakura bar เข้าไปแล้วจะตกใจเพราะนักท่องเที่ยวเกาหลีทั้งเมืองคงมารวมตัวกันที่นี่ ยิ่งดึกยิ่งแน่น เปิดเพลงให้เต้นกันเถิดเทิงเลย 70% เป็นเกาหลีที่เหลือเป็นฝรั่ง,เอเชียทุกเชื้อชาติ สนุกตรงที่ทักทายแนะนำตัวกันหมด ชนแก้วกันเต้นด้วยกัน แต่ยังสงสัยทำไมเกาหลีเยอะ เกาหลียึดวังเวียง ซากุระบาร์ปิดเที่ยงคืน ถ้ายังไม่สุดอยากไปต่อเชิญ Heartbeat เธคชาวลาว ต้องนั่งรถออกไปอีก 3 กม. ถ้าไม่ชอบแบบนี้นั่งจิบเบียร์ฟังกีตาร์จากฝรั่งเจ้าของร้านที่ Garrys Irish bar ฝั่งตรงข้ามซากุระก็ดี

ค่าครองชีพลาวไม่ใช่ถูกนะ เพราะของทุกอย่างนำเข้าจากไทย อาหารธรรมดาก็จานละ 40 บาทขึ้น มาลาวก็เหมือนเที่ยวอิสานบ้านเรานั่นแหละ

วันกลับเรานั่งรถบัสวังเวียง – เวียงจันทน์ ราคาคนละ 60,000 กีบ ถึงช่วงบ่ายๆก็แวะไหว้ธาตุหลวงเวียงจันทน์เสริมสิริมงคลกันหน่อย และแวะประตูชัยถ่ายรูปเป็นที่ระลึกจบทริป

  

ต่อรถอีกแค่ 30 กม.ไปชายแดน แวะซื้อของที่ Duty free shop น้องๆซื้อบุหรี่กับเหล้า ดูแล้วเหล้าราคาถูกกว่าไทยเยอะเลย มิน่าคนเลยข้ามมาซื้อกันกลับไป แต่ระวังข้อกม.ดีๆว่าเอาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาได้คนละ 1 ลิตรทั้งเหล้าเบียร์รวมกัน ไม่ใช่เหล้า 1 ลิตร เบียร์อีก 12 กระป๋องตามที่คนขายบอก แล้วก็ขึ้นรถเมล์ข้ามสะพานมิตรภาพกลับไทยตามสเต็ปเดิมกับขามา

มองภาพรวมแล้ววังเวียงเปลี่ยนไปเยอะ จาก 5 ปีที่แล้วพอสมควร ได้แต่ตั้งความหวังว่าอีก 5 ปีข้างหน้ามันยังคงไม่เลอะเทอะไปกว่านี้ ไม่อยากให้วังเวียงกลายเป็น”ปาย”ที่ไม่เหลือเสน่ห์อะไรอีกแล้ว


แม้วังเวียงจะเปลี่ยนไปแค่ไหน อย่างน้อยสาวๆยังนุ่งซิ่นยั่งถีบจักรยาน มันคือวิถีชาวลาวที่เราประทับใจ

ไปเที่ยวไม่ยากแค่อย่าคิดมากจนเกินไป
อยู่ที่ว่าไปกับใครถ้าถูกใจถึงไหนถึงกัน


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s