วาฬบรูด้า ยักษ์ใหญ่ใจดีแห่งอ่าวไทย

นั่งเรือออกปากอ่าวดูวาฬบรูด้า (สิงหาคม 2563)

🐳 เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยที่เพลง วาฬเกยตื้น กำลังดังสุดๆ ก็เลยชวนพรรคพวกลงเรือไปดูวาฬบรูด้ากัน กิจกรรมวันหยุดง่ายๆใกล้ๆกรุงเทพฯอีกกิจกรรมที่แนะนำ พาครอบครัวหรือเพื่อนๆไปกัน ก่อนอื่นมารู้จักวาฬบรูด้ากันก่อน

วาฬบรูด้า (Brydes whale / Eden’s whale) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ พบในทะเลเขตอบอุ่นทั่วโลก ในประเทศไทยพบอาศัยอยู่ในอ่าวไทย ในพ.ศ. 2554 ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ให้ข้อมูลว่า พื้นที่อ่าวไทยพบว่าเป็นแหล่งอาศัยและศึกษาเกี่ยวกับวาฬบรูดาแหล่งใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย โดยถือว่าเป็นสัตว์ประจำถิ่นอ่าวไทยไปแล้ว ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2556 พบฝูงวาฬบรูด้าประมาณ 40 ตัว อยู่ใกล้พื้นที่กรุงเทพมหานครมากที่สุด โดยพบมากินอาหาร คือ ฝูงปลากะตักควาย (ที่มา : Wikipedia)

ลักษณะภายนอกของปลาวาฬบรูด้า มีลำตัวเรียว ผิวหนังเรียบ ครีบหลัง (Dorsal fin) มีขนาดเล็กอยู่ค่อนไปทางส่วนหาง มีซี่กรอง (Baleen plates) สำหรับกรองอาหารอยู่บนขากรรไกรบน ใต้คางมีร่อง (Throat grooves หรือ Ventral Pleats) ร่องใต้คางนี้จะขยายออกในขณะที่กำลังกินอาหารเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการรับเหยื่อ ร่องใต้คางนี้จะยาวพาดไปจนถึงสะดือ (Navel) สะดือตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางของความยาวลำตัว ครีบด้านข้างเรียกว่า Flipper ครีบหลัง แพนหางใหญ่ (Fluke) ส่วนตา (Eye) และหู (Ear) มีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับขนาดตัว หูอยู่หลังลูกตา หูเป็นช่องเล็ก ๆ ซึ่งบางครั้งสังเกตเห็นได้ยาก มีช่องหายใจ 2 ช่อง (Double blow holes) และมีสันที่หัว 3 สัน ส่วนหัวเรียกว่า Rostrum ขากรรไกรล่าง (Lower jaws) มีลักษณะโค้งและยาว | น้ำหนัก 20-25 ตัน / ความยาวลำตัว 14-15.5 เมตร / ช่วงอายุเฉลี่ย 50 ปี / ระยะตั้งท้อง 10-12 เดือน | อาหาร แพลงตอน / แมงกะพรุน / กุ้ง หรือ เคย / ปลาหมึกเล็ก (ที่มา : วาฬบรูด้า )

สนใจหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวาฬบรูด้าอ่าวไทยได้ที่เวปไซต์ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง > ครอบครัววาฬบรูด้า แม่ใคร ลูกใคร

ปัจจุบันมีเรือพาออกไปดูวาฬอยู่หลายเจ้า แถวบางขุนเทียน ทะเลกรุงเทพฯก็มี หรือขับรถออกไปไกลหน่อย คือแถบบางตะบูน จ.สมุทรสาครก็มี พวกเราเลือกไป เรือทิพย์มงคล ของร้านครัวบ้านประมง ชายทะเลบางขุนเทียน

เรือทิพย์มงคล
✨📢ราคาการันตีมาไม่เจอมาดูใหม่ฟรี
ไม่เกิน5ท่าน ท่านละ1800
5-9ท่าน ท่านละ1700
10-14ท่าน ท่านละ1600
15ท่านขึ้นไปท่านละ1500
*ราคารวมอาหารกลางวันแบบบุฟเฟ่ น้ำดื่ม น้ำอัดลม ขนมและผลไม้
🚩รายละเอีัยดกิจกรรมชมวาฬบรูด้าา
ลงทะเบียนที่ร้านครัวบ้านประมง 08.00-08.30
เรือออกจากท่าเรือ 08.30
08.30 เริ่มบรรยายการใช้เรือ+“อ่าวไทยน่ารู้”
12.00 รับประทานอาหารเที่ยง (อาหารกล่อง)
กิจกรรมบนเรือ ชมระบบนิเวศ ตามหาวาฬบรูด้า นกทะเลและสัตว์ทะเลอื่นๆ
กลับถึงฝั่งประมาณ 16:00 – 17:00

ครัวบ้านประมงมีเรือ 2 ลำ คือ เรือทิพย์มงคล 1 กับ 2
พวกเราเลือกนั่งชั้นบน ก็จะสบายๆแบบนี้ มีเบาะให้นั่งให้นอนสบายๆ
เริ่มออกปากอ่าวก็จะเจอศาลาพระพุทธมหาสมุทร

พวกเราโชคดีมาก ที่ออกเรือไปแค่ชั่วโมงกว่าก็เจอวาฬแล้ว และยังเจอเรื่อยๆตลอดเวลา ถือว่าเจอวาฬค่อนข้างเยอะ ไม่แน่ใจว่าทั้งหมดเจอกี่ตัว แต่เท่าที่เห็นพร้อมๆกัน มีถึง 5-6 ตัว แต่ที่เจอตลอดวัน คือวนเรือไปมาก็เจอตลอดคือ วาฬแม่ลูก 2 ครอบครัว คือครอบครัวแม่พาฝัน และครอบครัวแม่ศรีสุข บนเรือมีไกด์ที่มีความรู้คอยอธิบายวิธีการดู อธิบายเรื่องต่างๆเกี่ยวกับวาฬบรูด้าให้เราฟังตลอดเวลา

วาฬว่ายมาค่อนข้างใกล้ เพราะคุ้นชินกับเรือประมง และไม่แล่นเรือไล่ต้อน แต่แล่นไปแค่ใกล้ๆแล้วลอยลำดู

วาฬบรูจ้าจะโผล่ขึ้นมาเพื่ออ้าปากกินฝูงปลา เช่น ปลากะตัก เป็นช่วงที่เวลาที่ทุกคนรอคอย ถ้าเวลาว่ายน้ำธรรมดาก็จะเห็นแค่ครีบหลังซึ่งครีบวาฬบลูด้าจะค่อนข้างเล็ก ไม่ได้ใหญ่โตเหมือนครีบฉลามอื่นๆ

ด้านใต้คางจะมีร่องใต้คาง (The throat grooves) ที่สามารถขยายออกได้มากที่สุด ทำให้เกิดพื้นที่ในปากกว้างมากที่สุด เพื่อที่จะได้สามารถจะรับปลาและน้ำทะเลเป็นตันๆ
การกินอาหารของวาฬบรูด้าคือ พุ่งส่วนหัวขึ้นมาเหนือผิวน้ำ แล้วทิ้งขากรรไกรล่างลงที่ผิวน้ำ ฮุบหรืองับเหยื่อ 1 ครั้งแล้วจมตัวลง (ปล่อยให้น้ำไหลออกจากซี่กรอง แล้วกลืนอาหารเข้าไปข้างใน)
วาฬกินปลากะตัก นกก็กินเศษอาหารในปากปลา
มาเดี่ยวๆก็มี แต่ตัวนี้ไม่รู้ชื่ออะไร

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การนั่งเรืออกมาชมวาฬ คือช่วงตั้งแต่เดือน กรกฎาคม ถึงประมาณ กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่วาฬบรูด้าเข้ามาหากินบริเวณอ่าวรูปตัว ก. ของอ่าวไทย สามารถออกเรือไปดูวาฬได้ในทะเลตั้งแต่สมุทรสาครไปถึงเพชรบุรี ตั้งแต่อ่าวบางตะบูน แหลมผักเบี้ย และหาดเจ้าสำราญ

ปลาวาฬพ่นน้ำทำไม? จริงๆแล้ววาฬไม่ได้พ่นน้ำ แต่เป็นการหายใจออกของวาฬซึ่งพ่นออกมาอย่างแรง ในลมหายใจออกของวาฬมีไอน้ำปนอยู่ เมื่ออากาศและไอน้ำจากปอดที่อุ่นกว่าอากาศข้างนอกกระทบกับความเย็นของอากาศเข้า จึงรวมตัวกันเป็นหยดน้ำเล็กๆพุ่งออกมาเป็นฝอยคล้ายน้ำพุ

ถ้าอยากได้รูปสวยๆ ต้องทนแดดทนร้อนสักหน่อย
ถ้าเห็นน้ำเป็นปิ้นๆแบบนี้คือร่องรอยการสะบัดหางของวาฬ (Tail-slapping) แสดงว่าตัวได้เลยจุดนั้นไปแล้ว (ความรู้ใหม่)
เห็นตึกสูงกรุงเทพฯอยู่ไกลๆ ถ้าทะเลดีและสมบูรณ์ ออกเรือมาแค่นี้ก็เห็นวาฬแล้ว

บนเรือมีน้ำดื่ม น้ำหวาน ให้ตลอดเวลา ถึงเวลาอาหารกลางวันก็จัดการอาหารกล่องที่สั่งไว้ล่วงหน้าคนละกล่อง แล้วนั่งรับลมเพลินๆไป เจอวาฬอีกก็ลุกไปดูกันอีก

ถึงพวกเราจะเจอวาฬเร็วก็กลับฝั่งไม่ได้ทันที เพราะต้องรอช่วงน้ำขึ้นถึงเข้าคลองได้ ก็ต้องนั่งเรือวนชมวาฬไปเรื่อยๆจนประมาณ บ่าย 3 – 4 จึงพอเอาเรือกลับเข้าได้

ออกเรือไปตอนเช้าไม่เห็นหลักหอยพวกนี้ ขากลับน้ำลงถึงได้เห็น
เรือประมงมีเสาอวนรุน
เมืองไทยอุดมสมบุรณ์ ตกปลาก็ได้ปลา
ชาวประมงกลับจากไปเก็บหอยแมลงภู่ ขนมาเป็นตะกร้าๆ

ก่อนไปก็ไม่มีความรู้อะไรมาก มักจะมา #เก่งหลังทริป ก็มาหาอ่านข้อมูลเอาทีหลัง กับความรู้ที่ได้จากผู้รู้ในระหว่างทริป 5555

หมาน้ำกร่อย


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s