แอ่วเชียงใหม่ ตอน Flower Fever

เที่ยวเชียงใหม่ ตามหาสายหมอกและดอกไม้เมื่อปลายฝน
ตุลาคม 2563

ทริปนี้ไม่ได้เป็นทริปที่เราวางแผน แค่ตามเขาไป เป็นทริปที่พี่สาวคนหนึ่งเธอตกเป็นทาสของ AI ในโซเชียล เพราะช่วงนี้ไม่ว่าจะเปิดเข้าแพลตฟอร์มไหน ก็จะเต็มไปด้วยรูปสาวสวยหวานสวยใสกับทุ่งดอกไม้หลากชนิด แม้จะเป็น AI แต่คนก็ไปเยอะจริงๆ เห็นมากๆเข้าพี่สาวก็แบบไม่ไหวแล้วโว้ยยยย ต้องไปบ้าง

หลังๆมานี้เชียงใหม่มีทุ่งดอกไม้เยอะมาก (สวนดอกไม้นั่นแหละ แต่ปลูกกันเป็นทุ่งเลย) เท่าที่คุยกับคนที่สวน สมัยก่อนๆปลูกดอกแล้วตัดขาย แต่ยุคนี้ปลูกแน่นๆให้เป็นทุ่งแล้วเปิดให้คนเข้ามาถ่ายรูปเก็บค่าเข้าคุ้มว่า ตอบสนองความคลั่งไคล้ในการถ่ายรูปของคนไทย แถมด้วยขายของกิน ของที่ระลึกอะไรไปอีก

ตอน 1 ปุบปับขุนแปะ

อย่างที่เล่าว่าตามเขามาและตามแบบปุบปับมาก คุยปุ๊บซื้อตั๋วมาปั๊บ เริ่มต้นความสนุกที่พี่เขาโทรจองที่พักไว้ที่หนึ่ง แต่ GPS ที่ได้มาเป็นอีกที่หนึ่ง แต่อันที่หลงไปดันวิวงามเสียเหลือเกิน เลยได้ถ่ายรูปเล่นกันเพลิดเพลิน จนเจ้าของที่พักโทรมาถามว่า พวกคุณอยู่ไหน สงสัยไปผิดที่นะครับ ฮา… เดี๋ยวสรุปเรื่องที่พักไว้ให้ท้ายๆนะ

บ้านขุนแปะ เป็นหมู่บ้านชาวเขาปกาเกอะญอและม้ง อยู่บนหุบเขาในเขตอำเภอจอมทอง แต่เดิมชาวบ้านบุกรุกป่าปลูกฝิ่น ทำไร่เลื่อนลอย ในหลวงร.๙ได้มีพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการหลวงขุนแปะเพื่อส่งเสริมอาชีพ ทำการวิจัยพืชที่เหมาะสมกับพื้นที่ เอามาส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก อย่างเช่น ผัก ผลไม้ พืชไร่ ไม้ดอกเมืองหนาว หรือกาแฟ ปัจจุบันรัฐประกาศห้ามการทำไร่เลื่อนลอย ส่งเสริมให้ทำไร่ถาวรผสมกับการปลูกพืชผักผลไม้ดอกไม้ส่งขายให้โครงการหลวงขุนแปะ

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนแปะ เริ่มดำเนินงานเมื่อปี พ.ศ. 2527 ตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อให้ราษฎรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยการส่งเสริมปลูกพืชเขตหนาวทดแทนการทำไร่เลื่อนลอย และเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้เกิดการพึ่งพาตนเอง ตลอดจนพื้นฟูและอนุรักษ์สภาพแวดล้อมให้มีความอุดมสมบูรณ์ | ที่มา: http://royalprojectthailand.com/khunphae

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การมาเที่ยวชมดอกไม้ที่ขุนแปะ ไม่ได้เข้าไปชมดอกไม้ในโครงการหลวงขุนแปะ เพราะโครงการหลวงขุนแปะเป็นเพียงแหล่งข้อมูลทางการเกษตรและเป็นโรงเรือนเพาะกล้าไม้และแปลงสาธิต ในการปลูกผัก ผลไม้ กาแฟ ไม้ดอก ไม้ผล จุดท่องเที่ยวชมดอกไม้จะเป็นสวนของชาวบ้าน จุดท่องเที่ยวที่ขุนแปะก็มีสวนดอกไม้ 2-3 แห่งหลักๆ จุดชมวิว 2-3 จุด มีทุ่งกระหล่ำปลี แปลงปลูกผักอื่นๆ อยากดูอะไรก็ตกลงกัน ของเราพี่เจ้าของทริปต้องการแค่ดอกไม้ ก็เลยไปแค่ทุ่งดอกไม้ 3 จุด แวะชมวิวนิดหน่อย

ไร่ภูตะวัน

ทุ่งดอกไฮเดรนเยีย ที่เจ้าของที่พักพามาเป็นทุ่งแรก บอกว่าว่าเป็นทุ่งเล็ก แต่ขนาดก้ไม่ได้เล็กมาก แถมช่วงปลายเดือนตุลาคมดอกก็แน่นพอสมควร สวยงามดี ค่าเข้าชมสวนคนละ 30 บาท ราคามาตรฐานที่ขุนแปะ ที่ไร่ภูตะวันเป็นสวนดอกไฮเดรนเยียทั้งสวน มีทีพักด้วย มีร้านกาแฟด้วยแต่ไม่มีคนชง ไม่รู้ว่าถ้ามาเสาร์-อาทิตย์จะมีคนชงมั๊ย ถ้าได้นั่งจิบกาแฟแลไฮเดรนเยียคงเพลินไม่น้อย

ไร่ไฮเดรนเยียร์ขุนแปะ

ทุ่งใหญ่ของที่ขุนแปะคือที่นี่ ค่าเข้าชมมาตรฐานที่ 30 บาท ที่นี่มีอุปกรณ์ประกอบการถ่ายทำให้เช่าด้วย เช่น ตะกร้าใส่ดอกไฮเดรนเยียเต็มแน่นให้แบกไปประหนึ่งเป็นคนเก็บดอกไม้ ให้เช่าในราคา 20 บาท หรือจะซื้อดอกไฮเดรนเยียลัก 2-3 ดอกมัดกำมาถือกวัดแกว่งประกอบภาพถ่ายก็ได้ ดอกละ 40 บาท มัดช่อ 3 ดอก 100 บาท เชิญเลือกซื้อเลือกเช่าตามชอบ ช่วงปลายฝนต้นหนาวไฮเดรนเยียเบ่งบานเต็มไร่ แต่คนสวนบอกว่ายังแน่นไม่เต็มที่ยังแน่นได้อีกถึงปลายๆพฤศจิกายน

ไร่ภูเวา

ช่วงที่เราไปพอมีดอกมาการ์เร็ตเบ่งบานอยู่บ้าง เลยได้แวะที่ไร่ภูเลวาถ่ายรูปกับดอกสีม่วงๆบ้าง ดอกยังไม่ออกแน่น แต่ก็พอให้ได้ชื่นชม มีฉากหลังเป็นภูเขากับสายหมอก ก็สวยงามดี ยังเห็นมีพื้นที่อีกเยอะที่เพิ่งลงต้น ดูใบก็ไม่รู้ว่าดอกอะไร เท่าที่เห็นมีดอกคัตเตอร์บ้าง อาจจะมีปอเทืองบ้าง แค่ตอนนี้มีแต่มากาเร็ตบานอยู่นะ น่าจะสวยทั้งปี แล้วแต่ช่วงนั้นมีดอกอะไร

มาขุนแปะคราวนี้ได้แวะ 3 สวนนี้แหละ ไฮเดรนเยียกำลังใกล้จะบานเต็มที่ แต่สวยแล้วตอนนี้ ตามถนนเข้าสวนต่างๆริมทางเริ่มเห็นต้นคริสต์มาสเปลี่ยนเป็นสีแดงแล้ว ถ้าหน้าหนาวคงแดงตลอดแนวสวยดี บางช่วงก็เป็นบัวตองทั้งแนวเริ่มเห็นดอกเหลืองๆแล้วเหมือนกัน  ปลายพฤศจิกาคงสีสันสดใสไปทั้งเขา เขียว เหลือง แดง ส้ม ม่วง วู้ยยยยยย

ทางขึ้นไปชมทุ่งไฮเดรนเยียก็จะเละๆประมาณนี้ บางช่วงเป็นร่องลึก ควรใช้รถ 4WD

อ้อ ช่วงปลายๆฝนแบบนี้ ยังพอมีนาขั้นบันไดให้ได้ชื่นชมสำหรับคนชอบนาข้าว แต่ก็เหลืองใกล้เก็บเกี่ยวเต็มที ถ้าชอบนาขั้นบันไดแบบเขียวสดใสแนะนำให้มาเร็วกว่านี้ กันยายน ถึงตุลาคม จะสวยงามสุดๆ เขียวเป็นขั้นเลย อาจจะไม่ได้มากมายเท่าแถบบ้านบงเปียง หรือแม่แจ่ม แต่ก็สวยงามพอดู

ตอน 2 เริงร่าแม่ริม

เปลี่ยนมาชื่นชมดอกไม้อื่นๆกันบ้าง ถ้าลองค้นหาทุ่งดอกไม้เชียงใหม่จะมีรายชื่อสวนดอกไม้ขึ้นมาเป็นสิบๆสวน ล้วนอยู่ในทิศทางไปทางแม่ริมทั้งนั้น เราคงไม่ได้รวบรวมให้ทั้งหมด แต่มีเว็บเขารวบรวมไว้ให้อยู่แล้วหลายเวป เอาแผนที่มาลงให้ดูคร่าวๆแล้วกัน คนนิยมไปเพราะไม่ไกลจากตัวเมือง ออกจากตัวเมืองมุ่งหน้าไปทางอำเภอแม่ริม แยกขวาไปถนนรอบเมืองแล้วเลี้ยวเข้าถนนขนานแม่น้ำปิง ทางไป I love flower farm อันโด่งดัง ในทางเดียวกันมีหลายสวน สวนลุงรน, สวนป้าเอี้ยง, สวนลุงจวน และสวนเล็กสวนน้อยอีกเพียบ มองเห็นได้ตามรายทางชอบตรงไหนแวะได้เลย ลองเลือกดู แต่ควรถามดูว่าช่วงที่จะไปดอกไม้ที่สวนบานหรือยังบานแค่ไหน เพราะค่าเข้าชมแถบนี้มาตรฐานอยู่ที่ 50 บาทต่อคน

เยอะมาก ถ้ามีเงินก็แวะมันได้ทุกสวนๆละ 50 บาทต่อคน

Kuv niam forest

สวนดังในโซเชียลสวนหนึ่งในแม่ริม ต้องขับรถไปทางอ.แม่ริม จนถึงแยกไปสะเมิง ทางเดียวกับไปม่อนแจ่มนั่นแหละ ละแวกนี้ก็มีสวนดอกไม้เยอะ แต่เป็นสวนผสมสผานจัดสวนสวยๆที่นิยมกันสมัยก่อนๆ ไม่ใช่ทุ่งดอกไม้แบบที่ฮิตตอนนี้ แต่ Kuv niam ดังขึ้นมาเพราะภาพโปรโมทสวยๆของสาวใส่เดรสลูกไม้ขาวๆพลิ้วไหวในทุ่งดอกมากาเร็ตสีม่วง AI ทำงานดีเยี่ยมจนพวกเราติดกับ ดั้นด้นไป หมายมั่นว่ามันต้องสวยต้องชิล คนไม่น่าเยอะเพราะเป็นวันกลางสัปดาห์ แต่กลายเป็นว่า คนเยอะพอสมควร ผลุบโผล่เต็มทุ่ง โดยรวมก็พอใช้ได้ พื้นที่กว้าง มีฉากหลังเป็นภูเขา มีจัดทำพร๊อพถ่ายรูปหลายจุด แต่ดอกโรยไปเยอะพอสมควร ที่ไม่สนุกเพราะแดดร้อนมาก (ทั้งๆที่เมื่อวานนี้ฝนลงพรำๆ อากาศเย็นฉ่ำ แต่ก็แลกกับฟ้าไม่ค่อยสวย) แดดร้อนเหงื่อไหล แถมถ่ายรูปยาก ภาพมุมกว้างแทบถ่ายไม่ได้ มีคนทุกหย่อมหญ้า เน้นถ่ายเจาะเฉพาะคนพอได้อยู่ แล้วคิดดูว่าถ้าเป็นวันหยุดคนจะยั้วเยี้ยแค่ไหน สรุปว่าไม่ค่อยประทับใจ ไม่สนุก เลยอยู่ไม่นาน ค่าเข้าชม 50 บาท มีอุปกรณ์ประกอบการถ่ายรูปให้เช่าเพียบ ทั้งตะกร้า กระบุง หมวก ร่ม ดอกไม้ช่อ   

สวนลุงรน

แผนการเที่ยวสวนนี้งอกขึ้นมาเพราะเห็นรูปจากพี่สาวที่เชียงใหม่อีกคนในเฟซบุ๊คเพิ่งไปถ่ายรูป 2 วันก่อน มีดอกหงอนไก่สีสวยเป็นทุ่งเลย ชอบสีสดๆก็เลยไปกัน ปรากฏว่าประทับใจสวนลุงรนมาก ด้านหน้ามีทุ่งดอกมากาเร็ตกำลังบานเต็มพิกัด สวยมาก คนก็ไม่แน่นยั้วเยี้ยเหมือนสวนแรก แค่ทุ่งด้านหน้าก็ประทับใจแล้ว ทุ่งดอกมากาเร็ตสีหวานๆแน่นเต็มทุ่ง พร็อพถ่ายรูปน่ารัก แถมอุปกรณ์ประกอบอย่างช่อดอกไม้ ตะกร้าดอกไม้ก็ฟรี

เดินเข้าไปด้านในของสวนจะมีทุ่งดอกคัตเตอร์อีกทุ่งใหญ่แต่ยังไม่มีดอก เลยไปเป็นทุ่งดอกสร้อยไก่ หงอนไก่ สีสวยมากๆ ที่พวกเราตามมาเพราะทุ่งนี้ มันแปลกตากว่าดอกมากาเร็ตสีหวาน ถ่ายรูปเล่นกันได้สนุกสนานมาก เสียอย่างเดียวว่าร้อนไปหน่อยเพราะมาใกล้เที่ยง ถ้าได้มาช่วงเย็นๆอากาศไม่ร้อนน่าจะชิลกว่านี้อีก สรุปว่าประทับใจสวนลุงรนมากๆ

ใกล้ๆสวนลุงรน 200 ม. เป็น สวนป้านกเอี้ยง ก็ดูเก๋ดี สวนเปิดโล่งริมถนนมองเห็นได้ชัดเจน ทุ่งดอกมากาเร็ตสีหวานอยู่ติดกับทุ่งนาสีเขียว มีตกแต่งจุดถ่ายรูปน่ารักหลายจุด มีขายอาหารเครื่องดื่มมีดนตรีฟัง น่ารักดี แต่เราไม่ได้เข้าไปอิ่มดอกไม้เพียงพอแล้วทริปนี้

ที่พักบ้านขุนแปะ

ที่พักในบ้านขุนแปะเป็นโฮมสเตย์ ที่คำว่าโฮมสเตย์เปลี่ยนไปจากความหมายดั้งเดิมเยอะมาก เพราะโฮมสเตย์แต่ดั้งเดิมคือพักบ้านชาวบ้าน กินข้าวด้วยกันคุยกันใช้วิถีชีวิตร่วมกับเจ้าของบ้าน แต่โฮมสเตย์ในปัจจุบันคือการสร้างบ้านพักเป็นหลังๆ มีแค่หุงหาอาหารมาให้ โดนเน้นอาหารง่ายๆที่เจ้าของบ้านกินกัน นอกนั้นก็เหมือนนอนรีสอร์ท ราคาขึ้นกับความหรูหราของห้องพัก แต่ที่ขุนแปะราคามาตรฐานทุกที่จากที่เราได้ถามมา (คืออาจมีแพงกว่านี้ไม่รู้นะ) มาตรฐานคือ 500 ต่อหัว มีที่พักให้ บางที่ห้องน้ำในตัวบางที่ห้องน้ำรวม มีอาหารให้ 2 มื้อคือ อาหารเย็นและอาหารเช้า เจ้าของที่พักพาเที่ยวได้แต่ไม่ฟรีนะ เหมือนเหมารถเขาเที่ยว เพราะทางเข้าไปสวนดอกไม้หรือไปจุดชมวิว ก็จะขึ้นยากหน่อย ทางไม่ค่อยดี ต้องใช้ 4WD และทักษะในการขับพอสมควร ราคาเหมาพาเที่ยวก็อยู่ในราคาประมาณ 600 – 800 แล้วแต่ต่อรองกัน

ชิเลปู วิว แอด ขุนแปะ โฮมสเตย์
โทร: 086-381-9642

พวกเราพักกันที่นี่ ราคามาตรฐาน 500 บาทต่อหัว พี่พัชเจ้าของดูแลดี มีแม่บ้านทำอาหารมาให้ อร่อยตามสมควรปริมาณก็เพียงพอสำหรับพวกเรา 3 คน พี่พัชบอกว่า ชิเลปู เป็นภาษาปกาเกอะญอ แปลว่า นาข้าว วิวที่นี่จึงเป็นวิวนาข้าวทุ่งบันได

วิวจากบ้านชิเลปูวิว

ขุนแปะบ้านนา เลวาโฮมสเตย์
โทร: 061-614-2836

เป็นที่พักที่พวกเราหลงไปในตอนแรก ได้เข้าไปดูในบ้านแล้วด้วย เพราะคิดว่าพักที่นี่ แล้วบ้านไม่ได้ล็อค เลยเห็นที่พักด้านในก็มาตรฐานโฮมสเตย์ทั่วไป มีแค่ 3 หลัง แต่ละหลังมีห้องน้ำในตัว (ส่วนที่ก่ออิฐ) ห้องน้ำเหมือนเพิ่งสร้างเพราะดูใหม่กริ๊บ สอบถามแล้วราคามาตรฐาน 500 บาทต่อหัวเหมือนกัน อยู่ติดนาข้าวเลย บรรยากาศดีมาก

ที่อื่นๆคือที่ผ่านไปเที่ยวทุ่งดอกไม้ ก็เห็นว่าทุกสวนมีที่พักหมด เช่น

บ้านไร่ไฮเดรนเยีย ภูตะวัน
โทร: 091-076-9824

พักในทุ่งไฮเดรนเยียเลย เป็นทุ่งที่พี่พัชเรียกว่าทุ่งเล็ก แต่เราว่าทุ่งไม่เล็กนะ ใหญ่พอสมควร

ไร่ภูเลวา โฮมสเตย์
โทร: 093-254-2867

อยู่ใกล้ทุ่งไฮเดรนเยียทุ่งใหญ่ ในที่พักเองมีทุ่งดอกมากาเร็ต ทุ่งคัสเตอร์ มีสวนแพชชั่นฟรุ๊ต วิวภูเขากับสายหมอก

สำหรับที่พักอันที่น่าจะชื่อดังที่สุดของที่นี่คือ ขุนแปะกระท่อมตะวัน ไรวินท์ (โทร: 062-301-1124 , 093-149-1269) พี่พัชเจ้าของที่พักของเราบอกว่า เป็นที่พักแรกๆของที่ขุนแปะ เจ้าของเป็นพี่น้องที่เคยไปทำงานกรุงเทพฯกลับมาบ้านก็เลยคิดทำโฮมสเตย์ ทำให้ขุนแปะเลยโด่งดังขึ้นมา เราเห็นป้ายริมทางแต่ไม่ได้เข้าไปเยี่ยมชมที่พัก


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s