เที่ยวสุราษฎร์ธานี รอบเขื่อนเชี่ยวหลาน

สุราษฎร์ธานี พฤศจิกายน 2020

มีเวลา 2 วัน 1 คืนในสุราษฏร์ธานีเที่ยวไหนดีนะ? เลือกเอาได้จะเที่ยวเขา เที่ยวทะเล เที่ยวเขื่อน หรือจะเน้นไหว้พระ ถ้าเที่ยวเขาก็ต้องเดินป่าเขาสก ถ้าเที่ยวทะเลก็คงเป็นเกาะสมุย หรือจะเข้าไปเที่ยวในเขื่อนดี สุดท้าย….เลือกพักผ่อนสบายๆแล้วเที่ยวรอบๆเขื่อน

วางแผนเที่ยวได้เป็นวงรอบ จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ไปแวะคลองน้ำใส หินพัด สะพานแขวนเขาพัง จากนั้นเข้าที่พักในเขื่อน หรือพักนอกเขื่อนอย่างเราก็ได้ ถ้าพักนอกเขื่อนก็ไปเที่ยวชมสันเขื่อนตอนบ่ายแก่ๆ หรืออยากนั่งเรือเที่ยวด้านในก็ติดต่อเรือไว้ออกเที่ยวตอนเช้าวันรุ่งขึ้น ขากลับเข้าเมืองก็ไป เขานาในหลวง แล้วมาแวะป่าต้นน้ำ บ้านน้ำราด หรือจะเที่ยววนกลับก็ได้ แล้วแต่ต้องการ

>>> เขื่อนรัชชประภา <<<

เขื่อนรัชชประภา หรือเขื่อนเชี่ยวหลาน เป็นเขื่อนหิน สร้างกั้นลำน้ำคลองแสง บางคนเรียกว่าเขื่อนเขาสก เพราะมีพื้นที่ต่อเนื่องกับอุทยานแห่งชาติเขาสก เขื่อนเชี่ยวหลานโด่งดังที่ความสวยของหุบเขาหินปูนรอบด้าน หลายๆคนนิยมไปนอนแพในเขื่อน แล้วนั่งเรือเที่ยวตอนเช้าๆ บรรยากาศเย็นสบาย มีหมอกลอยผิวน้ำ ล้อมรอบด้วยภูเขาหินปูน มีนกหายากบินโฉบไปมาหรือใครไม่ไปนอนในเขื่อนก็นอนที่พักด้านนอกได้ แล้วไปนั่งเรือเที่ยว เลือกบรรยากาศตามชอบว่าจะไปเช้าหรือบ่าย แนะนำไปเช้าๆบรรยากาศดีกว่าอากาศก็ดีกว่า เผื่อเวลานั่งเที่ยวชมอย่างน้อย 3 ชม. ถ้าจะแวะเล่นน้ำด้วยก็เพิ่มเวลาไปอีกหน่อย

มาเที่ยวเขื่อนคราวนี้ ไม่ได้เข้าไปนอนด้านใน แล้วก็ไม่ได้นั่งเรือเที่ยวด้วย (ค่าเหมาเรือเที่ยวก็แพงอยู่นะ ประมาณ 2-3000 บาท มา 2 คนไม่ไหว) แต่เคยไปนอนแล้วนั่งเรือเที่ยวช่วงเช้าแล้ว บอกเลยว่าบรรยากาศดีจริง สวยจริง ใครยังไม่เคยแนะนำให้ลองไปพักสักครั้ง ส่วนครั้งนี้เราเลือกที่จะนอนด้านนอก แต่ขับรถเข้าไปบริเวณสันเขื่อน แวะนั่งจิบกาแฟที่ Chalathara Coffee ร้านกาแฟบรรยากาศดีริมเขื่อน แล้วกลับที่พักไปพักผ่อนเล่นน้ำ พักผ่อนเต็มที่ ที่พักดีมาก เดี๋ยวเล่าให้ฟังด้านล่าง

>>> หินพัด <<<

หินพัด แหล่งท่องเที่ยวใน อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฏร์ธานี เป็นเส้นทางผ่านเวลาจะไปเขื่อนเชี่ยวหลาน ห่างจากอ.เมืองราวๆ 70 กม. ขับรถประมาณ 1 ชม. ถ้ามาจากสนามบินสุราษฏร์ธานี ที่ อ.พุนพินก็เหลือแค่ 50 กม. มีป้ายตลอดทางไม่มีหลง ขับรถไปได้ถึงจุดจอดรถที่บ้านยวนสาว ต่อจากนี้ต้องเปลี่ยนเป็นรถกระบะของชุมชน ราคาเหมา 200 บาท นั่งได้ 10 คน ถ้ามาช่วงวันหยุดที่นักท่องเที่ยวเยอะก็นั่งรวมกันไปแบบรถคิวคนละ 20 บาท เป็นรายได้ให้กับชุมชน เพราะไม่มีการเก็บค่าเข้า แม้ถนนขึ้นไปด้านบนจะเป็นถนนอย่างดีระยะทาง 4 กม. แต่ก็แคบและชัน ติดต่อรถได้ที่ 093-787-6973, 080-698-9154

ขึ้นถึงด้านบนต้องเดินต่อไปอีก 200 ม. เป็นทางปูนอย่างดี มีทางลาดให้รถเข็นไปได้เลยด้วยซ้ำ แต่ไปถึงสุดทางจะต้องขึ้นบันไดไปอีหน่อยเพื่อให้ขึ้นไปถึงตัวหินพัด ดังนั้นคนพิการเข้าไม่ถึง (นอกจากจะยกรถเข็นขึ้นบันไดไป) แต่พอจะมองเห็นได้ แต่ผู้สูงอายุไปได้ ถ้าขึ้นบันไดไหว

หินพัด เป็นก้อนหินที่ตั้งอยู่บนลานหินริมผา น่าแปลกใจที่ตั้งอยู่ได้ยังไง (มองดูคล้ายๆหินเรือใบที่หมู่เกาะสิมิลัน) มีบางมุมมองเหมือนใบพัด แต่เดินดูรอบๆแล้วแต่ละมุมมองก็จินตนาการไปได้หลายแบบ แนะนำให้มาแต่เช้าๆ ถ้าเช้าแบบดูแสงแรกเลยก็น่าจะสวย นอกจากฉากหลังที่เป็นทิวเขาก็มีสายหมอกบางๆด้วย

มุมนี้มองดูเหมือนพัด
หินพัดมุมนี้ พี่เอ๋คนดูแลบอกว่า หินปู่-หินย่า เราว่า น่าจะเป็นญาติกับหินตา-หินยาย ที่เกาะสมุยอ่ะนะ
หินพัดตั้งอยู่ได้ด้วยฐานแค่นี้เอง

ได้เจอพี่เอ๋ ที่พี่แกบอกว่าแกดูแลบนนี้ แกมีร้านเล็กๆขายน้ำขายขนมอยู่ด้านข้างๆด้วย แกเชิญชวนว่ามีเต๊นท์ให้เช่านอน ราคา 300 บาท กางนอนที่ลานปูนชมวิวได้เลย กลางคืนดูดาวเช้าดูทะเลหมอก แกว่างั้น ใครสนใจก็ลองโทรคุยกับแกดู พี่เอ๋ (สุวรรณี ศักดา) 061-257-8956

พี่เอ๋เชิญชวนกางเต็นท์นอนชมดาว

แต่ความจริงมาช่วงไหนก็สวยนะ สวยคนละแบบกันไป

>>> ป่าต้นน้ำ บ้านน้ำราด <<<

ป่าต้นน้ำแห่งบ้านน้ำราด เป็นแหล่งน้ำจืดธรรมชาติจากตาน้ำใต้ดิน ไหลผ่านภูเขาออกไปเป็นลำธาร น้ำตกและลำคลอง น้ำสีฟ้าอมเขียวใสเหมือนกระจกที่ไหลมารวมกันเหมือนบ่อน้ำในป่าเชิงเขา ได้รับการบริหารจัดการจากชุมชนบ้านน้ำราด จัดตั้ง”ชุดรักษาป่าต้นน้ำบ้านน้ำราด” เพื่อดูแลและเฝ้าระวังพื้นที่ไม่ให้ถูกรุกล้ำ และต่อมาได้เปิดให้เข้าไปเที่ยวชม โดยมีการบริหารจัดการอย่างดีและมีมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวด คือ ห้ามนำอาหารและสิ่งที่จะกลายเป็นขยะเข้าในพื้นที่โดยเด็ดขาด จึงไม่ให้เอากระเป๋าเข้าไปต้องฝากไว้ด้านนอก นำเข้าได้แค่กระเป๋าเงินใบเล็กเท่านั้น พื้นที่ป่าต้นน้ำก็เลยคงความสะอาดไว้ได้

ค่าเข้าเที่ยวชม 25 บาทต่อคน เข้าไปเดินเล่นตามทางเดินที่ทำไว้และลงเล่นน้ำในบ่อได้ พื้นของบ่อน้ำเป็นพื้นทรายตะกอนหินปูน ทำให้น้ำไม่ขุ่น ใสแจ๋วตลอดเวลา มีอีกกิจกรรมที่ทำได้คือพายเรือเข้าไปในป่าด้านในก็เสียค่าเข้าพร้อมค่าเรือรวม 65 บาทต่อคน ให้เดินเลยบ่อน้ำด้านหน้าไปจนสุดทางจะเป็นท่าเรือ เรือ 1 ลำนั่งได้ 2-3 คน พายเองก็ได้หรือให้เจ้าหน้าที่พายให้ก็ได้ (จ่ายเพิ่มค่าพาย 50 บาทให้คนพาย) ไม่ต้องกลัวหลง เพราะจะมีเชือกกั้นเมื่อสุดทางไม่ให้พายเลยไปไกล เจอเชือกก็วนกลับ น้ำใสมองเห็นปลาว่ายข้างๆเรือเลย น้ำลึกราวๆ 1 เมตรเท่านั้น แต่ก็ไม่ควรลงไปเดินเพราะมีกิ่งไม้เยอะมาก ไม่ราบเรียบเหมือนบ่อด้านหน้าที่กั้นพื้นที่ให้เป็นที่เล่นน้ำ

น้ำใสมาก ถ้ามีโอกาสควรใส่ชุดมาเตรียมเล่นน้ำเลยนะ

เราให้พี่ที่ท่าเรือพายให้ นั่งถ่ายรูปเล่นสบายๆ แถมได้ความรู้จากพี่คนพาย ชี้ให้ดูต้นไม้ต่างๆ แถมชี้ให้ดูนก ดูแมลง และถ้ามาช่วงเช้าๆพี่เขาบอกว่าจะมีค่างแว่นลงจากเขามาให้ได้เห็นด้วยนะ เรามาช่วงบ่ายไม่มีค่างแว่นแต่มีพี่งูมานอนอาบแดดบนคบไม้ให้ได้เห็น ถ้าพายเรือเองก็คงไม่เห็นหรอกนะ

ประทับใจป่าต้นน้ำแห่งนี้มาก น้ำใสสวยมาก การบริหารจัดการก็เข้มงวดดีจนรักษาความสวยใสไว้ได้แม้ในวันหยุดจะมีนักท่องเที่ยวเยอะมาก

>>> อุทยานธรรม เขานาในหลวง <<<

สถานปฏิบัติติธรรม หรือ อุทยานธรรม เขานาในหลวง อยู่ที่ อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี มีซุ้มประตูทางเข้าก่อด้วยศิลาแลงสีน้ำตาลแดงที่กลายเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม ในตอนเช้าที่แสงส่องเข้ามาตรงช่องประตูกับสายหมอกทำให้เหมือนภาพฝัน

แต่ถ้ามาถึงที่อุทยานธรรมแล้วอย่ามาเพียงถ่ายรูปกับซุ้มประตู ด้านในมีทางเดินขึ้นยอดเขาไปที่เจดีย์บนยอดเขา 5 ยอด เจดีย์ 1 – 2 – 3 จะอยู่ด้านหน้า เดินขึ้นบันไดไปแล้วมามีทางเดินต่อไปได้ทั้ง 3 เจดีย์ เลยเข้าไปด้านในจะมีทางขึ้นเขาอีทางที่ขึ้นไป เจดีย์ 4 และเจดีย์ใหม่ล่าสุดเจดีย์ที่ 5 ที่บรรจุพระบรมสารีย์ริกธาตุไว้ด้วย

ถ้ามีเวลาจะเดินขึ้นให้ครบทุกยอดก็ได้ แต่ถ้าเวลาน้อยหรือเดินไม่ไหวขอเลือกยอดเดียว แนะนำให้ขึ้นเจดีย์ยอดที่ 5 เพราะอยู่สูงสุด (ฮา…) เหนื่อยสุดแต่ขึ้นไปแล้วคุ้มค่าสุดๆ มองเห็นวิวได้รอบทิศและมองเห็นเจดีย์ครบทุกยอด

เดินขึ้นเจดีย์ลอยฟ้ายอดที่ 5
ถ้าขึ้นมาช่วงเช้าจะมีทะเลหมอก ทำไห้ได้ความรู้สึกเหมือนกับได้ชมเจดีย์ลอยฟ้า (แต่วันนี้มาสายเกินไป)
เจดีย์ลอยฟ้า ยอดที่ 5 พระมหาพุทธพันองค์ บรรจุพระบรมสารีย์ริกธาตุ

แนะนำให้มาช่วงเช้า ยิ่งเช้ามากยิ่งดี นักท่องเที่ยวบางคนมาแต่เช้ามืดเดินขึ้นยอดเขารอชมแสงแรกกับทะเลหมอก แต่ขอเตือนให้ขึ้นไปอย่างสงบ เพราะอาจมีคนนั่งสมาธิอยู่ทั่วไป ถ้าไม่มารอพระอาทิตย์ขึ้นก็ยังควรมาให้เช้าที่สุดเพราะเดินขึ้นยอดเขาก็เหนื่อยพอสมควร และวันที่แดดดี แค่ 8 โมงเช้าก็แดดแรงจนแสบตัวแล้ว

จากถนนมองเห็นเจดีย์ลอยฟ้ายอด 1-2-3 | เจดีย์ลอยฟ้าองค์ที่2 “พุทธศิลาวดี” สร้างด้วยศิลาแลงจากกำแพงเพชร

>>> สะพานแขวนเขาพัง กับภูเขารูปหัวใจ <<<

จะเรียกว่าสถานที่ท่องเที่ยวก็เรียกได้ไม่เต็มปากนัก เพราะแค่เป็นจุดถ่ายรูป ซึ่งจุดขายคือรูปพรรณสันฐานของภูเขาที่มองเห็นคล้ายรูปหัวใจ ประกอบกับมีสะพานแขวนข้ามคลองให้ได้เดินข้ามหรือถ่ายรูปจากกลางสะพานกับฉากหลังภูเขารูปหัวใจก็ได้ เป็นจุดแวะก่อนเข้าไปที่เขื่อนเชี่ยวหลานได้ เพราะอยู่ใกล้ทางเข้าเขื่อนนิดเดียว

แต่ถ้ามาวันอาทิตย์ก็จะมีตลาดชุมชนที่ฝั่งตรงข้ามของสะพานแขวนคือ ตลาดคลองแสง ก็น่าจะคึกคักไม่น้อย ถ้ามาวันธรรมดาไม่มีตลาดก็ได้แค่ถ่ายรูปเล่น ถ้ามาช่วงเช้าๆก็จะได้เขารูปหัวใจกับสายหมอก (ที่แนะนำที่เที่ยวมา มีแต่บอกว่าให้ไปเช้าๆนะ 555)

สะพานแขวนเขาพัง ได้ชื่อนี้เพราะสะพานอยู่ติดกับวัดเขาพัง นักท่องเที่ยวให้ไปจอดรถที่วัด เสียค่าจอด 20 บาท สะพานแขวนเขาพังมีชื่อทางการว่า “สะพานแขวนบ้านเขาเทพพิทักษ์” เพราะอยู่ในเขตพื้นที่บ้านเขาเทพพิทักษ์ อ.บ้านตาขุน แต่จะเรียกชื่อไหนก็ได้ ใครๆก็รู้จัก ข้างๆสะพานมีร้านอาหารเคียงคลอง อาหารอร่อยใช้ได้เลย ชิมมาแล้ว เปิดขายกลางวันจนถึงสองทุ่ม

>>> คลองน้ำใส <<<

คลองน้ำใส จุดแวะท่องเที่ยวระหว่างทางไปเขื่อนเชี่ยวหลานอีกแห่ง อยู่ที่ต.ถ้ำสิงขร อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี ไม่ไกลจากหินพัด จัดให้เที่ยวในเส้นทางเดียวกันได้เลย เป็นที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของ อ.คีรีรัฐนิคม ช่วงวันหยุดจะมีนักท่องเที่ยวทั้งในจังหวัดและนอกจังหวัดไปเที่ยวเล่นน้ำหรือปิคนิคกันเยอะ เพราะมีลำคลองที่น้ำใสเหมื่อนชื่อสถานที่ มีบรรยากาศร่มรื่นจากต้นไม้ใหญ่ตลอดริมลำคลอง

พวกเราไปแวะคลองน้ำใสในวันที่น้ำขุ่นสุดๆ เพราะเพิ่งมีน้ำหลากจากเขาลงมาท่วม สภาพคลองน้ำใสวันนี้จึงเละเทะพอสมควร มีแต่ซากต้นไม้ใบหญ้าเต็มไปหมด น้ำในลำคลองก็ขุ่นข้นสีแดงแบบน้ำหลาก เคยเห็นในรูปการณ์ท่องเที่ยว ช่วงปกติน้ำในลำคลองที่นี่ใสไม่แพ้ป่าต้นน้ำ บ้านน้ำราด น้ำในคลองนี้เป็นน้ำจากตาน้ำใต้ดินในภูเขาเหมือนกัน สิ่งที่แตกต่างคือที่คลองน้ำใสนี่มีร้านขายอาหารอยู่ด้านในริมลำคลองกันเลย แถมด้วยบริการเช่าห่วงยางเพื่อการเล่นน้ำเหมือนตามชายหาด ถ้าไม่ซื้ออาหารตามร้านด้านใน ก็สามารถหิ้วเหล้ายาปลาเผาข้าวเหนียวไก่ย่างไปนั่งกินด้านในได้เลย ก็ไม่แน่ใจว่าช่วงวันหยุดที่คนเยอะๆจะเป็นยังไง หรือการดูแลรักษาความสะอาดดีแค่ไหน ถ้าได้มาสุราษฎร์ฯอีกครั้ง จะกลับมาเยี่ยมชมคลองน้ำใสในวันที่น้ำใสแจ๋วสักครั้ง

ว่าด้วยเรื่องที่พักที่สุดแสนประทับใจในทริปนี้ เลือกพักที่ Caligo Resort เพราะเห็นรูปจากการรีวิวที่พักของเวปท่องเที่ยวสุราษฎรานีนั่นแหละ เห็นแล้วเคลิบเคลิ้มไปเลย ที่สำคัญเป็นที่พักเปิดใหม่แบบว่าใหม่กริ๊กคือเปิดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2020 เราเลยจองวันที่ 2 จ้า ช่วงเปิดตัวก็มีราคาโปรโมชั่นอีกด้วย สนใจจองห้องพักเข้าไปดูที่ > https://www.facebook.com/Caligoresort/

Caligo Resort อยู่ด้านนอกของเขื่อนรัชชประภาหรือเขื่อนเชี่ยวหลาน (อย่าได้สับสนกับ Caligo Coffee Factory เพราะอยู่ห่างกันเกือบ 30 กม. ตรงนั้นคือร้านกาแฟอยู่ถนนเส้นที่จะไปพังงา) จากที่พักมองไม่เห็นเขื่อน แต่มุมมองเทือกเขาสก ในมุมกว้าง มองไกลไปถึงบ้านตาขุน ประทับใจสุดๆ

พักแต่ละห้องแยกจากกันเหมือนบ้านเดี่ยวเล็กๆ อยู่ลดหลั่นไปตามเชิงเขา มีความเป็นส่วนตัวพอสมควร ปลายเตียงเป็นผนัง/ประตูกระจกเต็มแผงมองเห็นวิวเทือกเขาได้แบบไม่มีอะไรบังสายตา (ยกเว้นเฟรมกระจกกับผ้าม่านนะ ฮา….) แถมด้วยอ่างจากุชชี่ที่วางในจุดที่แช่ไปชมวิวไปได้ มันคือ ดี…. ห้องน้ำก็เป็นผนังกระจกเต็มบานที่เห็นวิวได้เต็มตา

สระว่ายน้ำอยู่ด้านบนชั้นเดียวกับ Reception area มีวิวเดียวกับที่ห้องพักเลยนะ สระไม่ใหญ่มาก แต่แค่มาแช่น้ำมองวิวก็รู้สึกดีสุดๆล่ะ กลับเข้าห้องไปแช่อ่างจากุซซี่ต่อเพลินมาก บอกเลย

เตียงนอนก็นอนสบาย หลับยาวถึงเช้า คิดดูว่านอนแล้วตื่นมาเจอวิวหุบเขากับสายหมอกตอนเช้ามันดีขนาดไหน อากาศสดชื่นมาก ไม่น่าเชื่อว่าจะมีทะเลหมอก แต่ก็มี

ข้อดีอีกอย่างของ Caligo resort คือใกล้เขื่อนเชี่ยวหลานมาก ขับรถจากที่พักไปใกล้นิดเดียวเลย ก่อนถึงสันเขื่อนก็เป็นท่าเรือสำหรับใครจะนั่งเรือเข้าเที่ยวเขื่อนก็มาติดต่อตรงนี้ได้เลย ถ้าขับรถผ่านสันเขื่อนไปก็จะเจอร้านกาแฟ Chalathara ที่สั่งกาแฟมาจิบไปชมวิวไปได้เพลินๆ

ออกจากที่พักมาไม่ไกล เป็นจุดชมวิวเขื่อนรัชชประภาหรือเขื่อนเชี่ยวหลาน ขับเลยลงเขาไปก็เข้าสันเขื่อนได้เลย

สรุปว่าประทับใจมาก ที่พักดี บรรยากาศดี อ่างจากุชชี่นี่แช่กันทั้งเช้าทั้งเย็น สระว่ายน้ำอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ พนักงานบริการดีเยี่ยม ถ้ามีโอกาสจะไปพักอีก

Caligo Coffee Factory เป็นโรงคั่วกาแฟ มีเมล็ดกาแฟคั่วบดขาย และเปิดเป็นร้านกาแฟ และร้านอาหาร อยู่ถนน 401 เส้นที่จะไปพังงา ไปอุทยานแห่งชาติคลองพนม ห่างจาก Caligo Resort เกือบ 30 กม. อย่าหลงนะ

มาสุราษฎร์ธานีคราวนี้มีเวลาน้อย เลยตัดสินใจเที่ยวมันใกล้ๆเขื่อน มีที่เที่ยวแปลกใหม่ที่ไม่เคยไปหลายที่อยู่เหมือนกัน ครั้งหน้าต้องไปลงทะเลบ้างล่ะ


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s