เดินเที่ยวตลาดน้อย

ยุคโควิดนี่เดินทางไปไหนไกลๆก็ไม่สะดวก ระบาดระลอกแล้วระลอกเล่า อยู่บ้าน (ที่กรุงเทพฯ) เป็นส่วนใหญ่ มีวันว่างก็หาเดินเล่นตามชุมชนเก่าๆ วันนี้ได้ฤกษ์ไปเดินเล่นแถวตลาดน้อย

วิธีไปของเราแบบง่ายๆไม่ต้องเอารถไปเพราะไม่มีที่จอด เรานั่งรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีสะพานตากสิน เดินมาที่ท่าเรือเพื่อไปลงเรือด่วน ธงอะไรก็ได้ที่มันจอดท่าสี่พระยา (หรือไปลงท่ากรมเจ้าท่า ก็ตรงตลาดน้อยเลย) นั่งรับลมชมวิวไปไม่กี่ท่าก็ถึงแล้ว ขึ้นท่าเรือสี่พระยาแล้วเดินออกมาจะเจอโรงแรมรอยัลออคิดเชอราตัน ฝั่งตรงข้ามโรงแรมมีบ้านสวย เก่าแก่มาก คือบ้านเลขที่ ๑

เดินผ่านโรงแรมไปจะเจอตรอกเล็กๆ เดินผ่านตรอกไปโบสถ์กาลหว่าร์ เลยผ่านโบสถ์ไปก็เป็นธนาคารไทยพาณิชย์สาขาที่สวยงามตามคำร่ำลือ แล้วก็จะผ่านกรมเจ้าท่าผู้ควบคุมทุกท่าน้ำ ก็คือมาถึงย่านชุมชนตลาดน้อยแล้ว

วัดแม่พระลูกประคำ (โบสถ์กาลหว่าร์) : โบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก สร้างครั้งแรกในปี พ.ศ. 2330 ผ่านกาลเวลา และอัคคีภัยมาจนตอนนี้โบสถ์ถูกสร้างเป็นครั้งที่ 3 แล้ว

ธนาคารไทยพาณิชย์สาขาตลาดน้อย : อาคารอายุกว่า 100 ปีสีเหลืองสวยสด ที่มองเห็นเวานั่งเรือด่วนนั่นเอง เดิมที่นี่คือที่ทำการบริษัทแบงก์สยามกัมมาจล ธนาคารแห่งแรกของประเทศไทย ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่สมัย ร.5 ปัจจุบันยังเปิดใช้งานอยู่เลยด้วย

เอาล่ะ ถึงตลาดน้อยแล้ว!!

ตั้งต้นเดินเที่ยวตลาดน้อยกันที่ ตรอกศาลเจ้าโรงเกือก ตรอกที่มีศิลปะบนผนัง หรือ Graffiti ตลอดแนว ฝั่งหนึ่งเป็นศิลปะบนผนัง อีกฝั่งเป็นนิทรรศการภาพถ่าย เดินชมเพลินๆไป

เดินตามตรอกศาลเจ้าโรงเกือกมาเกือบสุดซอย แวะจิบเครื่องดื่มกันหน่อย กับร้านกาแฟในตำนาน Mother Roaster เดินผ่านกองอะไหล่ขึ้นไปชั้น 2 เลยนะ

จิบกาแฟเสร็จแล้ว เดินต่อ

เดินจนสุดซอยที่ริมน้ำจะเจอ ศาลเจ้าโรงเกือก หรือ ศาลเจ้าฮ้อนหว่องกุง ที่พ่อค้าชาวจีนฮากกา (จีนแคะ) ได้อัญเชิญหลวงพ่อฮ้อนหว่องกุงจากประเทศจีนมาประดิษฐานที่ประเทศไทยตั้งแต่ 200 กว่าปีที่แล้ว จนมีการสร้างศาลเจ้าขึ้นมา

จากศาลเจ้าเดินวนขวาไปต่อ จะเจอสามแยกเล็ก ด้านซ้ายมือเป็นรั้วไม้เก่าแต่เก๋า ที่นี่คือ บ้านริมน้ำ เป็นร้านอาหารริมน้ำชื่อตรงตัวเลย เรือนไม้ริมน้ำโบราณปรับเปลี่ยนเป็นร้านอาหาร บรรยากาศดีสุดๆ จะไปนั่งจิบเครื่องดื่มรับลมเย็นๆริมน้ำก็ได้ หรือสั่งอาหารมาสัก 1 อิ่มก็ได้ บรรยากาศดี แต่ต้องมีตังค์ เพราะราคาสูงหน่อยนะ วันที่ไปร้านปิด ร้านจะเปิดแค่ พฤ. – อา.

ตรงสามแยกด้านขวาเป็นซอยเล็กๆคือ ซอยเจ้าสัวสอน เราวนออกตรอกนี้ไปก่อน (ไม่วนออกก็ได้ มีบ้านเก่ากับภาพฝาผนังไม่เยอะ แต่สงบๆดี) ถ้าไม่เดินเข้าตรอกนี้ก็เดินผ่านร้านริมน้ำต่อไปได้เลย

เดินทะลุซอยเจ้าสัวสอนออกมาที่ซอยวานิช 2 ครบเป็น 1 วงย่อย ก็เลี้ยวซ้ายเดินต่อไป สังเกตได้ว่าละแวกนี้เป็นร้านอะไหล่เก่า อะไหล่มือ 2 มือ 3 ยังคงเปิดค้าขายเป็นปกติ มีคนงานจัด ยก เลือกอะไหล่ ขนอะไหล่ที่เลอะน้ำมันเครื่องจนมือไม้ดำไปหมด

เดินต่อมาอีกหน่อยจะเจอ ซอยดวงตะวัน เลี้ยวเข้าไปเดินเล่นต่ออีกซอย เดินไปเรื่อยๆจนถึงสามแยกเล็กๆ เลี้ยวซ้ายไปจะเจอ โฟล์คเต่าในตำนาน เป็นรถโฟล์คเต่าที่จอดทิ้งร้างไว้จนกลายเป็นจุดเช็คอินตลาดน้อยไปในที่สุด

เลยจากโฟล์คเต่า เดินต่อไปจะเจอประตูบ้านเหมือนประตูสำนักท่านเจ้าเมืองในหนังจีน ที่นี่คือ โซวเฮงไถ่ บ้านเก่าแก่อีกหลังในย่านตลาดน้อย คฤหาสน์เก่าแก่แบบจีนฮกเกี้ยนหลังนี้สร้างมา 200 กว่าปี โดยพระอภัยวานิช (เจ้าสัวจาด) บรรพบุรุษของตระกูลโปษยะจินดา

ทายาทรุ่นปัจจุบัน ปรับเปลี่ยนบ้าน ให้เป็นโรงเรียนสอนดำน้ำ โดยสร้างสระน้ำไว้ที่ลานกลางบ้าน โอ้โห..ล้ำมาก นอกจากสอนดำน้ำก็เปิดเป็นคาเฟ่เล็กๆ มีชา กาแฟ เบเกอรี่ สั่งมานั่งจิบบนชานเรือน ราคาค่าเครื่องดื่มอาจจะสูงไปนิดแต่ก็เอากลับมาเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลบ้านด้วย ทุกคนที่อยากเข้าไปเยี่ยมชมหรือถ่ายรูป ต้องซื้อเครื่องดื่มอย่างน้อย 1 แก้ว ก็เหมือนมีค่าเข้าแต่ได้เครื่องดื่มนั่นแหละ

ถ้าเดินต่อไปจากโซวเฮงไถ่อีกนิดเดียวก็จะเจอ บ้านริมน้ำ แล้วก็เป็นซอยเจ้าสัวสอน ก็ครบวงรอบอีกรอบ เดินวนได้เป็นเลข 8 เลขมงคลของชาวจีนเลย

ตรอกซอกซอยเล็กๆแถบตลาดน้อย เดินเที่ยวเล่นได้กว้างไกลกว่านี้ ถ้าเดินตามซอยวานิช 2 ออกไปเรื่อยๆ จะไปเชื่อมต่อกับเยาวราชได้เลย

ถ้ามาเดินเล่นตลาดน้อยช่วงเที่ยงก็แวะทานมื้อเที่ยงที่ ร้านเป็ดตุ๋นเจ้าท่า ที่อยู่ใกล้ๆกรมเจ้าท่า แล้วเดินเล่นในตลาดน้อย พักจิบกาแฟ แล้วเดินเล่นต่อไปถึงเยาวราชช่วงเย็น ก็เดินชิมอาหารอร่อยย่านเยาวราชต่อได้เลย

ไปตลาดน้อยครั้งที่ 2 เดินตามซอยวานิช 2 มาเจอซอยเจริญกรุง 20 ก็เลี้ยวเพื่อจะออกไปถนนเจริญกรุง บังเอิญมาเจอห้องแถว 3 คูหา หน้าตาจะว่าเป็นที่พักก็ไม่ใช่ ร้านอาหารก็ไม่เชิง หรือจะร้านกาแฟก็ดูใหญ่ไป เลยขอแวะดูหน่อย สรุปว่าที่นี่ตั้งใจเปิดเป็นที่พัก แต่โควิดมาก็เลยรอก่อน ตอนนี้เลยเปิดด้านล่างเป็นคาเฟ่ขายชา กาแฟ ขนม ของว่าง ซึ่งเน้นให้เข้ากับบรรยากาศที่จี๊นจีน ชาไม่ได้ชิม แต่ชิมกาแฟ เพราะน้องคนดูแลบอกว่าเป็นเมล็ดกาแฟจากยูนนาน คั่วกลาง ลองชิมอเมริกาโน่เย็น สั่งขนมมาแกล้ม 1 ชิ้น ที่บอกว่าเป็นขนมจากทางใต้ เรียกว่า ขนมจีบ หน้าตาเหมือนกระหรี่ปั๊บแต่ไส้สังขยา ก็อร่อยดี ของว่างที่ร้านมี โอ๊ะเอ๋ว มีขนมเปี๊ยะ ที่แปลกคือมีถั่วตัดด้วยเว้ยเฮ้ย เหมาะกับนั่งจิบชา เล่ายาวลืมบอกร้านชื่อ Cai Yong ถามน้องว่าอ่านว่าอะไร ได้ความว่า ไฉ่ย้ง

ตึกแถวซอยเจริญกรุง 20


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s