ปั่นไปเที่ยวไป #3 : 2025 bike touring trip
Period: June 2025
ซีซั่น 3 นี้ยาวนานกว่า SS1 และ SS2 ไปอีก SS3 นี้เป็นทริป 1,811 กิโลเมตร ปั่นจักรยาน 32 วัน รวมวันเดินทางแล้วเป็นทั้งหมด 45 วัน เดินทางผ่าน 7 ประเทศ เยอรมนี ออสเตรีย สโลวาเกีย ฮังการี เช็ก เดนมาร์ก และเนเธอร์แลนด์ ขึ้นรถไฟ รถเมล์ เรือ และแท็กซี่ ครบทุก mode ของการขนส่งสาธารณะ เนื่องจากความยาวของเส้นทาง ขอแบ่งเป็น 4 ตอน 4 ช่วงการเดินทางตามนี้แล้วกัน
- Part-1 : “Danube cycling path” Passau to Budapest [Germany, Austria, Slovakia, Hungary]
- Part-2 : “Vienna – Prague on Greenway trails” & “Elbe Cycle Route to Berlin”
- Part-3 : “Baltic Sea Cycle Route (N8) on Denmark”
- Part-4 : “Season 3 Finale” [Germany, Netherland]
PART 3 : “Baltic Sea Cycle Route (N8)” 235 km. [🇩🇰 Denmark]

Day-22 : 🇩🇪 Rostock > [Ferry] > 🇩🇰 Gedser – 🇩🇰 Nokobing Falser [30 Km.]
วันนี้ออกจากโรงแรมที่พักในเมือง Rostock ฝั่งเยอรมนีตั้งแต่ 7.15 น. ปั่นไปที่ท่าเรือระยะทาง 10 กม. เพื่อขึ้นเรือ ferry ไปเดนมาร์กตอนเวลา 9.00 น. สะดวกสบายมาก มีป้ายบอกทางชัดเจนจนถึงที่ขายตั๋ว คือจอดจักรยานหน้าห้องขายตั๋วเลย
เรือ ferry ข้ามจากเยอรมนีไปเดนมาร์ก การบริหารจัดการเรื่องการขนส่งสาธารณะดีมาก สมคำรำลือเรื่องความจริงจังในการส่งเสริมการเดินทางด้วยจักรยานของประเทศเดนมาร์ก ตอนวางแผนเส้นทางยังคิดไม่ออกเลยว่าจะต้องจัดการซื้อตั๋วเรือ ferry อย่างไร จะปั่นจักรยานไปท่าเรืออย่างไร

มีเรื่องที่ไม่คาดการณ์คือทางบริษัทเรือ ferry บังคับให้ผู้โดยสารที่ไม่ได้เดินทางมาด้วยรถยนต์ต้องซื้อตั๋วไป-กลับ ซื้อขาเดียวไม่ได้ พยายามซื้อ online แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงบังคับให้ต้องซื้อตั๋วไป-กลับ เพราะไม่ได้มีแผนที่จะกลับจากท่าเรือเดิม สรุปเป็นกฎเกณฑ์ของเรือที่ระบุชัดเจนว่า pedestrian พร้อมจักรยานต้องออกตั๋วทั้งไป-กลับในวันเดียวกัน
ตอนขึ้นเรือ ferry จะมีรถ safety ขับนำให้จักรยานปั่นขึ้นเรือไปก่อน ซึ่งระบบการบริหารจัดการดีมาก มีเลนจักรยานชัดเจนตั้งแต่ทางเข้าท่าเรือจนถึงลงเรือ ferry หลังจากนั้นให้รถบรรทุกขนาดใหญ่และรถยนต์โดยสารลงเรือ ferry ค่าตั๋ว ferry รวมจักรยาน ไป-กลับ 32 ยูโร



รอลงเรือ ferry ตรงเลนจักรยาน / ทางรถแต่ละประเภทรอลงเรือ ferry / ปั่นเข้าไปในเรือ ferry



นั่งเรือจาก Rostock ใช้เวลา 2 ชั่วโมงถึงเมือง Gedser ทางฝั่งเดนมาร์ก และปั่นต่อไปเมือง Nokobing Falser


เริ่มเส้นทางปั่นในประเทศเดนมาร์กจากเมือง Gedser มีป้ายบอกเส้นทางชัดเจน
Day-23 : 🇩🇰 Nykobing Falser – 🇩🇰 Stubbekøbing > [Ferry] > 🇩🇰 Bogø – 🇩🇰 Stege [76 Km.]
เป็นวันแรกที่ปั่นเส้นทางระยะไกลที่เป็นหนึ่งในเส้นทางยอดนิยมในเดนมาร์ก คือ Baltic Sea Cycle Route (N8) ซึ่งมีทั้งหมด 11 เส้นทาง (Stages) วันนี้ปั่นไป 2 stage เริ่มจาก Nykobing – Stubbekøbing และนั่งเรือ ferry ประมาณ 15 นาทีข้ามไปเกาะ Bogø แล้วไปต่อเมือง Stege บนเกาะ Møn ระยะทางรวม 76 กม. (รวมปั่นเที่ยวใน Stege)





เรือเฟอร์รี่ระหว่าง Bogø และ Stubbekøbing เรียกกันว่า “Ida,” มีประวัติศาสตร์อันยาวนานเชื่อมโยงกับมรดกทางวัฒนธรรมและด้านการขนส่งของภูมิภาค เรือเฟอร์รี่ลำนี้เป็นหนึ่งในเรือเฟอร์รี่ไม้ที่เก่าแก่ที่สุดของเดนมาร์ก เป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญสำหรับทั้งชาวท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ซึ่งนิยมเลือกใช้เรือเฟอร์รี่มากกว่าสะพานฟาโร (The Farø bridges) โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักปั่นจักรยาน เพราะระยะทางที่สั้นกว่าและทิวทัศน์สวยงามกว่า
เดนมาร์ก ระบบการบริหารเส้นทางจักรยานดีมากๆ โดยเฉพาะบนเกาะ Mon สามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยจักรยานได้อย่างเป็นระบบ มีการวางเส้นทางธรรมชาติ เส้นทางสำหรับครอบครัว หรือเส้นทางผ่านหมู่บ้านศึกษาศิลปะวัฒนธรรม


ที่พักระหว่างทางมีตัวเลือกค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่เป็น Bed & Breakfast ออกไปนอกเมืองประมาณ 5-10 กิโลเมตร วันนี้โชคดีได้ที่พักห่างจากเมือง Stege ประมาณ 2 กม. ที่พักในเดนมาร์กถึงแม้เป็นโรงแรมจะมี shared area ที่เป็นครัวและที่รับประทานอาหารรวมกันเหมือนที่พักแบบ Airbnb คนที่มาพักเมืองนี้ส่วนใหญ่จะเป็นนักปั่นจักรยานกับนักเดินป่า


Elmelunde Church, Stege, Denmark






Day-24 : Panorama cycle route: Møn [44 Km.]
ช่วงเช้าปั่นไปที่ Møn Klint ต้องผ่านป่าเส้นทางจักรยานเข้าไปถึงจุดชมเดินลงไปชมหน้าผาเลย วันนี้เหมือน biking and hiking ถ้ามีรองเท้าเดินป่ามาคงได้เดินครบ loop เส้นทางเดินธรรมชาติของ Møn Klint







GeoCenter Møns Klint
Møns Klint หน้าผา lime stone ยาว 6 กิโลเมตร เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่มหัศจรรย์และสวยงามมาก เป็นซากของเปลือกหอยและ Coccolith algae ที่สะสมมาตั้งแต่ยุค ice age เป็นหมื่นกว่าปีที่แล้ว มีเส้นทางเดินป่าโดยรอบเพื่อไปดูหน้าผา และมีบันไดไม้ 497 ขั้น ลงไปถึงชายทะเล









Møns Klint หน้าผา lime stone
ปั่นเที่ยวเส้นทาง Panorama บนเกาะ Møn ระยะทาง 44 กม. ลมแรงจนแทบจะทิ้งจักรยาน
Day-25 : Stege (Møn) – PRÆSTØ [36 Km.] > [Bus&Train] > Roskilde
ปั่นออกจากเกาะ Møn ไป South Zealand ต้องข้ามสะพาน Queen Alexandrine หมดแรงด้วยแรงลม 35 km/hr ต้องเข็นขึ้นสะพาน ลมมาจากทุกทิศทาง ช่วงข้ามทะเลลมมาจากทั้งฝั่งซ้ายและขวาเลย บนสะพานมีเลนจักรยานแยกจากเลนของรถยนต์ถือว่าปลอดภัยมาก
ปั่นถึงเมือง PRÆSTØ ระยะทาง 36 กม. พักทานข้าวเที่ยงที่ cafe mocca ตามคำแนะนำของเพื่อน อาหารอร่อยมาก

Queen Alexandrine Bridge



ปั่นผ่านหมู่บ้านเล็กๆ ชอบมากตรงมีซุ้มขายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ผลไม้ น้ำผึ้ง ของ Antique บ้านนี้น่ารักมาก มีซุ้มกาแฟ นม และคุ๊กกี้ให้นักปั่นจักรยานได้แวะพักเติมพลัง กินเสร็จก็หยอดเงินไว้ในกระป๋อง ไม่มีคนขาย ไม่มีคนเฝ้า ไม่มีขโมย
นั่งพักเหนื่อยและตัดสินใจขึ้นรถเมล์และรถไฟมาที่เมือง Roskilde หาที่พักชานเมืองอยู่ที่นี่ เนื่องจากที่พักใน Copenhagen หายากมาก เพราะช่วงสัปดาห์นี้มีงานแข่งจักรยาน Copenhagen Sprint เริ่มที่เมือง Roskilde ไป Copenhagen หาที่พักที่เมือง Roskilde ได้ Airbnb แล้วค่อยเข้าไป Copenhagen
🇩🇰 Copenhagen
มาถึง Copenhagen แล้ว สมเป็นเมืองจักรยานจริงๆ วันนี้ไปเดินชมเมือง หันซ้ายขวาคอยระวังจักรยานตลอดเวลา ปั่นกันสนุกสนานจริงๆ ทั้งคน Copenhagen และนักท่องเที่ยว





ย่านคริสเตียนชาฟน์ Christianshavn แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ที่เต็มไปด้วยคาเฟ่สุดฮิปและบ้านลอยน้ำสีสันสดใสตลอดลำคลอง
เดินชมตึกและสถาปัตยกรรมใน Copenhagen – world capital of architect ถือว่าคุ้มมากโดยเฉพาะในช่วงงาน 3 day of design Operaparken ตึกนี้เป็นตึกจอดรถที่อยู่ใต้ Opera Park เป็น green building สวยงามมาก ชั้นบนสุดเป็น cafe มีที่นั่งทั้ง indoor และ outdoor



Operaparken, Copenhagen
เสาร์อาทิตย์นี้มีงานจักรยาน Copenhagen sprint – World tour cycling ปล่อยตัวทีมผู้หญิงวันเสาร์ ทีมผู้ชายวันอาทิตย์ โชคดีมากที่จะได้ดูงานแข่งจักรยานระดับโลก
จุดปล่อยตัวอยู่ที่เมือง Roskilde และจบที่ Copenhagen ซึ่งจะปิดถนนในเมือง Copenhagen สำหรับงานแข่งจักรยานครั้งนี้ จะมีการเปิดให้ประชาชนทั่วไปปั่นในเส้นทางแข่งก่อนการแข่งขันเริ่ม ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้เข้าไปปั่นจักรยานในเมือง Copenhagen ช่วงที่ปิดถนน
ขอแสดงความยินดีกับ Lorena Wiebes จากทีม SD Worx จากเนเธอร์แลนด์ เข้ามาที่ 1 ในงานแข่งขัน Copenhagen sprint ความเร็ว AV 42.6 km/hr









โชคดีที่ได้ไปรอดูตรงกลางเมือง Copenhagen ช่วง 33 กิโลเมตรสุดท้าย เส้นทางผ่านกลางเมือง รอบละ 11 กิโลเมตร ดูการทำงานของรถ Service กับตำรวจซิ่งมอเตอร์ไซค์เข้าแต่ละโค้งนำขบวนนักปั่นก็สนุกแล้ว
วันที่ปิดถนนสำหรับงานแข่งจักรยาน Copenhagen Sprint เหมือนเมืองในฝัน มีแต่จักรยานและคนเดิน ช่วงเช้าเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าไปปั่นใน Circuit 11 กม คึกคักมาก มีการแข่งจักรยานของเยาวชน 33 กม. ด้วย
The famous Inderhavnsbroen bridge ถนนจักรยานและถนนคนเดิน เปิดใช้ตั้งแต่ปี 2016 แค่หยุดดูคนปั่นข้ามไปข้ามมาก็เพลินมาก เมือง Copenhagen สมกับตำแหน่งที่ได้รับเป็น most bicycle-friendly country in the EU
เรื่องการปิดถนนสำหรับการแข่งกีฬามีการบ่นเป็นธรรมดาเรื่องความสะดวกในการใช้ถนนและธุรกิจก็ได้รับผลกระทบ เมื่อวานเป็นการแข่งรอบผู้หญิง วันนี้เป็นรอบผู้ชายแข่งช่วงบ่าย วันนี้มีเจ้าหน้าที่ Security เพิ่มมากขึ้นกว่าเมื่อวาน เนื่องจากมีบางช่วงมีคนยกรั้วเดินเข้าไปข้ามถนนในช่วงระหว่างการแข่งขัน
Day-26 : 🇩🇰 Roskilde [12 Km.]
ปั่นเที่ยวเมือง Roskilde เมืองเล็กติดทะเล ปั่นเที่ยวชมเมืองได้ 12 กม. ชอบเมืองเล็กๆ ไม่วุ่นวายดี






Day-27 : 🇩🇰 Copenhagen [35 Km.]
เอาจักรยานขึ้นรถไฟจาก Roskilde ไปลง Copenhagen ประมาณ 30 นาที เข้าไปปั่นใน Circuit ของการแข่งขัน Copenhagen Sprint ได้ประมาณ 10 กม เหมือนได้เที่ยวใจกลางเมืองแบบถนนโล่งมาก
ปั่นข้ามไปที่ Refshaleøen ไปดูงานศิลปะที่ Copenhagen Contemporary เป็น Art center ที่จัดงานแสดงศิลปะของ International artists รูปแบบการแสดงงานและแสงสวยมาก ตึกดัดแปลงมาจากอาคารเก่าที่เคยเป็นอู่ต่อเรือ








Go with the flow…ride like the local in Copenhagen
บทสรุป
อยากมาปั่นจักรยานที่เดนมาร์กมานาน ระบบการบริหารเส้นทางจักรยานดีมากๆ ได้ปั่นตามเส้นทาง Baltic Sea Route บางช่วงไปจนถึงโคเปนเฮเกน มีขึ้นรถเมล์และรถไฟไปบางช่วงด้วย เพราะเจอลมแรงมากๆ เส้นทางปั่นจักรยาน Baltic Sea Route ช่วงผ่านเดนมาร์ก เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางปั่น Berlin-Copenhagen วันแรกที่เริ่มปั่นในเดนมาร์กลมแรงมาก วันที่สองตัดสินใจเปลี่ยนฉีกมาปั่นทางด้านตะวันตก เพราะลมส่วนใหญ่จะพัดมาจากฝั่งตะวันตก สังเกตง่ายๆ คือด้านไหนมีกังหันลมผลิตไฟฟ้าเยอะๆ ให้เลี่ยงไปปั่นเส้นอีก ปั่นเลียบชายหาดทางฝั่งตะวันออกลมเบากว่ามาก แต่ลองถามคนเดนมาร์กก็จะได้รับคำตอบว่าลมแรงทุกวัน หลบยาก
ตอนวางแผนปั่นเข้า Denmark คิดว่าจะจบทริปที่ Copenhagen แล้วหาทางลงไป Amsterdam เพื่อขึ้นเครื่องกลับไทย แต่ตอนนั่ง ferry ข้ามจากเยอรมนีไปเดนมาร์กได้นั่งคุยกับนักปั่นเยอรมัน ได้ข้อมูลว่ามีรถไฟตรงจาก Copenhagen ไป Humburg สุดท้ายแผนการเดินทางต้องเปลี่ยน หาทางนั่งรถไฟไปลงชายแดนเดนมาร์กแล้วต่อรถไฟ local ไป Hamburg เปลี่ยนรถไฟ 4 ขบวนจนถึง Bremen
ประเทศเดนมาร์กเป็นประเทศแรกในโลกที่มีเครือข่ายเส้นทางจักรยานระดับประเทศ (The national bicycle routes) เส้นทางแรกคือ Pilgrims-Route (National Cycle Route 3) ระยะทาง 451 Km. และมีเส้นทางเพิ่มขึ้นอีก ปัจจุบันที่ 11 เส้นทาง เช่น West Coast Route (National Cycle Route 1) ระยะทาง 682 Km. เส้นทางปั่นจากเมือง Rudbøl ชายแดนประเทศเยอรมนีกับ Skagen ทางตอนเหนือของ Jutland มีจุดน่าสนใจคือ Wadden Sea ที่ได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลก และได้ปั่นผ่านเมือง Ribe เมืองที่เก่าแก่ที่สุดของเดนมาร์ค หรือ Limfjord Route (National Cycle Route 12) ระยะทาง 629 Km. ที่จะได้ปั่นจักรยานผ่านชมธรรมชาติสวยงามตลอดเส้นทาง

The national bicycle routes are 11 long routes that connect Denmark from north to south and east to west.
It is approximately 4,000 km.
Baltic Route (R8) หนึ่งใน 11 เส้นทางของ The national bicycle routes เป็นเส้นทางที่คนนิยมมากที่สุด และมีระยะทางยาวที่สุด 911 กม. แยกออกเป็น 20 Stages


Baltic Route (National Cycle Route 8)
Distance 911.87 kilometres / Ascent 4234 metres / Descent 4,233 metres
จบ Part-3 : “Baltic Sea Cycle Route (N8) on Denmark” ไปต่อช่วงสุดท้ายของทริป Part-4 : “Season 3 Finale” [Germany, Netherland]

Leave a reply to ปั่นไปเที่ยวไป#3 | Part1: Danube Cycling Path – เรื่องเล่าคราวเดินทาง Cancel reply