เที่ยวแพร่ แค่1วันกับ1คืน (ไม่พอจ้า)

เที่ยวน่าน-แพร่ | ตอน เที่ยวแพร่ แค่1วันกับ1คืน

ปลายเดือนพฤศจิกายน 2563

ทริปเที่ยวน่านตอนปลายเดือนพฤศจิกายน งอกออกมา 1 คืน เพราะตั๋วเครื่องบินขากลับวันอาทิตย์เย็นแพงเหลือเกิน งั้นกลับวันจันทร์ก็ได้ ลางานเพิ่มอีกวัน ราคาตั๋วเครื่องบินถูกลงเยอะเลย ไหนๆก็มีเวลาเพิ่มอีก 1 คืน หาเรื่องออกจากน่านไปเที่ยวแพร่ดีกว่า

วันที่ 4 ก่อนออกจากน่านก็แวะไปนมัสการพระธาตุแช่แห้งก่อน แล้วขับรถไปทางอ.เวียงสา แวะจิบกาแฟมณีพฤกษ์ ที่จ๊างน่านคาเฟ่ อ่าน ทริป น่าน-แพร่ ตอน บอกรัก ฮักน่าน ได้ที่ >> บอกรัก ฮักน่าน <<

หลังจิบกาแฟกับครัวซองแล้ว ก็ออกเดินทางต่อ จุดหมายต่อไปคือ ถ้ำผานางคอย อ.ร้องกวาง จ.แพร่ ระยะทางเหมาะให้แวะเที่ยว จะได้ไม่ขับรถนานเกินไป จากอ.เวียงสา จ.น่าน ขับมาตามทางหลวงหมายเลข 101 ทางดี มีโค้งพอให้ไม่หลับ ระยะทาง 60 กม. ก็ถึงทางเข้าถ้ำ

“ถ้ำผานางคอย” เป็นถ้ำหินงอกหินย้อย ดูๆไปเหมือนหินตายแล้ว แต่เราไปหน้าหนาวคือหน้าแล้ง น้ำในถ้ำก็เลยไม่มี พิ้นแห้งเป็นทรายเดินได้เลย ดูจากรูปท่องเที่ยวถ้ามาหน้าน้ำก็น่าจะพอมีน้ำหยดกันบ้าง ชื่อถ้ำผานางคอยก็มาจากตำนาน เกี่ยวกับกับความรักไม่สมหวังของเจ้าหญิง ตายกลายเป็นหินอยู่ในถ้ำ ประมาณนี้ ด้านในก็เลยมีหินงอกหินย้อยก้อนใหญ่รูปร่างเหมือนผู้หญิงเป็นไฮท์ไลต์ ทางเดินในถ้ำทำไว้อย่างดี ระยะทางประมาณ 150 ม. มีประดับไฟแสงสียิ่งกว่างานแฟร์ แอบคิดว่าติดไฟสีนวลๆยังจะดีกว่ามั๊ย ตอนนี้สีสายรุ้งเหมือนเที่ยวถ้ำในประเทศจีน

แถวหน้าถ้ำไม่มีของกินเลย ต้องขับต่อมาที่ตัวอ.ร้องกวาง หาอะไรกินมื้อเที่ยง เลือกก๋วยเตี๋ยวเรือ เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง อิ่มแล้ว ขับรถต่อไปแวะ “วัดพระธาตุปูแจ” วัดสำคัญของอำเภอร้องกวาง ต้องแยกออกจากทางหลักเข้าไปหน่อย ขับขึ้นไปตัววัดได้เลย และเหมือนเคยใครต้องการแสดงพลังศรัทธาสามารถเดินขึ้นบันไดนาคได้ มีทั้งแบบบุญมากบันไดยาว บุญกลางบันไดระยะพอเหมาะ กับบุญพอสมควรก็บันไดสั้นจากลานจอดรถขึ้นองค์พระธาตุ เลือกเอาตามต้องการ จากนั้นก็มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองแพร่กันเลย

“วัดพระธาตุปูแจ” มองเห็นอยู่ลิบๆ

เข้าถึงตัวเมืองแพร่ ไปแวะร้านกาแฟก่อน เลือกร้าน “เลอกองเก่า” ที่อยู่หัวมุมถนนคำลือ หนึ่งในร้านกาแฟชื่อดังเมืองแพร่ เรือนไม้ของร้านกาแฟตกแต่งมีเสน่ห์ แถมด้วยกาแฟดี สอบถามแล้วเป็นโรบัสต้าจากลาว กลมกล่อมอย่างไม่น่าเชื่อ มีเสื้อสวยๆให้ซื้อด้วย เป็นการช็อปปิ้งครั้งแรกและครั้งเดียวในทริปนี้เลยนะ

บ่ายแก่ๆออกจากกลางเมืองไป “พุทธอุทยานดอยผาสวรรค์” บางคนก็เรียก “วัดพระธาตุอินทร์แขวน” เพราะที่นี่มีพระธาตุอินทร์แขวน อยู่บนเขาต้องขับขึ้นเขาคดโค้งมาพอสมควร มีพระธาตุอินทร์แขวนจำลอง มีเจดีย์ชเวดากองจำลอง แล้วก็มีโบสถ์ มีพระพุทธรูปองค์ยักษ์ครึ่งองค์ มีระเบียงชมวิว ที่มาถึงช่วงเย็นก็สวยงาม อากาศดี แถมด้วยไม่มีคนอื่นเลย

ลงจะวัดพระธาตุอินทร์แขวนแล้ว ตั้งใจกลับเข้าเมือง เพราะตัดรายการ “วัดนาคูหา” ทิ้งไปเนื่องจากดูรีวิวมามันสวยเพราะอยู่กลางทุ่งนา หลังจากเที่ยวน่านมา 3 วันเจอแต่นาแห้งๆ ก็คิดว่าไม่ไปดีกว่า แต่คนขับบอกว่า มาถึงนี้แล้วเข้าไปดูหน่อยก็ได้นะ อีกไม่กี่กิโลเอง เมื่อคนขับยังไม่เมื่อยคนนั่งก็ไม่ขัดใจ ปรากฏว่า…ประทับใจกับบรรยากาศมาก แม้จะไม่มีทุ่งนาเขียวๆ ชอบมาก เดินเล่นกันจนเกือบมืด รีบบึ่งรถลงจากเขา

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ไม่มีถนนคนเดิน และเป็นการเที่ยวคืนสุดท้ายที่ค่อนข้างหมดพลัง ว่าจะไปหาอะไรกินแถวประตูชัยตามคำแนะนำ แต่เปลี่ยนใจเลือกกิน ข้าวต้มร้านกาญจนบุรี ทริปนี้ก็แปลก เที่ยวน่านแต่ไปวัดภูเก็ต เที่ยวแพร่แต่กินข้าวร้านกาญจนบุรี ข้าวต้มร้านนี้น่าจะพอมีชื่อเสียง เพราะคนเยอะ เป็นคนท้องถิ่นทั้งนั้นรอนานหน่อยแต่อร่อยจริง คนนี้เลือกที่พักแบบเบสิคคมาก B2 Boutique & Budget Hotel ราคาแสนถูกห้องพักดี สลบกันแต่หัววัน

วันที่ 5 เป็นวันสุดท้ายของทริป มีเวลาค่อนวันเพราะจะกลับไปขึ้นเครื่องที่สนามบินน่าน ถามว่าทำไมไม่กลับจากแพร่ ที่แพร่มีสนามบินมั๊ย มีนะ แต่ถ้ากลับจากแพร่ ต้องเสียค่าคืนรถนอกพื้นที่ 1,500 บาท แถมสายการบินที่บิน แพร่-ดอนเมือง ก็แพงด้วย ขับกลับไปที่น่านถูกกว่าสำหรับพวกเรา ระยะทางกลับไปสนามบินประมาณ 120 กม. ใช้เวลาไม่เกิน 2 ชม.

ที่พักไม่มีอาหารเช้า แต่ถ้ามีแล้วเป็นข้าวต้มก็คงไม่ไหวแล้ว ซัดข้าวต้มมื้อเช้ามา 3 วันติด วันนี้ขอแหวกแนว ด้วยการไปจัดไข่กระทะ ขนมปัง กาแฟ เลือกไปที่ “Gingerbread House” ร้านดังในเรือนขนมปังขิงกลางเมืองแพร่ เป็นทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ และที่พัก โดยรวมแล้วอร่อยใช้ได้ แพงนิดหน่อยตามสถานที่ ที่แปลกปนอึ้งคือระหว่างนั่งกิน ประตูห้องด้านหลังเปิดออกมามันคือห้องพักแบบเปิดมาเห็นเตียงเลย คือแบบ… หน้าห้องก็นั่งกินข้าวไป ในห้องก็นอนอยู่บ้าง อาบน้ำแต่งตัวบ้าง ประหลาดพิลึก

อิ่มแล้วออกไป “วัดพระธาตุดอยเล็ง” อยู่บนเขาอีกเหมือนกัน เป็นจุดชมวิวได้ มาเช้าๆอากาศดี แสงดี ตัวโบสถ์ไม้ก็สวย บันไดพญานาคยาวมาก พวกเราก็ขับรถขึ้นมาที่วัดเหมือนเดิม ขอบุญน้อยแต่บ่อยๆแทนก็แล้วกัน

ขากลับก็แวะ “วัดพระธาตุช่อแฮ” วัดประจำเมืองแพร่ คราวก่อนมากำลังซ่อมแซม คราวนี้องค์พระธาตุสีทองสดใสสวยงาม เข้าไปกราบเพื่อจบทริป อย่างสมบูรณ์

กลับเข้าตัวเมือง ยังไม่ค่อยหิวก็เลยไป “คุ้มเจ้าหลวง” เรือนขนมปังขิงสีขาวเขียว เดิมเป็นคุ้มของเจ้าเมืองแพร่องค์สุดท้าย  ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เข้าไปชม มีแสดงข้าวของเครื่องใช้โบราณของเจ้าเมืองและครอบครัว ชั้นล่างเคยเป็นคุก ก็จะอับๆมืดๆหน่อย

โรงเรียนนารีรัตน์

ฝั่งตรงข้ามคุ้มเจ้าหลวง เป็นโรงเรียนนารีรัตน์ มีอาคารเก่าสวยมาก ยืนถ่ายรูปด้านนอกได้ ใกล้ๆกันมีศาลหลักเมืองแพร่ให้ไปกราบได้ด้วย ว่าจะไปดูเรือนโบราณอื่นๆอีกแต่ก็เคยไปแล้ว พวกเราก็เลยแหวกแนวขอไปดู เจ้า “บอมเบย์เบอร์ม่า” ดราม่าเมื่อหลายเดือนก่อน มันอยู่ตรงไหนยังไง ก็มาได้เห็น เหลือแต่ฐานราก ส่วนไม้ทั้งหมดกรมศิลปากรติดป้ายแจ้งว่านำไปเก็บรักษาอย่างดี และมีโครงการมาสร้างกลับคืน สถานที่คือริมแม่น้ำยมบริเวณ “สวนรุกขชาติเชตวัน” บรรยากาศดี มีไม้ยืนต้นติดป้ายชื่อให้ได้รู้จัก เช่น ยางนา กันเกรา นนทรี แต่ละต้นอายุก็พอสมควร

เที่ยงแล้วเริ่มหิว มีร้านในใจหลายร้าน ตัดสินใจเลือกไป “ฮอม 2493” GPS พางงวนหาอยู่ 2 รอบ สุดท้ายก็เจอ ชอบมาก ร้านตกแต่งเก๋ๆในบ้านโบราณ ร้านสวยอาหารก็อร่อยด้วย ผัดหมี่ฮอม เป็นส่วนผสมระหว่างผัดไทยกับผัดหมี่โคราช อร่อยควรสั่ง ไก่ทอดมะแขว่นดีงาม ควรลอง ส้มตำหลากหลายแบบก็อร่อย วันที่ไปมีพิเศษส้มตำส้มโอ อันนี้ชอบเลย ที่ดีอีกอย่างคือน้ำสมุนไพร เป็นขวดๆเลือกหยิบในตู้แช่ได้ มีหลายอย่าง น้ำกระเจี๊ยบพุทราจีนก็ดี น้ำอัญชันมะนาวก็ดีไม่หวานมาก น้ำมะตูมบ๊วยอร่อยมาก

ใกล้ๆกับร้านฮอมมีร้านกาแฟน่ารักชื่อเข้ากัน “โฮ๊ะ Bake & Craft” แต่เราไม่ได้ชิมกาแฟร้านนี้

ก่อนจากแพร่ ขอเวลาพักจิบกาแฟก่อนต้องนั่งรถยาวๆไปสนามบิน เลือกกาแฟร้านดังอีกร้านของแพร่ ขับรถเลยจาก ฮอม 2493 ไม่กี่ร้อยเมตรมาที่ Slope Café” ชื่อไทยๆว่า “กาแฟบ้านเบ้วววว” คือบ้านมันเบี้ยววว บ้านเก่าโย้เย้เอามาทำเป็นร้านกาแฟ เดินทะลุร้านเข้าไปด้านหลังเป็นสวน นั่งสบายมาก ลมเย็น ที่สำคัญกาแฟดี ถูกใจมาก ไม่ใช่แค่ที่เก๋ๆให้คนมาถ่ายรูปอัพ IG แต่เครื่องดื่มก็ดีด้วย นั่งคุยปิดทริปกันที่ร้านนี้ พูดกันว่า ชอบแพร่มาก เมืองเงียบๆแต่ไม่เหงาๆ เมืองที่ยังดูเก่าแต่มีความเก๋แทรกอยู่ทั่วไป นับแล้วได้เที่ยววันแรกครึ่งวันกับวันหลังอีกครึ่งวัน ก็เท่ากับได้เที่ยวแพร่แค่ 1 วัน กับ 1 คืนเอง เรียกว่าสัมผัสได้แค่ผิวๆของแพร่เท่านั้นเอง ต้องมาเจาะลึกแพร่อีกสักครั้ง

นั่งเพลินกันจนถึงเวลา บึ่งรถกลับเมืองน่าน คนขับน่าจะตีนผีไปหน่อย เวลาเหลือ เลยได้ไปแวะ วัดภูมินทร์ เยี่ยมปู่ม่านย่าม่านสักหน่อย ก่อนไปสนามบิน สุดท้ายก็ต้องแวะไปกระซิบรักจนได้ซินะ 🙂

จบทริปแบบบริบูรณ์ อากาศดียันวันกลับ


One thought on “เที่ยวแพร่ แค่1วันกับ1คืน (ไม่พอจ้า)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s