เที่ยวตรัง 2026
พฤษภาคม 2569
ลงใต้เที่ยวตรังนอนบ้านเพื่อน เพื่อนพากินของอร่อยทั่วเมือง รีวิวไว้แล้วที่ เที่ยวตรัง คนตรังพากิน เวลาที่ไม่ได้กิน ก็เดินเที่ยวทั่วเมืองดูอาคารเก่าแก่แต่ยังสวย ถ่ายรูปกับภาพสวยๆเท่ๆเก๋ๆตามผนังอาคาร ขับรถชมเมืองวนไปวนมา
| Street Art เมืองตรัง
เมืองเงียบๆอย่างตรัง มีภาพวาดบนผนัง หรือ Moral / Street Art อยู่ทั่วเมืองเหมือนกันนะ โดยเน้นสัญญลักษณ์ของเมืองตรัง คือ พะยูน ถ้ำมรกต ต้นศรีตรัง และต้นยางพารา เสียดายนิดหน่อยที่ขาดการดูแล บางภาพก็ซีดจาง หรือสีหลุดลอก ส่วนมากแล้วอยู่ย่านกลางเมืองเดินได้สบายๆ มีบางจุดอยู่ไกลหน่อยควรขับรถไป

ตั้งต้นง่ายๆที่หอนาฬิกาจังหวัดตรัง สี่แยกนี้ทางม้าลายน่ารักมากกก เป็นพะยูนว่ายน้ำ ก็เลยเดินข้ามไปข้ามมาถ่ายรูปเล่นกันหน่อย



ข้ามถนนเล่นถ่ายรูปพะยูนบนทางม้าลาย ข้ามไปตึกเหลืองฝั่งตรงข้าม หนึ่งในตึกเก่าที่สวยงามมาก
เลี้ยวซ้ายเดินไปตามถนนพระราม 6 ถนนใหญ่ มีร้านรวงของชาวไทย-จีนเยอะแยะ บรรยากาศคล้ายเยาวราชอยู่นะ แค่คนไม่เยอะ ไม่พลุกพล่าน ตึกแถบนี้มีทั้งเก่าทั้งใหม่ปนกันไป

ตึกเก่าริมถนนพระราม 6 ที่ปรับโฉมเป็นที่พักกลางเมือง เข้าไปเดินดูด้านในปรับปรุงได้ทันสมัยเก๋ไก๋สวยงามมาก
ข้อเสีย คือไม่มีที่จอดรถและอยู่ติดตลาดเช้า เสียงจะดังแต่เช้ามืด

ตลาดเช้าในซอยข้างโรงแรมจินจิน

ฝั่งตรงข้ามโรงแรมจินจิน ก็มีตึกสวยที่ปรับปรุงทำเป็นร้านอาหาร

มาถึงภาพฝาผนัง จุดแรก ที่ซอยกันตัง 7 รูปพะยูน ฉลาม และวาฬ

เดินไปตามถนนกันตังข้ามสี่แยกไป ริมผนังธนาคารไทยพาณิชย์มี พะยูนอยู่ฝูงนึง ตาปรือหน้าง่วง เป็นลายเส้นไม่มีสี

เดินต่อไปที่ ซอยกันตัง 2 เป็นภาพพะยูนกับเด็ก แล้วเดินต่อไปที่ถนนสถานีตรงกับซอยกันตัง 1 เคยมีภาพพะยูนหลายสี ที่ตอนนี้ผนังขาวเรียบกริ๊บ


ภาพพะยูนกับเด็ก ซอยกันตัง 2 สียังสดใสใช้ได้

ภาพพะยูนหลายสีที่หายไป ผนังขาวจั๊วะเหมือนเพิ่งทาสี (ใน Google map มีพิกัดอยู่นะ แต่ภาพหายไปล่ะ)

ภาพพะยูนหาย ถ่ายรูปตึกแทนก็ได้ เพราะบนถนนกันตังตึกสวยดี มีหง่อคาขี่ ตามแบบตึกแถวโบราณสไตล์ชิโน-ยูโรเปียน
เดินไปตามถนนกันตังจนถึงสี่แยกใหญ่ ตัดกับถนนถลาง เลี้ยวขวาไป จะเจอ 1 ในภาพสัญญลักษณ์จังหวัดตรัง คือ ภาพถ้ำมรกต อยู่ริมผนังตึก

ภาพถ้ำมรกต มหัศจรรย์ ทะเลตรัง


เดินทะลุถนนหน้าภาพถ้ำมรกตไปจะเจอห้วยยอด ซอย 2 อาคารตรงมุมถนนเป็นสมาคมฮากกา ติดกันเป็นบ้านของตระกูลไทรงาม ตระกูลเจ้าสัวเก่าแก่ของตรัง เป็นอาคารสวยมาก ลืมถ่ายรูปตอนกลางวัน ให้เพื่อนขับรถพามาถ่ายรูปอีกรอบตอนกลางคืน เลยเก็บรายละเอียดไม่ได้มาก เสียดาย



เดินข้ามห้วยยอด 2 แล้วเลี้ยวซ้ายไปอีกนิดถึงถนนใหญ่ เดินเลี้ยวขวาไปชมคริตจักรตรังหน่อย เคยมาถ่ายรูปแล้วเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นสีสดใสสวยงาม กลับมาคราวนี้ โบสถ์สีเหลืองทรุดโทรมขาดการดูแล สีลอกไปทั่ว ขาดความสวยงาม


คริสตจักรตรัง โบสถ์เดิม กับ โบสถ์ใหม่
เดินทะลุหลังโบสถ์ไปด้านหลังมีภาพพะยูนริมผนัง ในตรอกไม่มีชื่อฝั่งตรงข้าม ภาพจะเลือนๆ ดำๆไปหน่อย

พะยูนนั่งตุ๊กๆหัวกบ ในตรอกหลังคริสตจักรตรัง
เดินกลับมาตรงห้วยยอดซอย 2 ตรงสี่แยกเจอรูปนกเกาะท่อปะปา ที่ขับรถผ่านทุกวัน เมืองตรังไม่ใหญ่มาก จะขับรถหรือเดิน วนไปวนมาก็เจอที่เดิม

จากสี่แยกนก เลี้ยวซ้ายเข้าถนนไทรงาม เดินไปเรื่อยๆ เลี้ยวซ้ายเข้าซอยไทรงาม 1 จะเจอร้านกาแฟ Hawken Fine Coffee Brewers ตรงกลางซอย แวะพักขา หลบร้อน จิบกาแฟดีๆก่อนได้นะ

จิบกาแฟเรียบร้อย ก็เดินต่อไปในซอยไทรงาม 1 ทะลุไปตรอกราชดำเนิน 1 ด้านซ้ายมือคืออีก 1 ในภาพเอกลักษณ์เมืองตรัง กับภาพต้นยางพารา



ภาพต้นยางพารา สวยงามสมกับเป็นเมืองต้นกำเนิดยางพารา
จากภาพต้นยางพารา เดินต่อไปผ่านไทรงาม 1 ไปที่ไทรงาม 2 ถ่ายรูป เท่งขี่จักรยาน


ภาพเล็กภาพน้อยระหว่างทาง
เดินต่อไปที่จะไปถนนใหญ่ (ถนนเพชรเกษม) ถึงจุดถ่ายภาพยอดนิยม ภาพต้นศรีตรัง แล้วยังมีภาพเล็กๆ อีก 2-3 ภาพ บนผนังอาคารของร้านสิริบรรณ ร้านเครื่องเขียนเก่าแก่ของชาวตรัง เจ้าของคือ จิระนันท์ พิตรปรีชา แม่ของวรรณสิงห์ เถื่อนทราเวล นั่นไง

นักท่องเที่ยวเช่าเหมาตุ๊กๆหัวกบพาเที่ยว เขาก็พาไปถ่ายรูปตามจุดนี้แหละ ใครขี้เกียจเดินก็จ้างได้



ความสวยงามของอาคารสิริบรรณ ได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี ๒๕๖๐

ฝั่งตรงข้ามอาคารสิริบรรณเป็นภาพต้นศรีตรัง ต้นไม้ประจำจังหวัด



เดินกลับออกมาที่ถนนใหญ่ (ถนนเพชรเกษม) ข้ามถนนมาถ่ายรูปอาคารสิริบรรณ ทำให้เห็นว่าอาคาร ห้างขายยา จ. จิน จุ้น ก็สวยมาก เพื่อนบอกว่าอาคารปิดไว้เฉยๆ ไม่ได้ทำอะไร น่าเสียดาย ปรับปรุงทำที่พักก็น่าจะสวยมากๆ

เดินตามถนนเพชรเกษมไปถึงสี่แยกตัดกับถนนวิเศษกุล เป็นสี่แยกใหญ่ ทางม้าลายตรงนี้ก็เป็นพะยูนอีกเหมือนกัน

เดินข้ามน้องพะยูนไปที่จุดถ่ายรูปจุดสุดท้ายของเส้นทางเดินวันนี้ที่ซอยพัทลุง 3 เป็นทางเข้า มูลนิธิกุศลสถาน ปากซอยเป้นร้านอาหารเก่าแก่ ร้านสีฟ้า เลี้ยวเข้าซอยข้างร้านไปก็เจอเลย


ถ้าเข้าซอยไปที่ ศาลเจ้า และทะลุออกด้านหลัง จะมี Street Art ตามผนังริมคลอง แต่ดูแล้วเข้าไปค่อนข้างลึก เริ่มเมื่อยแล้ว ก็เลยไม่เข้าไป แต่ออกปากซอยเดินต่อไปที่วงเวียนพะยูน เป็นอันจบการเดินเที่ยวเมืองตรังถ่ายรูปภาพฝาผนังทั่วเมืองตรัง

วงเวียนพะยูนที่มึนงงกับศิลปะร่วมสมัย

เดินกลับบ้านเพื่อน ต้องผ่านร้าน Richy เพิ่งเห็นภาพบนฝาผนังสวยดี เพื่อนบอกเป็นภาพเจ้าของร้าน
วันต่อมาเพื่อนขับรถจะพาไปกิน ร้านชาโกแจ้ง ร้านเก่าแก่ของคนตรัง เพื่อนบอกว่าให้ทำใจล่วงหน้า เพราะโกแจ้งติ๊สมาก บางวันก็ขาย บางวันก็ไม่ขาย บางวันลูกค้ายังนั่งกินอยู่แต่แกอยากปิดร้านแล้ว แกก็จะปิดเลย ลูกค้าก็ไปนั่งกินหน้าร้านเอา ในซอยมี Street Art น่ารักๆตลอดแนวกำแพง พิกัดคือซอยห้วยยอด 1 แล้วต้องเลี้ยวขวาอีกครั้ง หรือจากถนนเพชรเกษมก็เข้าซอยพงษ์โอชาติ่มซำ (ไม่มีชื่อซอย) หรือ Search ร้านน้ำชาโกแจ้ง ก็ได้

ถามว่าได้กินมั๊ย ก็คือไม่ โกแจ้งปิด เห็นมีคนนั่งหน้าร้าน เลยคิดว่าแกเพิ่งปิด เพราะฟ้ามืดเหมือนฝนจะตก
ซอยนี้ไม่มีชื่อ เพื่อนเรียกซอยนี้ว่าซอยศิลปิน เพราะนอกจากร้านโกแจ้งที่ติ๊สแล้ว ยังมี สตูดิโอ มีโรงฉายหนัง จึงเป็นจุดรวมพลคนติ๊สมากมาย Street Art ตรงนี้ก็ไม่ใช่ภาพเชิงวัฒนธรรม หรือภาพพะยูนเหมือนตรงกลางเมือง







ออกจากซอยศิลปินไปไม่ไกล เข้าห้วยยอดซอย 9 แวะซื้อขนมเปี๊ยะซอย 9 ก็ยังมี ภาพฝาผนังขนาดยักษ์ด้วยนะ

ความจริงมีภาพเล็กๆน้อยๆ ตรงโน้นตรงนี้อีก อย่างเช่น ผนังตึก โรงแรมตรัง โรงแรมเก่าแก่แต่ปิดไปแล้ว ตรงวงเวียนหอนาฬิกา

ในสถานีรถไฟตรัง ก็มีภาพเขียนน่ารักๆให้เช็คอินถ่ายภาพกันด้วยเหมือนกัน



| คุณภาพชีวิตดีๆที่เมืองตรัง
ไปอยู่กับเพื่อน 3 วัน เพื่อนพาไปเดินสวน เดินสนามกีฬา ทุกวัน เมืองตรังอากาศดี (กว่ากรุงเทพฯ) ผู้คนออกกำลังกายกันเยอะมาก สนามกีฬาเทศบาลนครตรัง เปิดตั้งแต่ตี 4 มีคนมาเดินมาวิ่ง มาเล่นกีฬาแต่เช้าจนมืดทุกวัน


กะพังสุรินทร์ สวนสาธารณะกลางเมืองตรัง ไม่เกี่ยวอะไรกับจังหวัดสุรินทร์ แต่ตั้งชื่อตามพระยาสุรินทราราชา (นกยูง วิเศษกุล) อดีตสมุหเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต บริเวณกะพังสุรินทร์มีบึงน้ำขนาดใหญ่ และมีสวนร่มรื่น ตั้งเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกของจังหวัดตรัง มีทางวิ่งรอบบึงระยะทางประมาณ 1 กม. มาวิ่งตอนเช้าๆอากาศดี วิ่งเสร็จก็ไปกิน ขนมจีนร้านคุณปุ้มก่อนกลับได้ เพราะอยู่ติดกันเลย





ยามเช้ามานั่งจิบกาแฟริมน้ำชิลๆได้
สวนสาธารณะสมเด็จพระศรีนครินทร์ 95 เป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในเขตเมืองตรัง คนตรังเรียกว่า เขาแปะช้อย อยู่ห่างจากกลางเมืองออกมาประมาณ 3 กม. มีพื้นที่กว้างใหญ่กว่า 280 ไร่ ต้นไม่ใหญ่ร่มรื่นทั้งสวน มีสะพานแขวนเชื่อมเกาะกลางน้ำ หอสูงชมวิว ศาลาพักผ่อน ลานอเนกประสงค์ ทำมางวิ่งรอบสวนระยะทางประมาณ 2.5 กม.




| วิถีชุมชน นาหมื่นศรี
เพื่อนขับรถพาออกนอกตัวเมืองมาไม่ไกล ผ่านถนนเส้นที่เพื่อนชอบมาก บอกสวยที่สุดในตรัง เพราะร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ตลอด 2 ข้างทาง วันหยุดช่วงเย็นๆจะมีคนมาจอดรถปิคนิค ตามรายทาง หรือออกมานั่งเล่นชมวิวทานอาหารจากร้านอาหารที่เริ่มเปิดกันมากขึ้นตามรายทาง ถนนเส้นนี้พาไปถึง ตำบลนาหมื่นศรี อำเภอนาโยง ระยะทางประมาณ 15-20 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถ 20 นาที





ถนนเลียบคลองชลประทาน ถนนเส้นสวยจากอำเภอเมือง ไปนาหมื่นศรี

นาหมื่นศรี มีอะไร?
จุดเด่นของวิถีชีวิตชุมชนนาหมื่นศรี คือ ทำนา ทำสวน ทอผ้า เลี้ยงวัวชน โดยเฉพาะการผ้าทอพื้นเมืองของจังหวัดตรัง ที่มีมาตั้งแต่อดีต จนปัจจุบันมีการจัดตั้งกลุ่มสตรีทอผ้านาหมื่นศรี เพื่อสืบสานการทอผ้าพื้นเมืองไม่ให้หายสาบสูญ




แวะ วิสาหกิจชุมชนผ้าทอนาหมื่นศรี ที่ส่งเสริมโดยเครือเซนทรัล ช้อปปิ้งงานฝีมือ มีของหลากหลาย ทั้งผ้าทอผืนเอาไปตัดชุดได้ หรือเสื้อผ้าสำเร็จรูป ผ้าขาวม้าเนื้อดีหลากสี ของฝากเล็กๆน้อย กระเป๋า ถุงผ้า ผ้าเช็ดมือ พวงกุญแจ เลือกซื้อกันสนุกสนาน แอร์เย็นสบาย ซื้อเสร็จเดินออกไปด้านหลัง พี่ๆป้าๆยังนั่งทอผ้ากันเป็นกิจวัตร



เดินขึ้นไปชั้นบนมีห้องจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวผ้าทอนาหมื่นศรี รวบรวมลายผ้าต่างๆ บอกเล่ารายละเอียด เพื่อไม่ให้วัฒนธรรมการทอผ้าลบเลือนไป





จุดท่องเที่ยวแห่งใหม่ในนาหมื่นศรี ที่ไม่คิดว่าจะเจอในการมาเที่ยวภาคใต้คือ สวนดอกไม้ สวนลุงเวชน์ ก็เลยขอแวะเข้าไปชมสักหน่อย แม้ว่าจะมาในเวลาที่ไม่ได้เหมาะนัก คือ ใกล้เที่ยง แดดแรงแทบไหม้ เสียค่าเข้าคนละ 50 บาท แต่เจ้าหน้าที่ดีมาก รีบบอกก่อนเลยว่า ดอกไม้ทุ่งใหญ่โรยแล้วนะ เหลือแต่ทุ่งเล็ก และมีสวนน้ำตกให้เดินชม




ถ่ายรูปสวยอยู่เหมือนกัน แต่ถามว่าร้อนมั๊ย ขอตอบเลยว่ามากกก




โซนน้ำตกเย็นที่สุดแล้ว
บังเอิญได้เจอลุงเวชน์ เลยได้คุยกันนิดหน่อย ลุงเวชน์เป็นคนใต้ แต่ไม่ใช่คนตรัง เคยทำสวนดอกไม้ที่เชียงใหม่มาแล้ว อยากกลับมาภาคใต้ เลยเอาสวนดอกไม้ลงมาเปิดด้วย แต่อุปสรรคมากมาย เพราะภูมิอากาศทางใต้ไม่เหมาะกับการปลูกดอกไม้เลย เวลาร้อนก็ร้อนจัด แต่ฝนเยอะ ฝนลงทีดอกไม้ก็เหี่ยวหมด อย่างทานตะวันแปลงใหญ่เพิ่งบานได้ 2-3 วัน ฝนลงโครมเดียวเฉาไปหมดเลย


สภาพทานตะวันแปลงใหญ่ที่โดนฝนถล่ม

มองเห็นเขาช้างหายเป็นฉากหลังด้วย

เมื่อเห็นเขาช้างหาย ก็ต้องไปแวะ ถ้ำเขาช้างหาย สักหน่อย ขับไปไม่ไกลเห็นซุ้มทางเข้าใหญ่โตมโหฬาร ไม่มีทางหลง

ช้างหายไปไหน ก็น่าจะอยู่ที่ซุ้มทางเข้านี่แหละ

ตำนานถ้ำเขาข้างหาย
เจ้าเมืองนครศรีฯได้สร้างพระบรมธาตุเจดีย์เพื่อบรรจุพระสารีริกชาตุ จึงได้ประกาศไปยังหัวเมืองต่างๆให้ผู้เลื่อมใสในพุทธศาสนาใด้นำทรัพย์สมบัติมาบรรจุใต้พระธาตุด้วยกัน มีขบวนนักแสวงบุญคณะหนึ่งพร้อมด้วยขบวนช้าง เดินทางมาถึงที่ราบเชิงเขา ก็ได้หยุดพัก มีลูกช้างวิ่งเส่นพลัดหลงกับแม่ช้างหายเข้าไปในถ้ำ ตวสญช้างจึงเกณฑ์ผู้คนจุดคบเข้าตามหาจนพบ และควาญข้างได้ใช้คาถาอาคมจับลูกช้างด้วยด้ายแดงด้ายขาวคืบด้วยเท้าเพียงสามเส้นเท่านั้น ขณะเดินนำลูกช้างออกจากนถ้ำถึงทุ่งนา พบกับชาวบ้านกำลังทำนาตะโกนร้องเตือนว่าด้ายจะขาด หลายครั้งด่วยความหวังดี ทำให้อาคมที่บังคับลูกช้างเสื่อมลง ด้ายที่มัดช้างก็ขาดในทันที ลูกช้างได้หันหลังวิ่งหนี ควาญช้างจับหางลูกข้างได้ทันและใช้มีดฟันหางลูกช้างจนขาดติดมือ หางช้างต่อมากลายเป็นทองคำ โดยลูกช้างได้วิ่งหายเข้าไปในถ้ำอีกครั้งตามหาไม่เจอ ชาวบ้านจึงเรียกว่า ถ้ำเขาช้างหาย
เขียนข้อความ
ถ้ำเขาช้างหาย เป็นถ้ำหินงอกหินย้อย ใช้เวลาเดินขึ้นไปบนถ้ำประมาณ 20 นาที และต้องมีคนนำทางเท่านั้น ไม่อนุญาตให้เข้าถ้ำเอง โดยมีรอบเวลา เช้า 2 รอบ บ่าย 2 รอบ (วันหยุด 3 รอบ) ตามรูป ซึ่งเราไปไม่ตรงรอบเวลา ก็เลยไม่รอ เอาไว้มีเวลาจะมาใหม่




รูปปั้นช้างหัวหน้าโขลง

ระหว่างทางจะเห็นชาวบ้านเลี้ยงวัวชนกันเป็นระยะ
ตำบลนาหมื่นศรี อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ทางภาคใต้ที่นิยมเลี้ยงวัวชน จนถึงขั้นมี “พิพิธภัณฑ์วัวชน นาหมื่นศรี” เพื่ออนุรักษ์สืบสานภูมิปัญญา และการเลี้ยงวัวชนที่นี่ได้สร้างอาชีพเสริมให้เกษตรกรจากการปลูก”หญ้าหวายข้อ”สำหรับเลี้ยงวัวชนโดยเฉพาะ



บรรยากาศแบบนี้ ดีต่อใจ
เที่ยวตรังครั้งนี้ ไม่ได้เน้นจุดเที่ยวของนักท่องเที่ยวเลย เป็นการมานอนบ้านเพื่อน กินแบบคนตรัง ใช้ชีวิตแบบคนตรัง เป็นอีกความทรงจำที่ดี กลับกรุงเทพฯได้ล่ะ แล้วจะไปอีก


Leave a comment