เชียงราย || เส้นทางสายชาและกาแฟ

เที่ยวเชียงราย ตามเส้นทางสายชาและกาแฟ
พฤศจิกายน 2564

“เชียงราย” จังหวัดเหนือสุดของประเทศ เป็นแหล่งผลิตเมล็ดกาแฟพันธุ์อาราบิก้าคุณภาพดีส่งขายทั่วประเทศและส่งออกนอกประเทศด้วย เพราะตามเทือกเขามีพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,000 ม.ขึ้นไป และมีอากาศหนาวเย็น ทำให้ได้ผลผลิตที่ดี แต่ไร่ชาก็โด่งดังมาก่อนนานแล้ว เชียงรายจึงเป็นแหล่งผลิตใบชาชั้นดีด้วยเช่นกัน สำหรับสายจิบชาและกาแฟก็จัดเส้นทางท่องเที่ยวตามถนนสายชาและกาแฟ ทั้ง ดอยช้าง ปางขอน ดอยตุง ผาฮี้ ผาหมี ขับรถเที่ยวไปแวะจิบชากาแฟไปได้เลย

1. เส้นทางสายชาและกาแฟ || ดอยวาวี – ดอยช้าง

เส้นทางแรกอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงราย เป็นทั้งเส้นทางสายชาและกาแฟ ขับรถไปง่ายไม่ชันมาก จากตัวเมืองเชียงราย ขับรถไปตามทางหลวง 118 ถนนเส้นที่เชื่อมต่อระหว่างเชียงรายและเชียงใหม่ ก่อนถึง อ.แม่สรวย เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงชนบท 3037 ทางไปเขื่อนแม่สรวย ทางขับได้สบาย

จุดแวะเที่ยวรายทางจุดแรกคือ จุดชมวิวเขื่อนแม่สรวย มองเห็นอ่างเก็บน้ำของเขื่อนแม่สรวยกับหุบเขาเป็นฉากหลัง

ถึงหลัก กม.134 เป็นสามแยกดอยวาวี ถ้าตรงไปต่อจะไปที่ บ้านวาวี เที่ยวไร่ชาแวะจิบชาที่ดอยวาวี ดอยเลาลี ถ้าเลี้ยวขวาก็จะไปที่บ้านดอยช้าง ระหว่างทางจะผ่านร้านกาแฟสวยเก๋ กาแฟรสดีจากผลผลิตที่ดอยช้างเอง และมีที่พักสวยๆวิวหุบเขากว้างไกลให้เลือกหลายที่

จุดแวะที่ 2 ที่พวกเราแวะ คือจุดชมวิว กม. 5+475 ตรงนี้มีร้านค้าชนเผ่าอยู่ด้วย ขายผักผลไม้ ขายผ้าชาวเขา

Abonzo Cafe ร้านกาแฟบรรยากาศดี กาแฟดีมากกว่าบรรยากาศไปอีก
ร้านกาแฟดอยช้างสาขาแรก บรรยากาศป่าๆ มีศูนย์การเรียนรู้กาแฟ มีโรงสี โรงคั่ว โรงบรรจุเมล็ดกาแฟ อยู่ในพื้นที่ด้วย
The BC2 ร้านกาแฟบนดอยช้างอีกร้านที่มีกาแฟดีกับวิวสวยๆ
ห้องใต้หลังคาน่ารักๆที่ The BC2 มองเห็นหมู่บ้านดอยช้างอยู่ไกลๆ
ฝากท้องมื้อเที่ยงกับครัวอาข่าดอยช้าง มีอาหารทั่วไปและอาหารชนเผ่า ได้ลองผัดหอมชู ผักพื้นบ้านที่ชาวอาข่านิยมเอามาทำอาหาร

เส้นทางวิ่งได้เป็นวงรอบไม่ต้องลงทางเดิม โดยขับไปถึงเกษตรที่สูงฯ จุดชมวิวดอยช้าง แล้วขับต่อไปทางบ้านห้วยส้านลีซอ จะผ่านอ่างเก็บน้ำห้วยส้าน ที่มีฝายน้ำล้นให้ขับรถลุยได้แอดเวนเจอร์เล็กๆ (แนะนำให้ขึ้นทาง อ.แม่สรวย แล้วมาลงทางบ้านห้วยส้าน เพราะทางขึ้นจะชันน้อยกว่า ถนนใหญ่กว่า ทางห้วยส้านจะชันกว่าและแคบกว่าแต่ใกล้ดอยช้างกว่า)

เกษตรที่สูงเชียงราย
พุทธอุทยาน
จุดชมวิวดอยช้าง
ระหว่างทางไปบ้านห้วยส้าน หมอกยังคลุมถนนในช่วงบ่าย

2. เส้นทางสายกาแฟ || บ้านปางขอน

ปางขอนเป็นหมู่บ้านเล็กๆบนดอย อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายแค่ 20-30 กิโลเมตร คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่เป็นชาวอาข่าที่ในอดีตปลูกฝิ่นเหมือนชนเผ่าตามดอยภาคเหนือ ปีพ.ศ. 2536 มีโครงการพัฒนาเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ ส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกกาแฟแทนการปลูกฝิ่น บ้านปางขอนจึงเปลี่ยนจากไร่ฝิ่นมาเป็นไร่กาแฟ วันนี้บ้านปางขอนเป็นแหล่งอาราบิก้าคุณภาพดีของประเทศไทย

จากตัวเมืองเชียงรายขับไปตามถนน 1211 ผ่านสิงห์ปาร์คไปไม่ไกล เลี้ยวขวาเข้าถนน 1208 เส้นทางไปน้ำตกขุนกรณ์ ขับไปถึงด่านตรวจเพื่อเข้าไปตัวน้ำตก จะมีทางแยกขวาขึ้นเป็นทางขึ้นเขาไปบ้านปางขอน ทางค่อนข้างชันคดเคี้ยวแต่ระยะทางไม่ไกลมาก ใช้ทักษะในการขับพอสมควร พ้นช่วงทางชันแล้วจะเจอหมู่บ้านxx ให้เลี้ยวซ้ายต่อไปอีก 3 กม. ตามป้ายบอกทาง ก็จะถึงตัวหมู่บ้าน

บ้านปางขอนมีไร่กาแฟหลายไร่ผลิตกาแฟส่งขายทั่วประเทศ เริ่มมีร้านกาแฟเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปดื่มกาแฟถึงแหล่งปลูก พร้อมชมวิวหุบเขาสงบสวยงาม พวกเราเลือก “ไร่กาแฟครอบครัวมะ” ในการพักค้างคืน ได้ชิมกาแฟหลายชนิด ทั้งกาแฟดริป เอสเปรสโซ่จากเมล็ดต่างๆของไร่ ทำไป ชิมไป ดูหมอกบางๆบนยอดเขา ประทับใจจริงๆ

3. เส้นทางสายชา || ดอยแม่สลอง

ก่อนเชียงรายจะมีชื่อเสียงเรื่องกาแฟ เชียงรายโด่งดังเรื่องชามาก่อนแล้ว สมัยก่อนใครมาเที่ยวเชียงรายก็ต้อง เลยออกจากตัวเมืองไปเที่ยวดอยแม่สลอง ไปดอยตุง แล้วเลยไปถึงแม่สาย ต่อยาวไปเที่ยวสามเหลี่ยมทองคำด้วย การเดินทางก็ไม่ยากเย็น จากตัวเมืองเชียงรายก็ขับรถขึ้นเหนือ ทางเดียวกับที่จะไปด่านแม่สาย ถึงอ.แม่จันจะมีทางเลี้ยวซ้ายขึ้นไปดอยแม่สลอง มี 2 เส้นทางคือ ทางหลวง 1089 กับ 1130 แต่นิยมไปทางถนน 1130 เพราะถนนใหม่และใหญ่กว่า แต่ขับรถได้เป็นวงกลมไม่ต้องย้อนทางเดิมก็ได้

พระธาตุสันติธรรม ระหว่างทางบนถนน 1089

ดอยแม่สลองเป็นชุมชนของอดีตทหารจีนกองพล 93 ที่ถอยหนีจากประเทศจีนเข้าพม่าแล้วสุดท้ายก็มาลงหลักปักฐานอยู่ที่ไทย จากที่อ่านประวัติของชาวจีนในแถบบนี้ มีเขียนไว้ว่าชาวจีนที่อพยพมาอยู่แถบบ้านวาวีแอบนำต้นชาอู่หลงเข้ามาที่ไทย (ที่ต้องแอบเพราะสมัยก่อนจีนหวงพันธุ์ชาดีๆมาก) จึงเริ่มมีการปลูกชาที่ดอยวาวีก่อน แล้วจึงได้มีการเอาไปปลูกที่ดอยแม่สลองด้วย จนมีไร่ชาตามไหล่เขาทั่วไปทั้งดอย ใครที่ไปเที่ยวดอยแม่สลองก็คือไปชมวิวไร่ชากับไปชิมชาดี  

// ไร่ชา 101 //

// ไร่ชาฉุยฝง //

บรรยากาศยามเย็นที่ ภูเมฆตะวันรีสอร์ท มีทั้งที่พัก ร้านชา-กาแฟ และร้านอาหาร เมนูห้ามพลาดเวลามาดอยแม่สลองคือ ขาหมูยูนนาน

ยามเช้าที่ภูเมฆตะวันรีสอร์ท แสงสวยๆกับทะเลกหมอกน้อยๅ
Espresso ยามเช้าสักแก้ว

ที่เที่ยวชมบนดอยแม่สลองนอกจากไร่ชาที่มีตามรายทางแล้ว ก็มีหมู่บ้านชาวจีนยูนนานคือ หมู่บ้านสันติสุข ที่เป็นหมู่บ้านขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก มีร้านอาหารจีนยูนนานแท้ๆ มีผักผลไม้ไม้เมืองหนาว ทั้งสดทั้งแปรรูปให้ซื้อ และมีชาจีนดีๆ จุดชมวิวบนตอยสูงสุดของถนนตรงพระบรมธาตุศรีนครินทราสถิตย์มหาสันติคีรีก็สวยงาม ดูพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกได้ ถ้าสนใจประวัติศาสตร์ก็แวะเยี่ยมและเคารพสุสานนายพลต้วน อดีตผู้นำทหารจีนฮ่อแห่งกองพันที่ 5 กองพล 93 ผู้เป็นต้นตระกูลชาวจีนบนดอยแม่สลองก็ได้ แต่แค่ได้นั่งจิบชาร้อนๆในที่พักมองดูหุบเขาและไร่ชาอันกว้างไกลก็มีความสุขแล้ว

พระบรมธาตุศรีนครินทราสถิตย์มหาสันติคีรี

ดอยหมอกดอกไม้ เป็นที่พัก เป็นร้านชา-กาแฟ แถมด้วยสวนสวยมากๆ ไม่พักก็เข้าไปชมได้

4. เส้นทางสายกาแฟ || ดอยตุง – บ้านผาฮี้ – บ้านผาหมี

เส้นทางที่ 4 เป็นเส้นทางสายกาแฟ จากตัวเมืองเชียงรายขึ้นเหนือไปทางอ.แม่สาย ประมาณ 45 กม.ถึงทางแยกดอยตุง เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวง 1149 ขับเข้าไปไม่ไกลจะเจอทางแยกบอกทางขึ้นดอยตุงแบบทางใหม่ (ทล.1149) กับทางเก่า (ทล.1388) แนะนำให้ไปทางใหม่เพราะชันน้อยกว่าถนนกว้างกว่า ระยะทางไกลกว่านิดหน่อย ทั้ง 2 ทางไปที่ พระตำหนักดอยตุง จุดท่องเที่ยวยอดนิยมบนดอยตุง เที่ยวได้ทั้งวัน เพราะมีทั้งพระตำหนัก สวนแม่ฟ้าหลวง หอเกียรติยศ ที่เปิดใหม่คือ Tree Top Walk ทางเดินชมวิวบนสะพานสูง 40 ม. มีร้านอาหาร ร้านขายของ ทั้งของโครงการและร้านชาวบ้านมาเปิดด้านนอก และที่แน่นอนคือร้านกาแฟดอยตุงต้นตำรับ

จากดอยตุง ขับรถต่อไปตาม ทล.1149 ผ่านจุดชมวิวดอยช้างมูบ เพื่อไป บ้านผาฮี้ ทางจะแคบลง คดเคี้ยวขึ้นลงเขา ไม่ถึงกับชันมาก แต่ก็ควรขับช้าๆระมัดระวัง ระยะทาง 3 กม. ถึงบ้านผาฮี้ มีลานจอดรถของหมู่บ้าน แต่พื้นที่ไม่กว้าง ช่วงวันหยุดคนเยอะ รถก็เลยมีมาจอดตามข้างทางก่อนถึงตัวหมู่บ้าน ทำให้รถสวนกันยากทำให้รถติด ต้องระวังอย่าขับเร็ว ผ่านจากบ้านผาฮี้ เป็นทางลงเขาคดเคี้ยวอีก 7 กม. ถึง บ้านผาหมี จากบ้านผาหมี ขับผ่านตัวหมู่บ้านลงเขาอีกไม่ไกลก็ถึงถนนสายเอเชีย ทล.1 เลี้ยวซ้ายไปอีก 5 กม. ก็ถึงด่านแม่สาย ถ้าเลี้ยวขวาก็กลับเข้าตัวเมืองเชียงราย

เริ่มต้นที่กาแฟดอยตุง กาแฟสดดีๆพันธุ์อาราบิก้า ที่ปลูกบนดอยตุง และผ่านการแปรรูปทั้งหมดบนดอยตุง กาแฟดอยตุง เกิดขึ้นจากความต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้านบนดอยตุง ที่ยากจน ปลูกฝิ่น ทำไร่เลื่อนลอย จนทำให้พื้นที่เสียหายเป็นเขาหัวโล้นแห้งแล้ง โครงการพัฒนาดอยตุงฯ โดยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือที่ชาวไทยเรียกกันติดปากว่า สมเด็จย่า ได้เริ่มโครงการ “ปลูกป่า ปลูกคน” ที่ดอยตุง เข้ามาเริ่มปลูกกาแฟพันธุ์อาราบิก้าและแมคคาเดเมียที่เป็นพืชเศรษฐกิจราคาดี ทำให้ชาวบ้านมีอาชีพและรายได้ที่ดีขึ้น ขึ้นไปถึงดอยตุงต้องแวะร้านกาแฟดอยตุง ถ้าไม่จิบกาแฟก็ชิมไอศครีมได้นะ โดยเฉพาะรสแมคคาเดเมีย อร่อยสุดยอด

ปี 2549 โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication หรือ GI) ชื่อ “กาแฟดอยตุง” สำหรับกาแฟที่ปลูกจากดอยตุง เท่านั้น

จากพระตำหนักแม่ฟ้าหลวง นั่งรถไปต่ออีก 3 กม. ก็ถึงบ้านผาฮี้ ชุมชนชาวเขาเผ่าอาข่าที่เดิมปลูกฝิ่นและทำไร่เลื่อนลอยเหมือนกับชาวเขาที่ดอยแถบนี้ โครงการพัฒนาดอยตุงฯก็ได้เปลี่ยนแปลงบ้านผาฮี้ให้กลายเป็นแหล่งปลูกชากาแฟเช่นกัน

จุดชมวิว ฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบ ที่มองเห็นคือประเทศพม่า

บ้านผาฮี้ติดอันดับต้นๆของจุดท่องเที่ยวในช่วง 4-5 ปีหลังมานี้ เพราะเดินทางมาไม่ยากมากนัก มีที่พักราคาไม่แพง วิวสวย กาแฟเยี่ยม ถ้าไม่พักค้างคืนก็จอดรถที่จอดสาธารณะหน้าหมู่บ้านแล้วเดินเที่ยวเล่นในหมู่บ้านได้ สิ่งที่เห็นคือทุกบ้านมีลานตากเมล็ดกาแฟ หลายบ้านเปิดเป็นร้านกาแฟ บางบ้านเป็นทั้งที่พักและร้านอาหาร ร้านกาแฟ แค่เดินเล่นดูวิถีชีวิต แล้วแวะเข้าร้านกาแฟ นั่งตรงระเบียงห้อยขาจิบกาแฟชมวิวหุบเขากว้างๆก็สุขใจแล้ว

ชิงช้าชาวเขา ที่ลานสาวกอด

ความน่ารักของร้านกาแฟในบ้านผาฮี้คือ การตกแต่งร้านและระเบียงด้วยร่มสีต่างๆ จนกลายเป็นเอกลักษณ์ไป เพราะชื่อร้านคล้ายๆกันไปหมด เลยเรียกกันตามสีว่าร้านร่มแดง ร้านร่มเขียว ประมาณนี้ กาแฟทุกร้านใช้เมล็ดกาแฟผาฮี้เป็นหลัก อร่อยมากน้อยต่างกันไปตามกระบวนการแปรรูปของแต่ละไร่ แต่ละร้าน และฝีมือการชง เดินเที่ยวหมู่บ้าน แวะชิมไปเรื่อยๆ ต้องอยู่สักสัปดาห์ถึงจะชิมครบทุกร้าน

ร้านกาแฟผาฮี้ หรือร้านร่มแดง ร้านกาแฟของผู้ใหญ่บ้าน เป็นทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ มีที่พัก มีโรงคั่วกาแฟด้วย

ร้านกาแฟภูผาฮี้ หรือร้านร่มเขียว เป็นร้านกาแฟร้านแรกที่เปิดที่บ้านผาฮี้

ผาฮี้ฟาร์มสเตย์ ปักร่มเหลืองแสดงพิกัดกันหลงไว้ก่อนขึ้นเนินไปร้าน

Asago cafe & wine bar

Asago Cafe’ & Wine Bar ร้านที่เดินผ่านมาเจอ ตกใจที่มีไวน์บาร์โผล่มากลางหมู่บ้าน ขอเดินขึ้นไปชมหน่อย โอ้โห…ร้านมีมุมชมวิวสวยมาก ขอนั่งจิบไวน์ขาวชมวิวยามเย็นแทนการจิบกาแฟแล้วกัน ประทับใจกับร้านร่มขาวนี้จริงๆ

ดอยผาฮี้ คอฟฟี่ & โฮมสเตย์ ที่พักบรรยากาศดี พร้อมร้านอาหาร ร้านกาแฟ เป็นที่พักของพวกเรา 1 คืนที่บ้านผาฮี้ อาหารเย็นเป็นอาหารชนเผ่า เช้าเป็นข้าวต้ม วิวจากห้องพักสวยงาม กาแฟดีทีเดียว ร้านนี้น่าจะต้องเรียกว่าร่มหลากสี

ทะเลหมอกงามๆยามเช้าที่บ้านผาฮี้

จุดท่องเที่ยวยอดนิยมอีกจุดของบ้านผาฮี้คือ สะพานไม้ไผ่ไร่ผาฮี้ ต้องนั่งรถของหมู่บ้านไปเป็นรถกระบะ ค่ารถคนละ 60 บาทไป-กลับ พักที่ไหนให้ที่พักโทรเรียกรถได้เลย นั่งรวมๆกันไปหลายๆคน รถแวะรับแวะส่งได้ทุกที่ จะไปเช้า สาย บ่าย เย็น ก็ตามสะดวก ถ้าไม่ได้พักแต่แวะมาเที่ยวก็ถามจากร้านกาแฟได้ทุกร้าน เดี๋ยวเขาเรียกรถให้ สะพานไม้ไผ่ไร่ผาฮี้ เป็นไร่กาแฟ มีที่พัก มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ อยู่เลยตัวหมู่บ้านออกไปหน่อย ไปเดินเล่น ถ่ายรูปเล่นได้

จากบ้านผาฮี้ไปเที่ยวต่อบ้านผาหมี ที่เป็นหมู่บ้านกาแฟเหมือนกัน กาแฟผาหมีเป็นกาแฟอาราบิก้าเหมือนบนผาฮี้และดอยตุง นอกจากปลูกกาแฟ ชาวบ้านยังปลูกส้มด้วย มีไร่ส้มสายน้ำผึ้งที่ชาวสวนมาตั้งเพิงขายส้มตามรายทาง

ก่อนถึงตัวหมู่บ้านผาหมี จะมีป้ายเล็กๆบอกว่า “สวนคุณปู่” มีลานจอดรถข้างทาง รถจอดเต็มแม้จะเป็นวันธรรมดา ต้องจอดรถตรงนี้ แล้วเดินตามทางเดินลงไปในหุบเขา จะเป็นร้านอาหาร-กาแฟวิวอลังการสุดๆ

บ้านผาหมีตั้งชื่อตามแนวสันเขาที่มองเหมือนหมีนอนหงาย ลองเลือกร้านกาแฟสักร้านนั่งชิมกาแฟผาหมี แล้วจินตนาการตามคำบอกเล่า

ร้านกาแฟดอยผาหมี ร้านกาแฟแห่งแรกในบ้านผาหมี เป็นทั้งร้านอาหารที่มีอาหารชนเผ่า มีโร่งคั่วกาแฟเองด้วย

77 Coffee View ร้านกาแฟพร้อมบันไดสวรรค์

ร้านกาแฟโอโซนผาหมี กาแฟดีอาหารเด็ด มุมภูเขาอีกฝั่งของหมู่บ้าน

ถ้าดูแผนที่ท่องเที่ยวดอยผาหมี จะเห็นจุด “เส้นทางเสด็จรัชการที่ 9” มันคืออะไร? ต้องเล่าย้อนไปถึงสมัยก่อนที่บ้านผาหมีจะมีถนนลาดยางอย่างดีตัดผ่าน การเดินทางสะดวกสบาย 15 นาทีก็ถึงแม่สายแล้ว แต่เดิมหมู่บ้านชาวเขานี้อยู่บนเขาติดชายแดนพม่าเป็นเส้นทางขนยาเสพติด ชาวบ้านปลูกฝิ่น ทำไร่ ไม่มีบัตรประชาชน อยู่อย่างหวดกลัวอันตรายจากการสู้รบระหว่างทหารพม่าและนักรบชนเผ่า ความทราบถึงในหลวง ร.๙ พระองค์เสด็จมาถึงที่ดอยผาหมีนี้ โดยการนั่งเฮลิคอปเตอร์มาจอดแล้วทรงม้าไปบนเขา นั่นคือรูปพระองค์ทรงม้าที่เคยเห็นๆกันนั่นเอง พระองค์เสด็จมาที่บ้านหมาหมี 3 ครั้งในปีพศ. 2514, 2516, 2517 ทรงโปรดให้ย้ายหมู่บ้านจากชายแดนมาอยู่ตรงที่ปัจจุบันนี้ ทั้งให้มีการตัดถนนเพื่อเดินทางไปในเมืองได้สะดวก ทั้งพระราชทานพันธุ์กาแฟให้ชาวบ้านปลูกแทนการปลูกฝิ่น และพระองค์ยังมอบเหรียญห้อยคอให้ชาวบ้านแทนบัตรประชาชน เพื่อที่ชาวบ้านจะได้ลงจากเขาเข้าเมืองไปค้าขายได้โดยไม่ถือเป็นคนเถื่อน จุดที่เป็นเส้นทางเสด็จคือจุดที่พระองค์ลงจาก ฮ.แล้วทรงม้านั่นเอง อยากรู้เรื่องราวและดูรูปต่างๆ ให้ไปที่ร้าน ภูฟ้าซาเจ๊ะ ที่พักและร้านอาหารของพ่อหลวงซาเจ๊ะ อดีตผู้ใหญ่บ้านผาหมี ที่เคยรับเสด็จในหลวงครั้งเสด็จมาบ้านผาหมี บ้านของพ่อหลวงเคยเป็นจุดพักของในหลวงแวะพักจิบชาที่ชงถวายด้วย

ถนนทางลงจากหมู่บ้านเข้าเมืองที่พระองค์โปรดให้ทหารช่างเข้ามาตัดทางจากเขาลงมา เดี๋ยวนี้ไลน์แมนวิ่งขึ้นลงส่งของแล้ว

5. เมืองแห่งกาแฟ || เมืองเชียงราย

จังหวัดเชียงรายแหล่งปลูกกาแฟชั้นดีส่งขายทั่วประเทศ และส่งออกไปต่างประเทศด้วย ร้านกาแฟดีๆมีทั่วตัวเมืองเชียงราย แค่ไปเที่ยว 4-5 วัน ไม่สามารถแวะชิมได้มากพอ มาแนะนำแค่ที่เคยไปชิม

กาแฟรถเหลือง ร้านอาหารเช้าเก่าแก่ของเชียงราย จอดอยู่ริมถนนตรงหอนาฬืกา เปิดแต่เช้ามืด สายๆก็ปิด เก็บร้าน ใครไปเที่ยวเชียงรายอย่าพลาดสั่งปาท่องโก๋มาจิ้มกาแฟกินยามเช้า มองหอนาฬิกาที่ออกแบบวิจิตตระการตา

ร้านกาแฟไม่ธรรมดา เพราะบริการด้วยคนพิเศษ (นักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา) อยู่ใกล้ๆวัดร่องขุ่น ขอเชิญชวนให้ไปอุดหนุนน้อง เป็นรายได้สนับสนุนน้องๆ

ตรงข้ามวัดร่องขุ่น มีร้านกาแฟเปิดใหม่ (พฤศจิกายน 2564) ชื่อร้านโดดเด่นว่า 12 21 Specialty Coffee ก็เลยขอแวะชิม ไม่ผิดหวังจริงๆ บาริสต้าระดับแชมป์ จากกรุงเทพฯมาเปิดร้านที่เชียงรายนี่เอง ใช้เมล็ดกาแฟปางขอน และมีเมล็ดนอกให้เลือก

Dowall Coffee & Gallery ร้านกาแฟที่จิบกาแฟไปด้วยชมแกลเลอรี่ไปด้วย เพราะร้านตกแต่งไปด้วยรูปภาพเต็มทั้งผนัง ด้านหลังมีสนามหญ้าสวยๆกับบ่อน้ำ มีห้องพักที่พวกเราพัก 1 คืน เสียดายที่ไม่ได้ชิมกาแฟเลย เพราะไปตระเวณชิมกาแฟจากร้านอื่นๆมาจนคาเฟอีนล้นแล้ว มีโอกาสครั้งหน้าจะแวะไปชิม ที่พักดีมาก สะอาด สวยงาม

ร้านชีวิตธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา ร้านสวยริมแม่น้ำกก ที่เคยมาชิมอาหารแล้วอร่อยดี คราวนี้มาชิมกาแฟกับเค้ก ก็ดีไม่แพ้อาหาร

#ดอยช้าง #ปางขอน #ดอยตุง #ผาฮี้ #ผาหมี

สตรีทอาร์ตเชียงราย

🤙 สตรีทอาร์ทเชียงราย 🤙

มาตัวเมืองเชียงราย ใครๆเขาไปวัดสีขาว วัดสีฟ้า เรากลับพุ่งตรงมาบขส.เชียงราย ไม่ใช่จะต่อรถไปไหนหรอก แต่จะมาดูสตรีทอาร์ทเชียงราย ใช่แล้ว! ที่สถานีขนส่งเชียงราย

จุดที่ 1️⃣ สตรีทอาร์ท บขส.เชียงราย

สมกับเป็นเมืองแห่งศิลปะ สถานีขนส่งเชียงรายถูกวาดภาพตามผนังสวยงาม สื่อความเป็นเชียงราย ไม่ใช่แค่ 1 ผนัง 2 ผนัง แต่ทั่วทั้งสถานีไปเลย แทบจะทุกผนังทุกเสา นอกจากภาพฝาผนังแล้วที่นี่ยังเป็น Tourist information center ด้วย แล้วก็ยังมีห้องแสดงภาพวาด ภาพถ่ายประกวด เหมือนแกลเลอรี่เล็กๆ เข้าไปชมได้ฟรี เวลาต้องรอรอบรถก็ไม่เบื่ออีกต่อไป

📌 สถานีขนส่งจังหวัดเชียงรายแห่งที่ 1 (ท่ารถเก่า) ถ.ประสพสุข ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย
GPS : 19.90355995932971, 99.83357864513249

จุดที่ 2️⃣ สตรีทอาร์ทดอยแม่สลอง

ออกจากตัวเมืองเชียงรายไปราวๆ 70 กม. ขับรถชั่วโมงกว่าๆ เลี้ยวซ้ายจากถนนใหญ่ขึ้นเขาไปที่ดอยแม่สลอง ที่ๆชุมชนชาวจีนยูนนานแห่งกองพล 93 ถอยร่นจากประเทศจีนมาลงหลักปักฐานนานกว่า 40 กว่าปีมาแล้ว ก่อตั้งเป็นหมู่บ้านสันติคีรี มีอาชีพปลูกไร่ชากับผลไม้เมืองหนาว นักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวชมวิวหุบเขาสวยๆ เดินเที่ยวในหมู่บ้าน ทานอาหารจีนยูนนาน ซื้อชา ซื้อผลไม้ แถมมีสตรีทอาร์ทเก๋ๆ แอบอยู่ ตามรั้ว ตามผนัง หลายจุด น่ารักไม่น้อย

📌 หมู่บ้านสันติคีรี ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
GPS : 20.16420981339856, 99.62416961137771

จุดที่ 3️⃣ สตรีอาร์ทแม่สาย

ลงจากดอยแม่สลอง ขับรถต่อไปจนสุดแดนสยามที่ อ.แม่สาย ที่นี่มีสตรีทอาร์ทแอบๆอยู่ 1 แผง ในซอบเทศบาล 8 (ซอยน้ำบ่อหลวง) มีรูปพี่ตูนขับรถตุ๊กตุ๊กให้พี่กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่นั่ง (เพราะตอนนั้นพี่ตูนกำลังดังจากการวิ่งระดมทุนจากเหนือจรดใต้) แล้วก็รูปอื่นๆเกี่ยวกับแม่สายเต็มแผงตึก แถมด้วยสตรีทอาร์ทเก๋ๆตามรั้วบ้านต่อเข้าไปในซอยอีก รูปแผงหลักตอนนี้สีซีดไม่สดใสสวยงามแล้ว แต่ถ้าผ่านไปก็แวะไปชมได้นะ

📌 สตรีทอาร์ทแม่สาย ซอบเทศบาล 8 (ซอยน้ำบ่อหลวง) อ.แม่สาย จ.เชียงราย
GPS : 20.439240097485847, 99.88296464688437

มีมาฝากแค่ 3 จุด เอาไว้ได้ไปเจอที่อื่นๆในเชียงรายอีกจะมาอัพเดตให้นะ

เที่ยวเชียงรายหน้าฝน | เที่ยวไปกินไป

เที่ยวเชียงรายหน้าฝน | ตุลาคม 2563

ฉบับเที่ยวไปกินไปจิบกาแฟไป ✌️

ช่วงต้นเดือนตุลา ยังไม่ปลายฝน และยังไม่ต้นหนาว แต่เราเริ่มเที่ยวแล้ว ปกติทริปเที่ยวไทยของเราจะเริ่มช่วงปลายตุลาคม ขอให้ฝนซาๆก่อน แต่ปีนี้เริ่มเที่ยวเร็วหน่อย เพราะอยากตามล่าหาทะเลหมอกสวยๆ เลือกเสี่ยงดวงที่ภูชี้ฟ้า แถมด้วย ภูชี้ดาว ชี้เดือน ที่เพิ่งเปิดใหม่ 2-3 ปีมานี้ เพราะทะเลหมอกจะเยอะมันต้องมีฝน คือฝนตกก่อนแล้ววันรุ่งขึ้นหมอกจะมา ซึ่งการตามล่าของเราประสบความสำเร็จงดงามแม้จะพลาดเป้าจากภูชี้ฟ้าไปงดงามอีกวันที่ภูชี้ดาว ภูชี้เดือน อ่านเรื่องเล่าคราวตามหาทะเลหมอกได้ที่ [ เที่ยวเชียงรายหน้าฝน | ทางหลวง 1093 ]

เอาแผนที่จาก ททท. ไปดู ถ้าไม่ไปเขาไปดอย อยู่เที่ยวในเมืองหรือใกล้ๆเมืองก็เน้นวัดจ้ะ

จัดทริปแบบ 4 วันเกือบเต็ม วันแรกออกบินตอนสายๆ เที่ยวแบบสบายๆ ไม่ต้องงกชั่วโมงเที่ยว นั่งโลวคอสรูปสิงโต ถึงสนามบินแม่ฟ้าหลวงจังหวัดเชียงรายตอนเที่ยงกว่า รับรถเช่าแล้วออกจากสนามบินเข้าเมืองไปกินข้าวซอยร้านประจำคือ ข้าวซอยไก่พอใจ อิ่มแล้วแวะจิบกาแฟดีศรีเชียงรายที่เพื่อนแนะนำมา ที่ร้าน 22 Grams แล้วไปเช็คอินที่พัก บ้านลมหนาว ที่วันนี้ไม่หนาวแต่ร้อนระอุๆ เลือกที่นี่เพราะดูสงบดีและอยู่ในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน จากนั้นก็บึ่งรถไปเยี่ยมเยือน วัดร่องขุ่น กันหน่อยไม่ได้มา 10 กว่าปีแล้ว เดินเที่ยวชมจนหมดเวลาก็ออกไปเยี่ยม สิงห์เบียร์ เอ๊ยยย สิงห์ปาร์ค อันนี้ไม่เคยมา ต้องมาไม่ให้ตกยุค ความจริงถ้าไม่ไปวัดร่องขุ่นตรงมาที่นี่เลยก็น่าจะได้นั่งรถของสิงห์ปาร์คพาทัวร์ไร่ แต่เรามาตอนเกือบๆห้าโมงเย็น รถเลิกวิ่งไปแล้ว ก็ขับรถส่วนตัวเข้าไปได้แค่ส่วนไร่ชาและร้านอาหาร มีให้เลือก อาหารไทย อาหารฝรั่ง เราเลือกร้านอาหารไทย ภูภิรมย์ ก็เลี้ยวขวามาทางไร่ชา ชมไร่ชาก่อนแล้วไปกินข้าวเย็น ใช้ e-coupon ของเราเที่ยวด้วยกัน เอามาจ่ายค่าอาหารได้

วันที่ 2 ตั้งใจจะออกไปทานอาหารเช้าในเมือง หาข้อมูลมา มีทั้ง กาแฟรถเหลือง, โอราอาหารเหนือ, สหรสต้มเลือดหมู สรุปสุดท้ายที่พักบอกว่ามีโจ๊กให้ เลยนั่งกินโจ๊กนี่แหละ จิบชากาแฟ ขนมปังปิ้ง กินกล้วย อิ่มสบายใจ ก็เช็คเอาท์เลย เริ่มต้นด้วยไปที่เที่ยวไกลก่อน ไกลก็แค่ 8 กม.จากกลางเมืองไป วัดห้วยปลากั้ง อยากไปให้เห็น แต่อยู่ไม่นานเพราะไม่ถูกจริตนัก แล้วขับต่อไปที่ วัดร่องเสือเต้น นี่ก็อยากมาให้เห็นกับตา เพราะแปลกที่ทำธีมสีฟ้าจัดจ้านเหลือเกิน หน้าฝนแต่ร้อนเหมือนซ้อมตกนรก ไม่แน่ใจว่าร้อนเพราะแดดหรือร้อนเพราะเข้าวัด ต้องเดินออกมานั่งกินไอติมกะทิอัญชันหน้าวัด ช่วยพี่เขาคิดว่าทำยังไงร้านจะดัง ก็จะช่วยพี่เขาโปรโมทแล้วกันนะ ตามแผนมันควรจะใกล้เที่ยง จะได้กินข้าวเที่ยงที่ร้านชีวิตธรรมดา ซึ่งห่างจากวัดร่องเสือเต้นนิดเดียว แต่ดันไม่หิวและเพิ่งจะ 11 โมง เลยเปลี่ยนแผนไปเที่ยว พิพิธภัณฑ์บ้านดำ ก่อน เข้าไปเดินเที่ยวเล่นจนเที่ยงครึ่ง เริ่มหิวก็ขับรถกลับมาที่ร้านชีวิตธรรมดา ตามแผน อาหารอร่อย บริการดี ระบบจัดการก็ดี อาหารรอไม่นานแม้คนจะเยอะ จากนั้นก็มุ่งหน้าออกจากเมืองไปภูชี้ฟ้า คืนนี้นอนที่ แคมป์ภูชี้ฟ้า ห่างจากทางขึ้นภู 3 กม. ค่อยขึ้นภูตอนเช้า ระหว่างทางแวะพักจิบกาแฟที่ร้าน ควายชมพูคอฟฟี่ จิบกาแฟแลควายสักหน่อย แต่กาแฟไม่โดนใจ ขับต่อไปอีก 30 กม. แวะอีกร้านที่ เมาเขาคอฟฟี่ ร้านนี้ชอบสุด กาแฟก็ดี บรรยากาศก็สุดยอด จิบกาแฟแลทุ่งนา หายเมาเขากันเลย ถึงที่พัก แคมป์ภูชี้ฟ้า บ่ายแก่ๆกำลังดี มีหมูกระทะมาเสิร์ฟถึงหน้าเต็นท์ กินไปชมแสงอาทิตย์ยามเย็นไป ยิ่งดึกยิ่งหนาว แต่ก็แค่ระดับเสื้อหนาวบางๆ 1 ตัวอยู่ ในเต็นท์ก็แสนอุ่น หลับสบาย เตรียมตื่นตีสี่ครึ่งมาขึ้นไปภูชี้ฟ้าตอนตีฟ้า

วันที่ 3 รถรับจากที่พักตอนตีห้ากว่า ความจริงขับรถไปเองก็ได้ แต่ขี้เกียจ ที่พักถามว่าจะขึ้นรถคิวไหมคนละ 60 บาทไปกลับ ก็เลยไปรถคิวสบายดี จากที่พักนั่งรวมๆกันมาประมาณ 12 คน รถไปส่งที่ลานจอดตรงทางเดินขึ้น เดินขึ้นไปราว 20 นาทีก็ถึง ยอดภูชี้ฟ้า ขึ้นไปถึงเป็นคนแรกของวันกันเลย เพราะคนขับเป็นคนไปเปิดไม้กั้นทางขึ้นด้วยซ้ำ คนขับว่าเรามาเป็นคันแรก วันนี้ฟ้าไม่ค่อยดี หมอกมีแต่ขาวฟุ้งบังวิวหมด ได้ถ่ายรูปไม่มากก็กลับที่พัก ทานอาหารเช้ากับบรรยากาศยามเช้ามีสายหมอกไหลในหุบเขา กำลังจิบกาแฟอุ่นๆกับอากาศเย็นๆอย่างเพลิดเพลินฝนก็ตก หนักสลับเบา เอวังการเที่ยววันนี้ กลับไปนอนเล่นในเต๊นท์สักพักฝนหยุด ก็อาบน้ำแต่งตัวเช็คเอ้าท์ ย้ายที่พักไปนอนแถวหมู่บ้านร่มโพธิ์เงิน ทางขึ้นภูชี้ดาวเลย ขับรถไปแค่ 13 กม. ก็ถึง พบหมอกรีสอร์ท ไปรับกุญแจ แล้วก็ขับรถไปต่อที่ ดอยผาตั้ง เข้าไปดูวัดดอยผาตั้ง ก่อน แต่เงียบสงบเพราะเป็นสำนักปฏิบัติธรรม ไหว้พระแล้วก็ออกมา ว่าจะไปเดินเที่ยวจุดชมวิว แต่รู้สึกไม่คุ้มจะเดินเพราะฟ้ายังปิด ขาวโพลนไปทั้งหุบเขา ไม่น่าจะสวยงามคุ้มค่าเดิน เลยไปกินขาหมูผาตั้งก่อนเลย ไปที่ ร้านขาหมูผาสุก ร้านเก่าแก่ของผาตั้ง ระหว่างเอาหมั่นโถวจิ้มน้ำขาหมู ฝนก็ตกโครมใหญ่ ใหญ่มากๆ กินอิ่มฝนซา เหลือแค่ปรอยๆ เลยไปนั่งร้านกาแฟตรงทางขึ้นจุดชมวิวดอยผาตั้งต่ออีกหน่อย ร้านบ้านกาแฟ นั่งจิบกาแฟดูฝนปรอยๆสักพัก ฝนหยุดดังใจหวัง ฟ้าเปิดหน่อยๆ ตัดสินใจไปเดินเที่ยวล่ะ สุดท้ายฟ้าก็เปิดสมการรอคอย แม้จะเปิดประมาณ 70% แต่ก็ถือว่าดีมากแล้วสำหรับฤดูนี้ เดินเที่ยวไปถึงเนิน 102 ว่าจะไปให้สุดที่เนิน 103 แต่เห็นเมฆเริ่มตั้งเค้า เลยว่ากลับดีกว่า และฝนลงโครมใหญ่ ตอนเกือบถึงรถ

วันที่ 4 เดินจากที่พักมา 20 ก้าว เพื่อรอรถกระบะขึ้น ภูชี้ดาว ตีห้ากว่าๆมีรถวิ่งมาที่ปากทาง รอคนมาร่วมหารค่ารถอยู่สักพักคาดว่าไม่น่าจะมี เพราะเป็นเช้าวันอังคาร ก็เลยตกลงเหมารถไปกลับ 500 บาท เหมือนภูชี้ฟ้าที่รถไปส่งแล้วเดินขึ้นยอดเขาอีก แต่ที่นี่เดินไม่ไกลแต่ชันกว่า เดินไป 15 นาที ขึ้นถึงสันเขา เหมือนเคยที่เราขึ้นมาถึงคนแรกของวัน นึกว่าจะอยู่กันแค่ 2 คนแล้ว อีกสักพักมีน้องผู้ชายตามขึ้นมา 2 คน ซึ่งคนหนึ่งเราเจอกันตั้งแต่ภูชี้ฟ้าแล้ว มาเจอกันที่ดอยผาตั้งด้วย ทักทายกันตามประสานักท่องเที่ยว คุยไปคุยมา เลยชวนกันเหมารถไปขึ้นภูชี้เดือนต่อ ลงจากภูชี้ดาวก็เลยไปต่อ ภูชี้เดือน กัน 4 คน 500 บาทเท่าเดิม แต่คราวนี้หาร 4 เลยเหลือคนละ 125 บาท และทั้งภูชี้เดือนมีพวกเราแค่ 4 คนจนกลับลงมา รายละเอียดเที่ยวภูไปอ่านได้ที่รีวิวอันก่อน >> [ เที่ยวเชียงรายหน้าฝน | ทางหลวง 1093 ]

อิ่มเอมกับทะเลหมอกที่ภูชี้ดาว ภูชี้เดือนแล้ว กลับที่พักอาบน้ำแต่งตัวเตรียมกลับเข้าเมือง ตั้งใจจะแวะไร่รื่นรมย์เพื่อทานข้าวกลางวัน แล้วชมไร่นิดหน่อย ระหว่างทางผ่าน เมาเขาคอฟฟี่ ขอแวะอีกรอบ บอกแล้วว่าชอบมาก แวะพักจิบกาแฟชมทุ่งนาเป็นการร่ำลาภูเขาและสายลม เกือบบ่ายโมงก็มาถึง ไร่รื่นรมย์ ร้านสวยบรรยากาศดี อาหารอร่อย แต่อาหารช้ามาก ใครมีแผนเที่ยวแน่นๆก็ต้องเผื่อเวลาที่นี่เยอะหน่อย อิ่มแล้วขับรถวนเที่ยวชมในไร่นิดหน่อย เดินไม่ไหวร้อนมาก แดดจัดสุดๆ จากนี้เข้าเมือง แผนเดิมคือไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์บ้านดำ แต่ดันไปเที่ยววันแรกแล้ว เลยเคว้งคว้างมากไปไหนดี มีเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนไปสนามบินตอน 5 โมงเย็นกว่าๆ เพื่อกลับเครื่องหางแดงเที่ยว 19:00 ว่าจะไปเก็บตกสิงห์ปาร์คนั่งรถชมฟาร์มก็น่าจะดี ไช้เวลาประมาณชม.กว่าในการนั่ง แต่คุณสามีไม่เอาบอกว่าไป น้ำตกขุนกรณ์ ดีกว่า เอา! ไปก็ไป แต่กว่าจะไปถึงก็สี่โมงเย็น น้ำตกปิดสี่โมงครึ่ง แถมตัวน้ำตกต้องเดินเข้าไป 1.4 กม. แม้ว่าป้าแม่บ้านที่สำนักงานจะบอกว่าน้ำตกสวยมากเลยช่วงนี้ แต่คงไม่สามารถบินเข้าไปทัน ได้แต่เดินเล่นเข้าไปประมาณครึ่งทางให้แมลงกัดแข้งกัดขาเป็นที่ระลึกก็กลับออกมา ไปถึงสนามบินเวลากำลังดี กลับบ้านได้จ้า

เป็นแผนเที่ยวที่งงๆนิดหน่อย จะไปตามก็ได้นะ 555 อย่าลืมเคลมค่าตั๋วเครื่องบินด้วยนะใครใช้โครงการเราเที่ยวด้วยกัน 😊

วัดร่องขุ่น

เปิดทุกวัน 6.30 – 16.30 น.

หลังจากไม่ได้มานานร่วม 10 ปี วัดร่องขุ่นของอจ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ก็ยังสร้างไม่เสร็จ มาคราวนี้ขยายต่อไปด้านหลังอีกหลายอาคารเลย สวยงามตามท้องเรื่อง ส่วนพระอุโบสถด้านหน้าก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว มาครั้งก่อนมือเปรตในบ่อด้านหน้ายังไม่เรียบร้อยดี และยังไม่มีบ่อน้ำ คราวนี้มีบ่อน้ำที่น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา ภายในอุโบสถไม่ให้ถ่ายภาพ แต่เดินดูแล้วมันไม่เหมือนเดิม รูปเปลี่ยนไป แต่ยังคงเป็นภาพฝาผนังร่วมสมัย แบบว่าอีก 200 ปีข้างหน้าใครมาดูก็รู้ว่ายุคเรานี่มี ไมเคิล แจ็คสัน มีแบรด พิตต์ มีเหตุการ์สะเทือนขวัญ 911 ซึ่งเราว่าดีมากเลย เหมือนเราดูภาพโบราณ ก็จะสะท้อนชีวิตว่าสมัยนั้นมีอะไร คนทำอะไร กินอยู่ยังไง

ส่วนที่น่าสนใจเพิ่มมาอีกคือ ตอนออกจากเขตพื้นที่วัดแล้ว มีห้องแสดงภาพของอจ.เฉลิมชัย ที่อจ.ยืนเชื้อเชิญทุกท่านเข้าชม เข้าฟรี แอร์เย็น ภาพสวย อย่าพลาดจุดนี้ เข้าไปชมว่าอัจฉริยะทางด้านศิลปะเขามีผลงานอะไรบ้าง สวยมาก ให้ 5 ดาวเทียบเท่าไก่ย่างเลย

เข้าชมฟรี ผลงานศิลปะของ อจ.เฉลิมชัย ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

สิงห์ปาร์ค

เปิดทุกวัน 9:00 – 6:00 / รถฟาร์มทัวร์เที่ยวสุดท้าย 16:30 / ร้านอาหาร 11:00 – 22:00

ที่นี่ควรมาเที่ยวช่วงเช้าๆหรือไม่ก็บ่ายๆหรือเย็นๆไปเลย เพราะร้อนเหลือเหงื่อไหลมาก ถ้าอยากถ่ายรูปสิงห์บนเนินหญ้าเขียวสวยๆไร้ผู้คนให้มาเช้าๆ และควรเป็นวันธรรมดา เพราะช่วงเย็นวันไหนๆก็จะมีครอบครัวพาเด็กๆมาวิ่งเล่นปีนป่ายเจ้าสิงห์ทองตัวนี้ ถ้าอยากเข้าชมไร่ ต้องมาก่อน 16:30 ไปซื้อบัตรนั่งรถเข้าชม เขาว่าใช้เวลาประมาณ 1 – 1.5 ชม. มีแวะให้ลงให้อาหารสัตว์ ให้ดูโน่นดูนี่ด้วย ค่าบัตรเอาไปทำบุญ รายละเอียดต่างๆไปดูที่เวป https://www.singhapark.com/

เรามาช่วงเย็นๆ ขับรถผ่านเจ้าสิงห์สีทองเข้าไปตามทางถึงสี่แยก ถ้าเลี้ยวซ้ายจะไป ร้านบาร์นเฮ้าส์ พิซซาเรีย / ร้าน Airplane Food Truck เราเลี้ยวขวาไปตรงร้านชา ตัวร้านอยู่บนเนินเขา มองเห็นไร่ชาสวยงาม ใครชอบดื่มชาก็เข้าไปนั่งจิบชาพร้อมชมไร่ชาได้แบบสบายๆ เลยร้านชาไปอีกหน่อยเป็นร้านอาหาร ภูภิรมย์

วัดห้วยปลากั้ง

เปิดทุกวัน 07.00 – 21.30 น.

วัดใหญ่ใกล้ตัวเมือง ตามประวัติบอกว่าเดิมเป็นสำนักสงฆ์ แล้วหลวงพ่อพบโชคมาปฏิบัติธรรมแล้วฝันถึงเจดีย์ขนาดใหญ่ ก็เลยเริ่มสร้างศาสนสถานขึ้นมาตามภาพฝัน จนได้รับการประกาศให้เป็นวัด มีพระอธิการพบโชค ติสฺสวํโส เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก เอกลักษณ์คือจะเห็นเจ้าแม่กวนอิมสีขาวองค์ใหญ่ได้แต่ไกลเลย ตัววัดสร้างอยู่บนเขา มีพื้นที่กว้างขวางมาก จุดเด่นมี 3 จุด คือ

1. เจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีความสูงประมาณ 79 เมตร สร้างอยู่บนเนินเขา จะเดินขึ้นบันได 109 ขั้นไปก็ได้ ถ้าเดินไม่ไหวก็มีรถคิตตี้ (เราตั้งเอง เป็นรถรับส่งพาขึ้นไปด้านบน แต่เป็นรูปคิตตี้ทุกคันเลย ไม่เข้าใจจริงๆ) ขึ้นไปถึงด้านบนแล้ว ยังขึ้นลิฟต์ต่อไปชั้น 25 ได้ ค่าลิฟต์คนละ 20 บาท มีเจ้าหน้าที่ใส่ชุดเหมือนพนักงานร้านอาหารจีนคอยนำท่านไปขึ้นลิฟต์ ยืนโค้งนำส่ง “ขอเชิญขึ้นไปชมทัศนียภาพด้านบนนะคะ” ขึ้นไปชั้นบน ก็มีการตกแต่งรูปปูนปั้นสวยงามตามแบบจีนมองออกไปชมทิวทัศน์ได้กว้างไกล เดินขึ้นบันไดต่อไปชั้น 26 ได้อีก

2. พระอุโบสถสีขาว ที่ตกแต่งลวยลายสวยงาม ด้านในประดิษฐานพระพุทธรูป สีขาวองค์ใหญ่ ให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้ (ช่วงหลังนี้เข้าใจว่าวัดในเชียงรายได้แรงบันดาลใจจากวัดร่องขุ่นกันหมดเลย)

3. พบโชคธรรมเจดีย์ มีความสูง 9 ชั้น เป็นเจดีย์ทรง 12 เหลี่ยม แต่ละชั้นมุงหลังคาสีแดง ลดหลั่นกันขึ้นไป เป็นศิลปะแบบจีนผสมกับแบบล้านนา ด้านในมีเจ้าแม่กวนกิมแกะสลักด้วยไม้ และเจ้าแม่กวนอิมปางต่างๆ และพระพุทธรูปปางต่างๆ ในแต่ละชั้น ขึ้นลิฟต์ไปด้านบนได้เหมือนกัน จะได้มุมมองเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่กับหุบเขากว้างไกล น่าจะสวย แต่ไม่ได้ขึ้น

ถ้ามาเที่ยวดูความสวยงามของสิ่งก่อสร้างก็ถือว่าสวยงามดี บางคนมาถ่ายรูปช่วงกลางคืนเพราะมีเปิดไฟสวยงาม บริเวณวัดเปิดให้เข้าได้ถึง 3 ทุ่มครึ่ง แต่ถ้าคิดว่ามาวัด ก็จะงงๆกับความเป็นวัดหน่อย เพราะเหมือนวัดจีนมากกว่าวัดไทย มีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมเต็มไปหมด มีมังกรเต็มไปหมด ทั้งที่ผู้ริเริ่มก่อสร้างก็เป็นพระไทยนี่แหละ เท่าที่อ่านประวัติ หลวงพ่อเป็นที่เคารพของคนมากมายเลยมีเงินมาทำบุญร่วมสร้างวัดอย่างมหาศาล แต่เราไม่เคยรู้จักชื่อเสียงของท่านมาก่อน ก็ขอเยี่ยมชมแค่นิดหน่อย

จีนขนาดไหน มีลอกเลียนแบบ กำแพงเมืองไทย

วัดร่องเสือเต้น

เปิดทุกวัน 07.00 – 20.00 น.

เดิมเป็นวัดร้างเก่าแก่ว่า 100 ปี อยู่ใกล้แม่น้ำกก เรื่องเล่าว่าสมัยก่อนยังเป็นป่า มีสัตว์ป่าอยู่เยอะ รวมทั้งเสือที่กระโดดข้ามร่องน้ำไปมา เลยกลายเป็นชื่อเรียกแถบนี้ว่า ร่องเสือเต้น ก็กลายเป็นชื่อหมู่บ้าน และกลายมาเป็นชื่อวัด

วัดร่องเสือเต้นได้รับการบูรณะปรับปรุงจนสวยงาม ด้วยฝีมือการออกแบบของ สล่านก หรือ นายพุทธา กาบแก้ว ศิลปินพื้นบ้านชาวเชียงราย เป็นศิษย์ของอจ.เฉลิมชัยด้วย เคยได้ไปช่วยงานที่วัดร่องขุ่น ซึ่งน่าจะเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบวัดร่องเสือเต้นให้สวยงามแบบวัดร่องขุ่น

โทนสีที่ใช้เป็นโทนสีน้ำเงินฟ้าตัดกับสีทองเพื่อสร้างความโดดเด่นให้กับวิหาร โดยสีน้ำเงินฟ้าของตัววิหารนั้นแสดงถึงธรรมะขององค์สมเด็จพระพุทธเจ้าที่ขจรขจายไปทั่วโลก ซึ่งเป็นหลักคำสอนที่เป็นความจริงตามหลักเหตุและผล เปรียบเสมือนดังท้องฟ้าที่สดใส เป็นศิลปะแนวพุทธศิลป์ร่วมสมัยที่แฝงด้วยธรรมของพุทธองค์ – ที่มา MuseumThailand.com

วัดนี้สวย ด้านในวิหารก็สวย เดินดูรายละเอียดรอบๆวิหาร ออกไปด้านนอก จนถึงรั้ววัด สวยทุกที่ นอกจากสล่านกจะได้รับอิทธิพลศิลปะแนวพุทธศิลป์มาจากอาจารย์เฉลิมชัยแล้ว ยังได้รับอิทธิพลจากศิลปะของอาจารย์ ถวัลย์ ดัชนี มาออกแบบพญานาคหน้าวิหาร เน้นลักษณะโครงสร้างที่เข้มแข็ง เขี้ยวเล็บแหลมคมดูน่าเกรงขาม

พิพิธภัณฑ์บ้านดำ

เปิดทุกวัน 09.00 – 17.00 น.

พื้นที่ร่วม 100 ไร่ที่เคยเป็นที่อยู่ ที่เก็บสะสม และที่สร้างศิลปะของ อจ.ถวัลย์ ดัชนี จนถึงวาระสุดท้าย ปัจจุบันกลายเป็นพิพิธภัณฑ์รวบรวมผลงานอันมีค่าให้คนทั่วไปได้เข้าชม

อจ.ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) เมื่อปี พ.ศ. 2544 ท่านเริ่มต้นเรียนศิลปะที่โรงเรียนเพาะช่าง และจบที่คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร อจ.ถวัลย์ ดัชนี เสียชีวิตด้วยโรคตับอักเสบ ในวันนี่ 3 กันยายน พ.ศ. 2557 

อจ.ถวัลย์สมัยเรียนศิลปากร เท่ห์สุดๆ

ตลอดอายุท่านได้สร้างผลงานไว้มากมาย เป็นศิลปะในแนวปรัชญาพุทธศิลป์ และเป็นศิลปะไทยร่วมสมัย ภาพที่ท่านวาดทรงพลังแต่ก็ยังดูอ่อนช้อย ว่ากันว่าภาพวาดของท่านเป็นที่ต้องการของนักสะสมทั่วโลก นอกจากภาพวาดแล้วในพื้นที่กว่า 100 ไร่ อจ.ถวัลย์ได้ออกแบบบ้านไว้ 36 หลัง มีลักษณะแบบบ้านล้านนา มีกาแล สร้างด้วยฝีมือช่างไม้พื้นถิ่น ทุกหลังทาสีดำ ก็เลยได้ชื่อว่า บ้านดำ ง่ายๆตรงตัว ภายในบ้านเก็บของสะสมของอจ.ถวัลย์ที่ส่วนมากเป็น หนังสัตว์ เขาสัตว์ ไม้แกะสลัก เครื่องเงิน มีจำนวนมากมาย ที่เราว่ามันประเมินค่าไม่ได้

มาเที่ยวเชียงราย ศิลปะต่างๆมักจะเป็นสีขาว อย่างวัดร่องขุน วัดห้วยปลากั้ง หรือไม่ก็สีทอง มีที่บ้านดำนี้แหละที่แตกต่าง เดินกลับออกมาที่บริเวณลานจอดรถ จะมีส่วนแสดงผลงานภาพวาดของอจ.ถวัลย์ ตอนเราไปไม่ได้เปิดให้เข้าชม แต่ห้องแสดงเป็นกระจกทั้งหมด เดินดูได้จากด้านนอกเลย สังเกตได้ว่าผลงานของอจ.จะเป็นรูปใหญ่ๆ ที่ดูใกล้ๆจะไม่รู้เรื่อง ต้องเดินออกมาห่างๆ โทนสีที่ใช้มีแค่ ดำ ขาว และสีแดง หลายรูปว่ากันว่า อจ.ตวัดปลายพู่กันแค่ 10 – 20 วินาทีก็เป็นรูปแล้ว ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์บ้านดำเก็บค่าเข้าคนละ 80 บาท เพื่อนำเงินไปซ่อมแซมปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ คุ้มค่ามาก แค่ 80 บาท ได้เห็นของล้ำค่ามากมาย

เที่ยวเชียงรายคราวนี้ได้ไปแค่นี้แหละ ยังมีวัดอื่นอีกมากในตัวเมือง อย่างวัดพระแก้ว วัดมิ่งเมือง วัดพระสิงห์ ทั้งสวยงามทั้งมีความสำคัญ แต่เราเคยไปหลายครั้งแล้วเลยไม่ได้ไปอีก ถ้าใครอยากไปเที่ยวให้ครบ แค่ในตัวเมืองก็น่าจะต้องมีเวลา 2 วัน ถ้าออกนอกเมืองก็มีที่เที่ยวอีกเยอะมาก มีหลายดอย หลายภู เที่ยวครั้งเดียวไม่มีทางหมด นอกจากจะอยู่เที่ยวสัก 2 อาทิตย์

💤 ว่ากันเรื่องที่พัก 💤

ที่พักในเชียงรายมีหลายแบบหลายราคา เหมือนเมืองท่องเที่ยวทั่วไปเลือกได้จากเวปจองที่พักเลย ตามชอบและงบประมาณ เราขอแนะนำที่พักที่เราใช้บริการในครั้งนี้ เพราะเลือกไปในราคาที่คิดว่าเหมาะสมกับความต้องการ โดยดูจากรูป ไปพักจริงก็ไม่ผิดหวัง

บ้านลมหนาว อ.เมือง จ.เชียงราย

เลือกพักที่นี่อย่างแรกเลยคืออยู่ในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ดูรูปจากเวปแล้วชอบด้วย สีขาวสะอาด ตัวอาคารไม่ใหญ่ คนน่าจะไม่วุ่นวาย ราคาที่เราจองในโครงการคือ 650 บาท รวมอาหารเช้า ห้องพักสะอาด ห้องน้ำก็ดี แถมสงบ เพราะมีพักแค่ 2 ห้อง ฮา….

แคมป์ภูชี้ฟ้า ใกล้ภูชี้ฟ้า

เคยไปภูชี้ฟ้าหลายครั้งแล้ว พักมาหลายที่ มีทั้งหลักร้อยหลักพัน คราวนี้อยากแตกต่างโดยการนอนเต๊นท์กระโจมแบบหรูหราหน่อยๆดูบ้าง เคยนอนแต่เต็นท์กางเอง บอกเลยว่าดูจากรูปแล้วชอบมาก ทั้งสภาพกระโจมและบรรยากาศ ไปถึงที่พักจริงๆถือว่าตรงปก ไม่ผิดหวัง กระโจมดี ที่นอนสะอาด นอนอุ่นแม้ข้างนอกจะหนาว ห้องน้ำรวมแต่เพียงพอ เราไม่เคยต้องต่อคิวเลยตลอดเวลาที่ไปพัก ทั้งๆที่มีคนพักครบทุกกระโจม บรรยากาศดี วิวสวย อาจจะโชคดีที่ฝนไม่ลงหนักด้วย และที่พักอยู่ห่างจากแยกทางเข้าวนอุทยานภูชี้ฟ้าแค่ 3 กม. มีครัวสั่งอาหารง่ายๆได้ มีร้านค้าเล็กๆให้ซื้อเครื่องดื่ม ของกิน ขนม คือพักได้อย่างสะดวกสบาย สรุปว่าเราพึงพอใจกับราคา 1500 บาท รวมอาหารเช้า

หมูกระทะฮิตจริงๆช่วงนี้ ไปเที่ยวที่ไหนที่พักมักจะมาถามว่า รับหมูกระทะมั๊ยพี่?

พบหมอกรีสอร์ท ใกล้ภูชี้ดาว

เลือกพักที่นี่เพราะรีวิวจากเวปท่องเที่ยวเวปหนึ่งว่า อยู่ปากทางขึ้นภูชี้ดาวเลย ก็ตกลงใจจะพักที่นี่ไม่ได้สนใจอะไรมาก โทรสอบถามราคาบอกว่า 800 บาท ก็จองเลย ที่พักตั้งชื่อรีสอร์ทแต่ก็คล้ายเกสต์เฮาส์อย่างที่บอก แต่สภาพห้องพักไม่ได้แย่ สะอาดใช้ได้ ห้องน้ำก็สะอาดดี วิวดีต่างหาก ขัดใจอยู่อย่างเดียวคือไม่มีเก้าอี้สักตัว บรรยากาศที่ระเบียงสวยงามมาก ถ้ามีเก้าอี้ให้นั่งชมวิวจะดีมาก เก้าอี้พลาสติคก็ยังดีนะ ตอนจองมาไม่รู้ว่ามีอาหารเช้าให้ด้วย สรุปว่ามีข้าวต้ม ขนมปัง ชา กาแฟ เยอะแบบกินอิ่ม พักอยู่ห้องเดียว ก็แอบหลอน แต่เจ้าของก็พักอยู่ด้านล่าง มีอะไรก็ไปเรียกได้ สรุปว่า ราคา 800 รวมอาหารเช้า แพงไปนิด แต่เป็นตัวเลือกได้ถ้าใครอยากพักใกล้ภูชี้ดาวจริงๆ ตรงนี้ปากทางขึ้นเลย เดินลงมาขึ้นรถคิวตอนเช้ามืดสะดวกมาก ที่ไม่สะดวกคือไม่มีร้านกินข้าว มีร้านตามสั่งเล็กๆร้านเดียวปิดเร็วมาก ที่พักเหมือนมีครัวแต่ไม่เจอคนให้สั่งอาหาร หรือว่าเพราะเรามาวันธรรมดาและยังไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยวเลยเงียบเหงาไปหน่อย

วิวดีอย่างนี้ น่าจะมีเก้่าอี้ให้นั่งชมวิวสักหน่อยนะจ๊ะ
ทะเลหมอกหลังที่พัก ถ่ายตอนรถลงจากภู ใครไม่ขึ้นภูนอนดูที่ห้องยังได้

🍴 ว่ากันเรื่องอาหารการกิน 🍴

ไม่ได้มาเชียงรายสิบกว่าปี มีร้านใหม่ๆเปิดขึ้นเยอะแยะก็เลยเลือกไปชิมร้านใหม่ๆเป็นส่วนใหญ่ ร้านเก่าๆก็ยังอยู่ เช่น ร้านสลุงคำ ร้านอาหารเหนือรับรองแขกบ้านแขกเมืองได้ สมัยก่อนกินทุกครั้งที่มา หรือร้านโตกตอง ที่ไปกินบ่อยเหมือนกัน คราวนี้ขอเว้นแล้วไปร้านใหม่ๆบ้าง ก็ขอแนะนำร้านที่ได้ไปลองมา อร่อยทุกร้านไม่ผิดหวังเลย

ข้าวซอยไก่พอใจเปิดทุกวันเวลา 8:00 – 16:00
พิกัด: ซอยหลังโรงแรมวังคำ GPS: @19.9054613,99.8321771

ร้านนี้ไม่ใหม่ เคยมากินแล้ว และยังมากินอีกครั้งตั้งแต่ลงเครื่องมาเลย มีเวลาจะได้ทานข้าวซอยมื้อเดียว ก็เลยเลือกร้านที่แน่ใจว่าอร่อยในการเปิดทริป ร้านยังอยู่ที่เดิมแต่ปรับปรุงร้านและขยายใหญ่ขึ้นเป็น 2 คูหา แสดงว่าขายดีนะ จำไม่ได้ว่าข้าวซอยปลา ข้าวซอยกุ้ง มีมาตั้งแต่สมัยก่อนหรือเปล่า คราวนี้มีเมนูเป็นแผ่นๆให้ดูด้วย เลือกข้าวซอยไก่ซิกเนเจอร์ กับไส้อั่ว+ข้าวเหนียว ยังอร่อยเหมือนเดิม เป็นข้าวซอยรสชาตินัวๆไม่จัดจ้าน

ภูภิรมย์ ณ ไร่บุญรอดเปิดทุกวันเวลา 11:00 – 22:00
พิกัด: สิงห์ปาร์ค GPS: @19.8639811,99.7281927

สิบปีก่อนไร่บุญรอดยังไม่เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว มาเชียงรายคราวนี้เลยต้องไปเยี่ยมชมเสียหน่อย อ่านรายละเอียดมาว่ามีร้านอาหารอยู่หลายร้าน ทั้งพิซซ่า ทั้งอาหารไทย ไม่นับร้านชา ร้านกาแฟอีกนะ เรามาถึงไร่ช่วงเย็นๆ อดนั่งรถรางชมไร่ เพราะหมดไปตั้งแต่ 16:30 แล้ว มาถึงพอมีเวลาได้ชมวิวไร่ชา ถ่ายรูปเล่นแล้วเดินต่อไปที่ร้าน ภูภิรมย์

ร้านภูภิรมย์ อยู่บนเนินเขา มองเห็นไร่ชา สวยงาม แต่พระอาทิตย์ตกอีกฝั่ง อาหารที่เราว่าแปลกคือ ยอดใบชาทอดกรอบ มีแบบทอดเฉยๆกับมีน้ำยำมาให้เหมือนยำผักบุ้งทอดกรอบ เราสั่งทอดกรอบเฉยๆมาแกล้มน้ำสิงห์ อร่อยดี นอกนั้นก็อาหารเหนือทั่วๆไป อร่อยใช้ได้ มีทั้งอาหารเหนือ อาหารไทยทั่วไป อาหารฝรั่ง มาตรฐานระดับภัตตาคาร บรรยากาศดีสุดๆ มีดนตรีขับกล่อมตามโต๊ะ สนุกสนานพอสมควร เหมาะกับมาเป็นครอบครัว ไม่เหงา แต่จะมาสวีทก็พอไหว

ชีวิตธรรมดาเปิดทุกวันเวลา 8:00 – 21:00
พิกัด: ใกล้วัดร่องเสือเต้น GPS: @19.9217067,99.8428857

ร้านอาหารชื่อแปลกๆ ที่เวลาค้นหาชื่อร้านอาหารแนะนำในเชียงรายจะต้องมีชื่อร้านนี้ติดมาทุกครั้ง เรียกว่าทุกเวปก็ได้ มีแต่คำชมทั้งนั้น ก็ต้องจัดไว้ในรายการคราวนี้ด้วย ความจริงอยากไปจิบกาแฟกับเค้ก เพราะหลายคนว่าเค้กอร่อย แต่เวลาไม่เหมาะ เพราะไปช่วงมื้อกลางวัน ก็เลยขอลองเป็นอาหารจัดหนักไปเลย ตัวร้านอยู่ไม่ไกลจากวัดร่องเสือเต้น อยู่ริมแม่น้ำกก มีที่จอดรถ มีคนจัดรถคอยบอกว่าตรงไหนจอดได้ จากที่จอดรถเดินไปที่ร้านสบายๆไม่ไกล ร้านสวยมาก เป็นบ้านไม้เก่า ในบริเวณร้านเป็นบ้าน 2 หลัง พร้อมสวนร่มรื่น คนบริการก็ดี อาหารรอไม่นานทั้งที่คนเยอะเพราะจำนวนโต๊ะเยอะ ช่วงรอก็ไปเดินเล่นถ่ายรูปได้ ด้านนอกก็น่านั่งถ้าอากาศจะไม่ร้อนอย่างวันที่ไป ก็เลยเลือกนั่งในห้องแอร์ ขอหลบร้อนหน่อย สั่งอาหารจานเดียวมาทาน เป็นอาหารเหนือฟิวชั่น “ข้าวผัดหนุ่มสาวเชียงราย” กับ “ข้าวผัดลาบคั่ว” จัดจานมาสวยงาม ผักมาเป็นสวน โดยรวมอร่อยเลย แถมด้วยน้ำเปล่ามาเป็นโถ ดื่มกันให้จุใจ อันนี้ประทับใจมาก

ดูรายการอาหารได้จากที่นี่ > รายการอาหาร

ไร่รื่นรมย์เปิดทุกวันเวลา 8:00 – 17:00
พิกัด: อ.เทิง GPS: @19.656936,100.1547814

ออกมานอกตัวเมืองเชียงรายกันหน่อย ไปทางอ.เทิง สำหรับคนไปภูชี้ฟ้า จัดเป็นจุดแวะพักทานอาหารกลางวันได้ เพราะห่างจากอ.เมืองประมาณ 75 กม. ขับรถราวๆชั่วโมงครึ่ง หรือใครตั้งใจจะมาเที่ยวชมที่ไร่พร้อมทานอาหารก็ยังได้ เพราะไร่รื่นรมย์เป็นฟาร์มเกษตรออแกนิค ปลูกผักผลไม้และเลี้ยงสัตว์นำมาใช้ในไร่เองและมีขายด้วย มีการผลิตไฟฟ้าใช้เองโดยใช่โซลาร์เซลและไบโอแก๊ซ สามารถเข้าไปเยี่ยมเพื่อเรียนรู้และร่วมกิจกรรมได้ เช่น การย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติ ทำไข่เค็มออแกนิค ซึ่งต้องติดต่อมาล่วงหน้านะ หรือใครอยากมาพักก็มีเต็นท์ให้พัก เป็นเต็นท์หลังใหญ่ มีทั้งแบบห้องน้ำรวมและห้องน้ำส่วนตัว พร้อมด้วยกิจกรรมให้ทำไม่เบื่อ

ที่มาที่ไปของการทำไร่รื่นรมย์ก็น่าสนใจ กว่าจะเป็นที่รู้จักก็ผ่านอะไรมามากมาย ไปอ่านกันได้ที่เวปไซต์ของไร่รื่นรมย์เลย ร้านอาหารเป็นจุดศูนย์กลางของไร่ก็ว่าได้ เพราะใหญ่โตสวยงามเด่นเป็นสง่า เราแวะทานกลางวันตอนขากลับจากภูชี้ฟ้าเข้าเมือง อาหารใช้ผลผลิตจากในไร่เป็นหลัก ซึ่งล้วนเป็นออแกนิค มื้อนี้สั่ง สปาเก็ตตี้ ข้าวยำไร่ทุ่ง และส้มตำไทย ข้าวยำแปลกที่น้ำเป็นซ๊อสมะขาม อร่อยดี ส้มตำก็อร่อยดี สปาเก็ตตี้ธรรมดาไม่มีอะไรเด่น แต่อาหารรอค่อนข้างนาน นานเกินไปหน่อย เพราะมีแค่ 2 โต๊ะ แต่รออาหารนานครึ่งชั่วโมง ใครจะมาแวะทานอาหารควรเผื่อเวลา

ร้านผาสุข ขาหมู หมั่นโถวเปิดทุกวันเวลา 8:00 – 20:00
พิกัด: ดอยผาตั้ง GPS: @19.9300887,100.5059237

มาเที่ยวดอยผาตั้งนอกจากมีจุดชมวิวที่สวยงามแล้ว บ้านผาตั้งยังเป็นชุมชนจีนฮ่อ มีร้านอาหารจีน มีร้านกาแฟ ร้านน้ำชา อาหารขึ้นชื่อคือขาหมูหมั่นโถว ที่ต้มจนเปื่อยนุ่ม อร่อยเหาะ ร้านผาสุข ขาหมู หมั่นโถว ร้านเก่าแก่ที่ได้ยินชื่อมาตั้งแต่สิบปีก่อน ยังไม่เคยได้ลอง มาคราวนี้ได้จัดขาหมูเป็นอาหารเที่ยง มากัน 2 คน จะสั่งขาหมูทั้งขาก็กลัวกินไม่หมด เจ้าของร้านเลยแนะนำให้สั่งเป็่นคากิแทน ขาหมู 1 ขา 250 บาท ถ้าคากิขาเล็กขาละ 70 บาท สั่งขาใหญ่ขาเล็กตามสะดวก อย่าลืมสั่งหมั่นโถวที่หนานุ่มมาทานคู่กัน

☕️ ว่ากันเรื่องกาแฟ ☕️

กลายเป็นคนติดกาแฟไปเรียบร้อยหลายปีแล้ว ช่วงบ่ายๆก็จะแวะจิบกาแฟสร้างความคึกคักสักหน่อย กาแฟต้องดีเป็นอย่างแรก บรรยากาศตามมา ความจริงคือควรมีทั้ง 2 อย่างประกอบกัน

22grams Espresso Barเวลา 7:30 – 15:00 ปิดวันอาทิตย์
พิกัด: ถ.สนามบิน อ.เมืองเชียงรายGPS: @19.8986745,99.8256624

ร้านกาแฟเล็กๆกลางเมือง แต่กาแฟไม่เล็ก มีเมล็ดไทย เมล็ดนำเข้า เลือกเมล็ดกาแฟได้ สั่งร้อนเย็นได้ตามสะดวก แต่บาริสต้าจะห้ามถ้าเลือกไม่เหมาะสม 5555 บรรยากาศดี บาริสต้าใจดี กาแฟก็ดี

Khwai Chompoo Coffee
กาแฟสด ควายชมพู
เวลา 8:00 – 18:00
พิกัด: ริมทางหลวง1020 อ.เทิงGPS: @19.6142125,100.068317

ร้านกาแฟระหว่างทางไปภูชี้ฟ้าหรือไปพะเยา ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 50 กม. เป็นจุดแวะพักได้ เป็นร้านกาแฟ+อาหาร นั่งปะปนกันไป บรรยากาศเลยไม่เอื้อต่อการจิบกาแฟแลควายสักเท่าไหร่ เพราะระหว่างเรานั่งจิบกาแฟ โต๊ะข้างๆอาจสั่งกุ้งเผามาซัดกันอย่างเมามัน แต่ความจริงถ้าอยากชมควายชมพูหรือควายเผือก ก็ต้องออกไปนอกร้านเพราะคอกควายอยู่ห่างออกไป มีโต๊ะเก้าอี้ใต้ร่มไม้ให้นั่ง ร้อนระอุหน่อย แต่ก็พอไหว ที่ไม่ไหวคือกาแฟ ค่อนข้างจืด แต่ถ้าขับรถมาแล้ว 1 ชม.จะแวะสักหน่อยก็ไม่เสียหาย สั่งเครื่องดื่มเย็นอื่นๆดูอาจจะดี แถมด้วยรูปปั้นควายชมพูน่ารักๆมีให้ถ่ายรูปเล่นได้เยอะ แล้วยังมีหุ่นฟางคิงคองกับควายตามสมันนิยมด้วย รูปปั้นได้โนเสาอีกต่างหาก สรุปธีมไม่ถูกเลย

Mao Kao Coffee เมาเขาคอฟฟี่ เวลา 7:00 – 17:00
พิกัด: ริมทางหลวง1020 อ.เทิงGPS: @19.7466235,100.3017533

ร้านกาแฟระหว่างทางไปภูชี้ฟ้าหรือไปพะเยาบนถนนเส้นเดียวกัน แต่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 80 กม. ขับรถจากตัวเมืองมาไกลกว่าควายชมพูนานกว่าเกือบเท่าตัว ถ้าขับยาวๆมาแวะพักที่นี่ก็ได้ ส่วนตัวชอบที่นี่ ทั้งเครื่องดื่มและบรรยากาศ ชนะขาดไปเลย เพราะเป็นร้านกาแฟแบบไม่ใช่ร้านอาหารด้วย ถ้ามาช่วงปลูกข้าวตั้งแต่เริ่มปลูกไปถึงเก็บเกี่ยว ยิ่งสดชื่อนสบายตาสุดๆ ถ้ามาหน้าหนาวที่เขาเกี่ยวข้าวแล้วก็อาจจะดูแห้งแล้งไปหน่อย กาแฟดีใช้ได้ นั่งจิบกาแฟแลนาข้าว เพลินมาก

บ้านกาแฟเวลา 7:00 – 19:00
พิกัด: ทางขึ้นจุดชมวิวดอยผาตั้งGPS: @19.9320313,100.5089136

เทือกเขาดอยผาหม่นเป็นเทือกเขาสูงมีอากาศหนาวเย็นก็เลยเป็นแหล่งปลูกกาแฟอราบิก้าอีกแห่งของจังหวัดเชียงราย เราผ่านเห็นโรงคั่วกาแฟดอยผาหม่นแต่ไม่มีร้านกาแฟให้ชิมเลย ร้านกาแฟที่ได้ชิมต้องไปสุดทางหลวงสาย 1093 ที่บ้านผาตั้ง ร้าน บ้านกาแฟ อยู่ในถนนเส้นแยกเข้าไปจุดชมวิวผาตั้ง สร้างอยู่บนจุดที่มองเห็นวิวหุบเขาได้ น่าจะเป็นร้านที่นั่งจิบกาแฟแลเขาได้ดี แต่โชคไม่ดีวันที่เราไปมีฝนตก มีหมอกขาวฟุ้ง เรานั่งจิบกาแฟที่นี่เพื่อรอเวลาให้ฝนหยุดและฟ้าเปิด จะได้ไปเดินเที่ยวในดอยผาตั้ง กาแฟรสไม่นุ่มนวลอย่างที่หวัง แม้จะสั่งลาเต้ที่ใส่นม แต่บรรยากาศดี อากาศเย็นสบาย ถ้าฟ้าเปิดน่าจะสวยงามพอสมควร ไม่ถึงกับติดใจแต่แวะจิบกาแฟกระจายรายได้สู่ชุมชนก่อนเข้าไปเที่ยวได้

กาแฟชมดอยเวลา 7:00 – 1ึ7:00
พิกัด: ระหว่างทางจากภูชี้ดาวไปดอยผาตั้งGPS: @19.9211876,100.5018058

ระหว่างทางจากบ้านผาตั้งกลับไปที่พักบ้านร่มโพธิ์เงิน ผ่านบ้านชมดอยรีสอร์ท เห็นป้ายร้านอาหาร+กาแฟ เลยแวะขอชิมกาแฟแก้ตัวอีกสักที่ กาแฟที่นี่ใช้เมล็ดกาแฟที่ผาตั้งเหมือนกัน ก็ไม่รู้ว่าคั่วเองหรือรับมายังไง แต่กาแฟชงมาถูกปากถูกคอกว่าร้านแรก ให้เป็นทางเลือกสำหรับคอกาแฟขับผ่านทางนี้ ไม่ได้ถ่ายรูปร้านเพราะพอสั่งกาแฟปุ๊บฝนถล่มปั๊บ

ไอติมกะทิอัญชัน

พิกัด: ตรงข้ามประตูทางเข้าวัดร่องเสือเต้น

แนะนำร้านไอติมบ้าง เดินชมวัดร่องเสือเต้นในวันที่แดดแผดเผาร้อนจนเหงื่อท่วม มองเห็นร้านตรงข้ามทางเข้าวัด เป็นบ้านที่เปิดขายขนมและไอติม เดินไปดูเห็นรูปแล้วน่ากินมาก ต้องสั่งมาชิม ไอติมกะทิอัญชัน อร่อยดี ดับร้อนได้พอสมควร คุยกับพี่เจ้าของร้าน พี่เขาว่าเพิ่งเปิดไม่นาน เลยว่าจะช่วยเขาโปรโมท ถ้าไม่ชอบแบบฟูลออพชั่น ไอติมธรรมดาก็มีนะ ใส่ถ้วย ใส่โคน แถมน้ำเย็นชื่นใจ อย่าลืมไปแวะชิมไอติมกะทิอัญชันหน้าวัดร่องเสือเต้นนะ

เที่ยวเชียงรายหน้าฝน | ทางหลวง 1093

1093 เส้นทางสายทะเลหมอกและดอกไม้

ทริปเที่ยวเชียงรายหน้าฝน | ตุลาคม 2563

ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1093 อดีตถนนสายยุทธศาสตร์ในการปราบปรามคอมมิวนิสต์ คดเคี้ยวลัดเลาะไปตามแนวเทือกเขาดอยผาหม่น จาก อ. เทิง ไป บ้านผาตั้ง อ.เวียงแก่น ดินแดนบนดอยสูงแถบนี้เคยเป็นพื้นที่สีแดงของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) มาก่อน จากการเข้ามาปลุกระดมหาแนวร่วมในเรื่องความไม่เท่าเทียมและความยากไร้ของชาวไทยภูเขาตั้งแต่ปีพศ.2500 การต่อสู้ระหว่างผกค.และเจ้าหน้าที่รัฐยาวนานอยู่หลายปี ในขณะที่การสู้รบเริ่มลดลงแต่ก็ยังไม่สงบ ในเดือนกุมภาพันธ์ พศ. 2525 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ได้เสร็จไปเยี่ยมเยียนประชานชนและเจ้าหน้าที่เพื่อนเป็นขวัญกำลังใจ และยังเป็นการแสดงให้เห็นว่าไม่ว่าประชาชนชาวไทยจะอยู่ไกลและลำบากอย่างไรพระองค์ก็ไม่เคยทอดทิ้งประชาชน จนถึงปี พศ.2527 การสู้รบด้วยอาวุธจึงหยุดลง มีการทำความเข้าใจกับชาวไทยภูเขาและผู้เข้าร่วม เปิดโอกาสให้เข้ามอบตัว กลายเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย และร่วมมือกันพัฒนาพื้นที่ต่อไป มีการก่อตั้งหมู่บ้านตามแนวชายแดนไทยและสปป.ลาว ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย จำนวน 10 หมู่บ้าน

ทางหลวง 1093 ที่เคยเป็นถนนสายยุทธศาสตร์ทางการรบ เปลี่ยนเป็นถนนสายยุทธศาสตร์ทางการท่องเที่ยว ตลอดทางมีจุดชมวิวบนยอดเขาที่เห็นแนวเทือกเขาสลับซับซ้อนทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาว มีน้ำโขงสีขุ่นในหน้าฝนไหลเป็นแนวกั้นดินแดนอยู่ด้านล่าง จุดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือ “ภูชี้ฟ้า” ที่ใครหลายๆคนได้เคยไปชมทะเลหมอกและแสงแรกของวัน ภูชี้ฟ้าได้รับตำแหน่งจุดชมวิวและชมทะเลหมอกที่มีชื่อเสียงที่สุดของจังหวัดเชียงรายมาเนิ่นนาน เดี๋ยวนี้มีการพัฒนาจุดชมวิวเพิ่มขึ้นอีกหลายจุดอย่าง ภูชี้ดาว ภูชี้เดือน จุดชมวิวดอยผาหม่น ให้แวะเที่ยวชมได้ตลอดทางหลวง 1093 ซึ่งไปสุดถนนที่ดอยผาตั้ง จุดชมวิวชื่อดังอีกแห่ง ที่ดังมาพร้อมๆกับภูชี้ฟ้า

ภูชี้ฟ้า

วนอุทยานภูชี้ฟ้า บ้านร่มฟ้าไทย อ.เทิง จ.เชียงราย

ความสูง 1,628 ม.จากระดับน้ำทะเล

จากถนน 1093 ต้องขับรถแยกเข้าไปอีกราว 2 กม. เป็นทางชันคดเคี้ยวแต่ถนนดี มีที่จอดรถกว้างขวาง มีชาวบ้านเปิดเพิงขายของ ขายอาหาร มีห้องน้ำ จากจุดจอดรถเดินขึ้นไปอีกราว 750 ม. ทางเดินขึ้นเขาไม่ชันมาก ถ้าไม่มีรถส่วนตัวมาหรือไม่อยากขับรถขึ้นไปเอง ให้บอกที่พักเรียกรถให้ จะมีรถมารับพาขึ้น ถ้าช่วงฤดูท่องเที่ยวก็นั่งรวมกันไปค่ารถขึ้นลงคนละ 60 บาท ถ้าไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยว หรือช่วงคนน้อยอาจต้องเหมารถไปส่ง

ขึ้นภูชี้ฟ้าได้ 2 ทาง คือทางบ้านร่มฟ้าไทยกับบ้านร่มฟ้าทอง ถ้าขึ้นฝั่งบ้านร่มฟ้าไทย ระยะทางเดิน 700 เมตร ความชันน้อยกว่า ขึ้นทางฝั่งบ้านร่มฟ้าทอง ระยะทางเดิน 400 เมตร แต่ชันมากกว่า

ที่ได้ชื่อว่า”ชี้ฟ้า”เพราะยอดเขามีลักษณะแหลมและชี้ขึ้น บริเวณยอดเขามีพื้นราบให้ยืนชมวิวได้ มองเห็นหุบเขาด้านล่างฝั่งไทยและลาวได้ดี สามารถขึ้นมาชมวิวได้ทั้งวัน แต่คนส่วนมากชอบไปตอนเช้าเพื่อรอดูพระอาทิตย์ขึ้น และชมทะเลหมอกซึ่งจะมีมากในช่วงปลายฝนต้นหนาว ทะเลหมอกจะมีให้ดูจนถึงช่วงสาย บางคนก็เลยขึ้นมาชมช่วงสาย ถ้าจะขึ้นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นให้เตรียมไฟฉายเล็กๆไปด้วย เพราะควรเดินขึ้นไปให้ถึงด้านบนก่อน 6 โมงเช้า ตอนเดินขึ้นก็จะมืดๆหน่อย ถ้ามาช่วงฤดูหนาว (ธค.-มค.) จะมีพญาเสือโคร่งสีชมพูเพิ่มความสวยของเทือกเขาไปอีก

ปีนี้จังหวะไม่ดี ฟ้าเปิดแค่แป๊บเดียว นอกนั้นฟ้าปิดหมอกฟุ้งขาว มองแทบไม่เห็นรูปพรรณสัณฐานของภูชี้ฟ้าเลย ขอเอารูปตอนปี 2006 มาให้ดูว่าถ้าฟ้าเปิดจะเห็นมันชี้ฟ้าแบบนี้

ภูชี้ดาว

บ้านร่มโพธิ์เงิน ม.11 ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย

ความสูง 1,670 ม.จากระดับน้ำทะเล

จากภูชี้ฟ้าไปตามถนน 1093 อีก 13 กม. มาจนถึงหมู่บ้านร่มโพธิ์เงิน จะมีทางแยกขึ้นไปจุดชมวิวบนภูชี้ดาว แต่ไม่อนุญาตให้นำรถส่วนตัวทุกชนิดขึ้น ต้องติดต่อรถของหมู่บ้านเพื่อพาขึ้นไปเท่านั้น ทางขึ้นเป็นทางแคบชันและถนนไม่ดี ช่วงปากทางอาจเห็นเป็นถนนคอนกรีต แต่แค่ไม่กี่เมตรก็เป็นทางขึ้นเขาขรุขระนั่งรถกระเด้งกระดอนไปตลอดทาง ปกติเหมาขึ้นลงราคาคันละ 500 บาท แต่ถ้าเป็นฤดูท่องเที่ยว จะมีรถมาจอดรอตรงทางขึ้น นั่งรวมไปกับนักท่องเที่ยวอื่นๆได้ ราคาคนละ 100 บาท

ต้องการติดต่อรถล่วงหน้าได้ที่ 082-184-0504 หรือแจ้งที่พักให้โทรเรียกก็ได้ มีที่พักในละแวกใกล้เคียงหลายที่ หรือบางคนนอนแถวภูชี้ฟ้าเพราะสะดวกกว่า มีร้านขายของขายอาหารเยอะกว่า ก็ขับรถมาตอนเช้ามืดได้

นั่งรถขึ้นไป 3 กม. ประมาณ 20 นาทีก็ถึงจุดจอดรถ จากนั้นเดินขึ้นไปบนยอดเขาอีก 350 ม. เป็นขั้นบันไดเดินสะดวกแต่ค่อนข้างชัน ขึ้นถึงด้านบนแล้วจะเป็นลักษณะสันเขายาว มีรั้วกันตกทำไว้ตลอดแนว มาแต่เช้าๆระมัดระวังด้วย และอย่าปีนรั้ว เดินไปทางขวาตามแนวรั้วจะไปที่ปลายยอดเขามีป้ายภูชี้ดาวสีแดงแปร๊ด วันที่ฟ้าเปิดมองไปเห็นภูชี้ฟ้าได้ชัดเจน ถ้าเดินไปอีกด้านของสันเขา ปีนขึ้นยอดเขาอีกด้าน จะมองกลับมาเห็นยอดภูชี้ดาวกับแนวรั้วและทะเลหมอกรอบด้าน ควรค่าแก่การปีนขึ้นไปมากๆ

ภูชี้ดาว กับ ภูชี้ฟ้า

ภูชี้เดือน

บ้านร่มฟ้าหลวง ม.12 ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย

ความสูง 1,742 ม.จากระดับน้ำทะเล

จากภูชี้ดาวไปตามถนน 1093 ต่ออีกแค่ 1 กม. จะเป็นทางขึ้นจุดชมวิวอีกจุดคือ ภูชี้เดือน ซึ่งไม่อนุญาตให้นำรถส่วนตัวทุกประเภทขึ้นไปเช่นกัน ต้องติดต่อรถอีกหมู่บ้าน ไม่สามารถเหมารวมจากภูชี้ดาวได้ เขาคงตกลงแบ่งรายได้กันไว้ สามารถโทรติดต่อรถมารับจากที่พักก็ได้ ถ้าเป็นฤดูท่องเที่ยวก็จะมีรถมาจอดรอนักท่องเที่ยวเหมือนที่ภูชี้ดาวนั่นแหละ ราคาก็เท่ากันทุกอย่าง ติดต่อรถล่วงหน้าที่ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านวีรยุทธ 095-139-0666

จากทางแยกขึ้นไปเป็นทางผ่านป่าผ่านไร่กาแฟ คดเคี้ยวโค้งชันและทางแย่กว่าทางขึ้นภูชี้ดาวอีก ขึ้นไปถึงจุดจอดรถก็ชมวิวได้แล้ว แต่ถ้าจะขึ้นถึงยอดภูชี้เดือนก็เดินขึ้นยอดเขาอีกไม่ถึง 100 ม. ขึ้นไปถึงด้านบนก็เห็นวิวรอบด้านแล้ว แต่แนะนำให้เดินไปทางซ้ายเดินขึ้นยอดสูงสุดอีก 400 ม. จะอยู่บนจุดสูงสุดที่ 1,742 ม. มองเห็นได้รอบทิศ 360 องศาจริงๆ เห็นตั้งแต่ ดอยผาตั้ง ดอยผาหม่น ภูชี้ดาว ภูชี้ฟ้า

เดินขึ้นมา 100 ม.ก็ถึงสันเขาแล้ว
มองเห็นภูชี้ดาว ภูชี้ฟ้า ได้ชัดเจน
ขึ้นมาถึงสันเขาก็เห็นวิวได้รอบด้านแล้ว แต่ให้เดินขึ้นไปที่ยอดเขาที่จุดสูงสุด 1,742 ม.อีกหน่อย
ด้านนี้มองเห็น ดอยผาตั้ง ดอยผาหม่น

ดอยผาหม่น

บ้านร่มฟ้าผาหม่น ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จ.เชียงราย

ต่อไปที่จุดชมวิวอีกแห่ง คือจุดชมวิวดอยผาหม่น ห่างจากภูชี้เดือนมาราว 8 กม. ต้องติดต่อรถเพื่อพาขึ้นเหมือนเดิม ทางขึ้นเป็นทางแคบคดเคี้ยวเหมือนทุกที่นั่นแหละ จากจุดจอดรถด้านบนเดินขึ้นจุดชมวิวอีกแค่ 300 ม. (เรายังไม่เคยไปชมวิวที่นี่ แต่ถามเพื่อนที่เคยไป ก็บอกว่าสวยงามเหมือนกัน)

มีเกร็ดเล็กๆเกี่ยวกับจุดชมวิวดอยผาหม่นมาเล่า ตอนขึ้นภูชี้เดือนชาวบ้านที่ไปปลูกกาแฟชี้ให้ดูว่ายอดดอยผาหม่นคือยอดไหน และบอกว่ายอดดอยผาหม่นนั้นอยู่ในเขตประเทศลาวขึ้นไปไม่ได้ ก็เลยทำจุดชมวิวที่ดอยใกล้ๆ ขึ้นไปเพื่อชมดอยผาหม่นได้ใกล้ๆ ตรงที่ขึ้นไปอยู่บนเทือกเขาดอยผาหม่นแต่ไม่ใช่ยอดดอยผาหม่น งงมั๊ย ฮา….

ติดต่อรถกระบะเหมาได้ที่ พ่อหลวงสุรชัย 098-821-6338

ยังไม่เคยไป เลยไม่มีรูปประกอบ ถ้าได้ไปเมื่อไหร่จะเอารูปมาอัพเดตนะ

ดอยผาตั้ง

บ้านผาตั้ง ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย

จุดชมวิวจุดสุดท้ายในเส้น 1093 คือดอยผาตั้ง เป็นจุดหมายในการท่องเที่ยวแถบนี้ของหลายๆคน จากถนน 1093 จะมีทางแยกขึ้นไปอีก 2 กม. ขับรถขึ้นไปเองได้เลย จากจุดจอดรถเดินขึ้นไปอีก 100 ม. ก็จะเจอศาลาทรงจีนเป็นศาลาอนุสรณ์นายพลหลี่ จากนั้นเป็นเทือกเขาแนวยาว เดินเที่ยวชมป่าหินยูนนาน ไปชมวิวที่ช่องเขาขาด ไปเนิน 101 ไป 102 ถึงเนิน 103 ระยะทาง 350 – 450 – 950 ม. ทางเดินไม่ลำบากไม่สูงชัน เป็นทางเดินยาวข้ามเนินเขา ขึ้นๆลงๆ มองเห็นวิวได้กว้างไกลมาก มาชมทะเลหมอกก็ได้ ชมพระอาทิตย์ขึ้นก็ได้ พระอาทิตย์ตกก็ดี

ปัจจุบันมีเปิดจุดท่องเที่ยวเพิ่มคือเนิน 104 แต่ขึ้นคนละทางกับเนิน 101-103 ต้องติดต่อรถกระบะท้องถิ่นให้ขับพาขึ้นไป แล้วต้องเดินขึ้นเขาต่อไปอีกราวๆ 450 ม. เป็นทางชัน (ถามเขามา ยังไม่เคยไปหรอก)

มาเที่ยวดอยผาตั้งนอกจากมีจุดชมวิวที่สวยงามแล้ว บ้านผาตั้งยังเป็นชุมชนจีนฮ่อ มีร้านอาหารจีน มีร้านกาแฟ ร้านน้ำชา อาหารขึ้นชื่อคือขาหมูหมั่นโถว ที่ต้มจนเปื่อยนุ่ม อร่อยเหาะ

ที่พักและร้านอาหาร ร้านกาแฟ ที่เราไปพักไปกินมา ตามรายทางจากเมืองเชียงรายมาถนนสาย 1093 อ่านได้ที่ > เที่ยวเชียงรายหน้าฝน

จุดชมวิวทุกจุดอยู่ในทิศเดียวกัน ถ้าวันที่ฟ้าเป็นใจ หมอกเยอะ หมอกสวย ขึ้นจุดชมวิวจุดไหนก็สวยเหมือนกันหมด จะต่างกันแค่มุมมอง บางที่มองได้รอบทิศชัดเจน บางที่มีหินมีต้นไม้เป็นฉากหน้าฉากหลังเพิ่มเติม ก็สวยงามแตกต่างกันเล็กน้อยแล้วแต่ใครชอบ ถามว่าวันเดียวเที่ยวได้หมดหรือไม่ ตอบว่าได้แน่นอนคือมานอนใกล้ๆภูชี้ฟ้า ตั้งต้นจากภูชี้ฟ้า ดูพระอาทิตย์ขึ้น ดูทะเลหมอก ลงมาแล้วไปต่อภูชี้ดาวได้เลย ก็จะสายหน่อยแต่หมอกยังมี ลงจากภูชี้ดาว แล้วไปต่อภูชี้เดือนได้อีก แต่ถ้าสายมากแล้ว หมอกก็เริ่มสลายตัว บางส่วนอาจฟุ้งและลอยขึ้นข้างบนบังยอดเขาไปบ้าง จากภูชี้เดือน ไปต่อที่ดอยผาหม่นไม่น่าจะได้เห็นทะเลหมอกแล้ว แต่ได้ชมทิวทัศน์สวยงาม ดูภูเขาสลับซับซ้อน เห็นแม่น้ำโขงไหลคดเคี้ยวด้านล่าง ลงจากจุดชมวิวดอยผาหม่น ก็ไปต่อดอยผาตั้ง ซึ่งจริงๆแล้วถ้ามีเวลา ควรนอนเพิ่มสัก 1 คืน รอดูแสงยามเย็น ดูพระอาทิตย์ตกที่ดอยผาตั้งก็น่าจะดี

> ความคิดเห็นส่วนตัว (ไม่มีดอยผาหม่นเพราะยังไม่เคยไปนะ) <

Website Built with WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: