เล็กๆน้อยๆก่อนไปเที่ยวบอลติค
ภายหลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลาย กลุ่มประเทศบอลติคแยกตัวออกเป็นเอกราช และเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (The European Union, EU) และเป็น 1 ใน Schengen Area จึงใช้ Schengen visa เพื่อเข้าไปท่องเที่ยวเหมือนประเทศแถบสแกนดิเนเวีย, ฟินแลนด์ และหลายๆประเทศในยุโรป การขอวิซ่าสามารถเลือกขอวิซ่าจากประเทศที่คุณบินไปลงเพื่อตั้งต้นทริป หรือประเทศที่ใช้เวลาอยู่นานที่สุดในทริป (ขึ้นกับ Trip plan ที่เราวางไว้ ซึ่งต้องเอาแผนการท่องเที่ยวยื่นในตอนขอวิซ่าด้วย) หากไปยื่นขอวิซ่าจากประเทศที่อยู่นอกเหนือจากเหตุผลข้างต้นอาจโดนปฏิเสธได้ รายละเอียดการขอวิซ่า เดี๋ยวจะแยกเขียนอีกครั้งหนึ่ง
เอกสารที่ต้องใช้ในการขอวิซ่าเชนเก้น (ให้ตรวจสอบจากเวปของประเทศที่จะขออีกครั้ง อาจมีเอกสารแตกต่างกันบ้าง)
- แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า : download จากเวป หรือต้องกรอกข้อมูลนั้นในเวป submit ไปเลย เอาแต่เลขอ้างอิงไปยื่น
- หนังสือเดินทางพร้อมสำเนา
- หนังสือเดินทางเล่มเก่า (ถ้าเคยได้รับวีซ่าเชงเก้นมาแล้ว แต่ไม่เกิน 3 ปี)
- หนังสือรับรองการทำงาน
- หลักฐานการเงิน : ควรใช้เป็นจดหมายรับรองการเงินจากทางธนาคาร
- ถ้ามีคนเชิญต้องมีจดหมายเชิญ พร้อมสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เชิญ และเอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์ เช่น พ่อแม่ พี่น้อง
- ประกันสุขภาพสำหรับการเดินทาง ระบุวันในช่วงเวลาเดินทาง
- แผนการเดินทาง พร้อมใบจองที่พัก (ถ้าไม่ได้พักบ้านผู้เชิญ)
- รูปถ่ายสี ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน (ดูรายละเอียดขนาดและสีพื้นหลังในเวปของประเทศที่จะไปยื่นขอด้วย
- อื่นๆ แล้วแต่ประเทศ
การเลือกจองที่พัก อันนี้แล้วแต่ความชอบและงบประมาณของแต่ละคน ที่พักมีทั้งแบบ Guesthouse, Hostel, Hotel, B&B, Apartment ราคาขึ้นกับลักษณะที่พักและทำเลที่ตั้ง
- หากคุณยังเป็นวัยรุ่น สนุกกับการทำความรู้จักนักท่องเที่ยวทั่วไป คุณก็พัก Guesthouse แบบนอนรวมห้องน้ำรวมครัวรวมได้
- หากคุณ ต้องการความเป็นส่วนตัวขึ้นมานิดก็เลือก Guesthouse แบบมีห้องน้ำในตัว
- ถ้างบประมาณพอมี รักความสะดวกสบายหน่อยก็เลือก Hostel การบริการต่างๆจะด้อยกว่าโรงแรมแต่เราว่าเพียงพอในการเดินทาง
- ถ้าอยากอยู่แบบบ้านๆ ได้พูดคุยกับคนท้องถิ่นก็เลือกประเภท Bed & Breakfast
- ถ้างบประมาณเยอะหน่อย ก็เลือกโรงแรมไปเลย มีบริการครบครันทุกสิ่งอย่าง
- ถ้าชอบอยู่สบายๆแบบอพาตเมนต์ Airbnb เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ยิ่งถ้าเลือกห้องที่มีอุปกรณ์ครัวด้วย จะสะดวกมาก เช้าๆทำอาหารง่ายๆทาน หรือเย็นทำอาหารทานกัน ประหยัดและแก้เบื่อด้วยการพกเครื่องปรุงอาหารแบบไทยๆไปบ้าง (เราพกน้ำจิ้มแจ่วไป บางวันย่างเนื้อ-ย่างไก่กินกัน)
การเลือกประเภทที่พักให้เลือกจากงบประมาณและแบบที่ตัวเองชอบก่อน จากนั้นให้ดูทำเล เช่น อยากเดินเที่ยวได้ง่ายๆให้เลือกที่ใกล้ใจกลางเมือง แต่ถ้ากลาง Old town อาจจะราคาสูงก็เลือกออกมารอบๆ Old town ได้ หรือถ้าคุณมีแผนจะต้องเดินทางโดยรถบัสหรือรถไฟแต่เช้ามืดการเลือกที่พักใกล้ท่ารถก็เป็นทางเลือกที่ดี หากท่ารถไม่ได้อยู่นอกเมืองมากเกินไป) อ่านรีวิวที่พักแต่ละแห่งเพื่อช่วยในการตัดสินใจ รูปภาพอาจดูดีและสวยเกินจริง เวปช่วยจองที่พักต่างๆจะมีที่ให้เลือกเงื่อนไขต่างๆด้านบน ให้กดเลือกลงไปจะช่วยกรองที่พักประเภทที่ตรงความต้องการได้มากกว่า ไม่เสียเวลาไล่ดูที่พักเป็นหลายร้อยๆแห่ง
ที่พักที่เราเลือกในทริปนี้ เลือกจากทำเลก่อนเพราะวางแผนเที่ยวไว้คร่่าวๆแล้ว เช่นใกล้สถานีรถบัสในระยะลากกระะเป๋าไปได้ หรือใกล้สถานที่เที่ยว ใกล้ตลาด ประมาณนี้ แล้วค่อยเลือกราคาที่พักในละแวกนั้น หาวนไปทุกเวปรับจองที่พัก ได้ที่พักในราคา 40€ – 60€ โดยประมาณ โดยไม่เลือกกลาง Old town เลย แต่เลือกในระยะที่เดินไปได้ไม่ไกล

ที่พักหรูหรา ครัวครบ วิวสวยที่ Riga 46 ยูโร ได้จาก airbnb ♥ นอน Hostel ใน Kaunas ราคา 40 ยูโร สะอาดดี
อพาตเมนต์ในอาคารเก่าแก่แต่กว้างขวางในทัลลินท์ 63 ยูโร ♠ อาหารเช้าง่ายๆทั้งสะดวกทั้งประหยัด
ถ้าคุณเดินทางด้วยกระเป๋าเดินทาง การเลือกที่พักใน Old town ให้เตรียมใจว่าล้อกระเป๋าอาจพังได้ เพราะพื้นถนนและทางเท้าเป็นหิน ลากไปล้อพังได้เลย แถมดังสนั่นลั่นถนน
พื้น Cobble Stone ใน Old Town ไม่เป็นมิตรกับกระเป๋าล้อลากเท่าไหร่นัก
การเลือกจองที่พัก ถ้าเป็นไปได้ให้เลือกจองแบบยกเลิกได้ ตามเงื่อนไขระยะเวลา เพราะกว่าจะถึงวันไปแผนคุณอาจจะเปลี่ยนได้ตลอด หรือพอหาข้อมูลเพิ่มเติมคุณอาจเปลี่ยนใจย้ายทำเลที่พัก จองแบบยกเลิกไม่ได้จะได้ราคาถูกที่สุดก็จริงแต่ไม่คุ้มหรอก ยกเว้นคุณจะมั่นใจจริงๆ
ปริ๊นต์ใบจองโรงแรมตลอดการเดินทางแนบไปกับเอกสารขอวีซ่าด้วย แม้คุณจะเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกทีหลังก็ไม่เป็นไร แต่ควรมีการจองไปให้มากที่สุด
ปริ๊นต์ชื่อที่พักที่เป็นภาษาท้องถิ่นพร้อมรายละเอียดที่อยู่ไปด้วย หรือถ้ามีแผนที่ทางไปเลยก็จะดีมาก เพราะบางครั้งเดินหาไม่เจอ อาจต้องถามทาง ซึ่งที่พักบางแห่งแค่ชื่อคนอาจไม่รู้จัก แต่ถ้ามีบ้านเลขที่ ชื่อถนน ชื่อซอย หรือแผนที่ให้ดู จะช่วยให้คนบอกทางไปได้หรือให้แท็กซี่ดูได้ (ยุคดิจิตอล จริงๆไม่ต้องปริ๊นต์นะ เซฟใส่มือถือไป ลดการใช้กระดาษ)
ที่พักที่ไม่ใช่โรงแรมส่วนมากรับแต่เงินสด เตรียมเงินให้พอและดูด้วยว่าราคานั้นรวม Tax และ Service charge อื่นๆหรือยัง
เอาไว้จะมารีวิวการจองที่พักผ่านเวปแบบละเอียดๆให้อีกครั้งดีกว่า ติดไว้ก่อน (หลายติดแล้วนะเนี่ย)
การเดินทางระหว่างเมืองและระหว่างประเทศในแถบบอลติคที่สะดวกที่สุดคือรถบัส รถสะอาด นั่งสบาย มีเที่ยวรถให้เลือกเยอะ สามารถวางแผนการเดินทางคร่าวๆด้วยการเช็คเวลารถในเวปไซต์ ถ้ามั่นใจจะกดซื้อเลยก็ได้ราคาจะถูกกว่าไปซื้อที่สถานีนิดหน่อย แต่ไปซื้อแบบวันต่อวันจะทำให้ปรับเปลี่ยนแผนได้ดีกว่า ถ้าไม่ใช่ช่วงเทศกาลสำคัญเช่นวันปีใหม่ คริสต์มาส ไม่ต้องกลัวว่าจะเต็ม ทั้ง 3 บริษัทมีรถหลายเส้นทางและหลายราคา สามารถเดินทางระหว่างเมืองและข้ามประเทศได้ถึงรัสเซีย
- Ecolines: https://www.ecolines.net/en/
- Luxespress: http://www.luxexpress.eu/en
- Eurolines: http://www.eurolines.lt/en/
รถบัสมีหลายแบบถ้าวิ่งระหว่างเมืองก็เล็กหน่อย ถ้าวิ่งระหว่างประเทศ Lux Express นี่หรูหราสุด
บัสทั่วไปเหมือนรถทัวร์บ้านเรานั่งระหว่างเมือง 1-2 ชม.กำลังดี ♦ Lux Express ที่นั่งกว้างหลับสบาย
เช็ตตารางเดินรถในบอลติค แนะนำเวปนี้ https://www.autobusubilietai.lt/index.php?lang=0&cl=start เช็คได้หมด บางเที่ยวซื้อได้เลยด้วย จะถูกกว่าไปซื้อที่เคาเตอร์นิดหน่อย แต่เอาแค่เช็คเวลาเพื่อเป็นการวางแผนเดินทางก็พอ จะได้ปรับเปลี่ยนแผนได้
มีตารางแสดงเวลาของรถหลายบริษัท หลายราคา บางเที่ยวสามารถซื้อออนไลน์ได้เลย
การเดินทางท่องเที่ยวในแต่ละเมือง วิธีที่ดีที่สุดคือ สองเท้าก้าวเดิน แต่บางครั้งสถานที่มันไกล หรือเวลาจำกัดก็ต้องอาศัยรถเมล์ รถราง บ้าง หรือบางครั้งเดินเที่ยวไปให้ไกลสุดแล้วนั่งรถกลับ
ข้อแนะนำคือ วางแผนการเที่ยวไว้คร่าวๆว่าวันนี้จะไปที่ไหน แล้วจะไปจบตรงไหน เช่น วันนี้จะเดินเที่ยว Old Town แล้วจะไปจบตอนเย็นที่อีกฝั่งของ Old Town หรือไปดูพระอาทิตย์ตกที่หอคอยอะไร ประมาณนี้ จากนั้นก็เข้า Google Map ใส่ต้นทางเป็นจุดปลายทางการเที่ยวของวันนั้น ปลายทางเป็นที่พักของเรา แล้วกดขอคำแนะนำการเดินทาง มหัศจรรย์นะ Google จะบอกมาให้เลยว่าจากจุดนั้นควรใช้รถไฟ รถราง หรือรถบัส เดินไปขึ้นรถที่ตรงไหน เดินกี่เมตร แค่นี้คุณก็วางแผนได้คร่าวๆแล้ว อันนี้ทำได้เฉพาะประเทศหรือเมืองที่มีการอัพเดตข้อมูลไว้กับ Google map ให้ลองทำดู ถ้าไม่มีแนะนำรถสาธารณะเลย
สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก Tourist information หรือจากเวปไซต์ของระบบขนส่ง ซึ่งจะมีทั้งรถบัส รถราง (มีแต่ในเมืองหลวงของแต่ละประเทศ เมืองเล็กๆมีรถเมล์ไม่กี่สาย ให้ดูที่ป้ายรถเมล์ได้เลย)
- ระบบขนส่งมวลชนในวิลนิอุส, ลิทัวเนีย: http://www.vilniustransport.lt/en/
- ระบบขนส่งมวลชนในริกา, ลัตเีย: https://www.rigassatiksme.lv/en/
- ระบบขนส่งมวลชนในทัลลินน์, เอสโตเนีย: http://soiduplaan.tallinn.ee/
ตัวอย่างเวปของวิลนิอุส มีให้เลือกทั้งรถเมล์, รถราง เลือกชนิดรถ เลือกสายรถ มีชื่อทุกสถานีพร้อมแผนที่
ใช้ตารางรถประกอบกับ Google map ตามรูป เรารู้ว่าที่พักอยู่ป้ายรถ Vabeduse Valijak ใช้ Google map หาเส้นทางแนะนำจากสถานีรถบัสไปที่พัก Google map แนะนำทั้งรถเมล์และรถราง เราดูเลขรถไปหารายละเอียดจากเวประบบขนส่งได้ หากอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติม เช่น เวลา จำนวนป้าย เส้นทางที่รถวิ่ง ชื่อป้ายรถ/หรือสถานี
อาหารการกินในประเทศบอลติค ราคาถูกกว่าประเทศอื่นๆในยุโรป ราคาจะแพงขึ้นไล่จาก ลิทัวเนีย → ลัตเวีย → เอสโตเนีย แต่ก็ยังถูกอยู่ดี ร้านอาหาร ร้านกาแฟ มีให้เลือกมากมายตามแหล่งท่องเที่ยว ควรลองอาหารท้องถิ่นบ้าง ในเมนูจะเขียนไว้เลยว่าเมนูนี้เป็น Traditional food หรือมีธงชาติแปะไว้ข้างๆ จริงๆแล้วก็ไม่ได้แปลกประหลาดอะไร คล้ายอาหารยุโรปทั่วๆไป ยอมรับว่าไม่ได้ทำการบ้านร้านอาหารแนะนำ/เด่นดังไปเลย หิวเมื่อไหร่ก็เข้าร้านอาหาร เช้าทำอาหารกินเองเป็นส่วนใหญ่ ซื้อของจากซุปเปอร์มาเก็ตพวกขนมปัง ไข่ นม น้ำผลไม้ สลัด หรือข้าวต้มได้สบายๆ มื้อเย็นบางมื้อก็ทำทานกัน ผักผลไม้มีให้เลือกเยอะ เพราะเราไปช่วงหน้าร้อน ลัตเวียเป็นประเทศเห็ด เห็ดมากมายหลายชนิดเต็มตลาด ราคาถูก ราคาอาหารมีตั้งแต่ 5€ ไปจนถึง 2-30€ หรือแพงกว่านั้น แล้วแต่ร้าน น้ำเปล่าให้ซื้อน้ำขวด มีทั้งขวดเล็กขวดใหญ่ ราคา 1€ – 2€ ดูดีๆเพราะมี Carbonate Water เยอะอยู่คนนิยมกัน
สลัดไก่ย่างกับเบียร์สดที่วิลนิอุส ◊ กระหรี่ปั๊บลิทัวเนีย “Kibini” ตัวใหญ่มาก มีหลายไส้
อาหารลัตเวีย สันคอหมูย่างราดซอส ◊ อาหารยุคกลาง ร้านฮิตในทัลลิน (Olde Hunsa)
สำหรับนักดื่ม มีเบียร์หลากหลายยี่ห้อให้เลือกทั้งที่ลิทัวเนีย, ลัตเวีย และเอสโตเนีย เข้าไปในซุปเปอร์มาเก็ตใหญ่ๆ มีให้เลือกเยอะจนตาลาย กระป๋องสวยมากๆด้วย เบียร์สดแบบขวดอร่อยนุ่ม สุ่มเลือกได้เลย ลัตเวียมี Sparkling wine ที่รสดีใช้ได้ ถ้าชอบดื่มไวน์ควรค่าแก่การซื้อกลับมา แต่ไวน์แดงไม่เจอที่อร่อยเลยทั้งลิทัวเนีย ลัตเวีย และเอสโตเนีย และอย่างที่บอกว่าอาหารราคาค่อนข้างถูก จึงมีคนจากฟินแลนด์นั่งเฟอร์รี่ข้ามมาเอสโตเนียเพื่อขนเบียร์กลับไป เพราะมันคุ้มค่าเรือ มีทั้งขนกลับไปขายและขนไปจัดงานเลี้ยง ตอนน้องสาวเล่าให้ฟังยังไม่เชื่อ ได้มาเห็นกับตาตัวเอง ที่เราขนข้ามมาเฮลซิงกิ 1 แพ็คใหญ่เป็นของเล็กน้อยไปเลย 555
ยี่ห้อนี้อร่อยหิ้วมา 1 กล่อง ซื้อบนเรือปลอดภาษีคิดแล้วกระป๋องละ 20 บาท คิดว่าซื้อเยอะแล้ว แต่ดูคนอื่นซื้อ…
ชา/กาแฟ ไม่มีอะไรเด่น แต่มี cafe น่ารักน่านั่งให้เลือกมากมาย โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน จะเปิดระเบียง เปิดลานหน้าร้านหลังร้านให้นั่งอาบแดดอุ่นๆ มีขนมท้องถิ่นให้เลือกชิมพร้อมกาแฟ ขนมที่ขายเยอะอีกอย่างคือช็อคโกแล็ต ชิมแล้วอร่อยเข้มข้นดี
กาแฟราคาประมาณ 1€ – 2€ นับว่าถูกในยุโรป แต่ไม่ได้อร่อยเลิศ
รายละเอียดการเที่ยว
- Baltic Trip [Part 3] : Estonia https://iammanussite.com/2016/08/17/baltic-estonia/
- Baltic Trip [Part 2] : Latvia https://iammanussite.com/2016/08/15/baltic-latvia/
- Baltic Trip [Part 1] : Lithuania https://iammanussite.com/2016/08/12/baltic-lithuania/
- Baltic Trip in Summer : https://iammanussite.com/2016/08/10/baltic/
การเดินทางเที่ยวเอง อาจไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยากจนเกินไป เตรียมหาข้อมูลให้มากที่สุด เลือกเดินทางท่องเที่ยวแบบปลอดภัย ไม่เสี่ยงจนเกินไป เช่นแหล่งที่พัก แหล่งที่เที่ยว เวลาในการเที่ยวและเดินทาง การหลงทางบ้าง พลาดเที่ยวรถบ้าง เป็นเสน่ห์ของการเที่ยวอีกแบบหนึ่ง
Leave a Reply