Baltic Trip [Part 3] : Estonia

Baltic Trip : Estonia

Aug. 2016

ผ่านมา 2 ตอน 2 ประเทศแล้ว [Lithuania & Latvia] สำหรับทริปบอลติค ตอนนี้เรามาถึงประเทศเอสโตเนีย (Estonia) แล้ว ซึ่งเป็นประเทศเหนือสุดของบอลติค จากตอนที่แล้วเรานั่งบัสจากริก้ามาทาลลินน์ เมืองหลวงของเอสโตเนีย เลือกรถเที่ยวบ่ายแก่ๆ เจอฝนตกตามทางทำให้รถมาถึงทาลลินน์ช้ากว่ากำหนดไปหน่อย มาถึงก็มืดค่ำ กว่าจะนั่งรถรางเข้าไปถึงที่พักก็ปาไปสามทุ่มกว่า ปัญหาเกิด เพราะเจ้าของห้องเช่าไม่อยู่รอ โทรไปคุยก็ไม่รู้เรื่องเพราะป้าพูดรัสเซียใส่ หนาวและหิว ขอความช่วยเหลือจากร้านกาแฟให้ช่วยคุยให้หน่อย สำเร็จจนได้ ป้าไม่มาแต่มีลุงมาเปิดห้องให้ บ่นนิดหน่อยแล้วขอเงินเพิ่มค่าเสียเวลา

ทาลลินน์ | Tallinn

ทาลลินน์ (Tallinn) เมืองหลวงของประเทศเอสโตเนีย (Estonia) เป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในคาบสมุทรบอลติค ด้วยว่าเอสโตเนียเป็นประเทศอยู่เหนือสุดของบอลติค สามารถนั่งเรือผ่านอ่าวทาลลินน์ข้ามไปเฮงซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ได้ง่ายๆ 1-2 ชั่วโมงแล้วแต่ชนิดเรือ หรือข้ามเรือไปสต็อคโฮมก็ได้ แต่นานหน่อยต้องนอนไป 1 คืน นักท่องเที่ยวจึงข้ามมาเที่ยวกันเยอะกว่าประเทศอื่นๆในบอลติค เช้าวันนี้ แผนการเที่ยวคือจะไป Estonian Open Museum แต่ฝนดันตกปรอยๆสลับหนาเม็ด คิดแล้วไม่ไปดีกว่า นั่งละเลียดอาหารเช้า จิบกาแฟ ดูฝนพรำๆ สายหน่อยถึงออกเดินเล่น โชคดีฝนหยุดสลับลงเม็ดบางๆ อากาศมัวซัว แต่เดินเที่ยวเล่นได้ จากที่พักบริเวณ Freedom square เดินไป Old town ได้ไม่ไกล ทางที่ดีหาแผนที่ 1 ใบ เดินเที่ยวไปเรื่อยๆ ตึกสวยๆตลอดทุกซอกทุกมุม ความแตกต่างจาก Old town ที่ผ่านๆมาคือ Tallinn Old town พยายามที่จะทำทุกอย่างให้คงอยู่ในยุคกลาง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ทาลลินน์ดูเป็นเมืองท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ นักท่องเที่ยวเยอะที่สุดเทียบจาก 3 ประเทศในบอลติคที่ผ่านมา จะว่าเป็นย่านจัดตั้งก็ไม่เชิง เพียงแต่มีนักท่องเที่ยวมากกว่าคนท้องถิ่น ต่างจากเมืองอื่นที่คนท้องถิ่นยังใช้ชีวิตกินอยู่ใน Old town ค่อนข้างเยอะ

estonia

มื้อกลางวันวันนี้เข้าร้านดังของเมือง “III Draakon (Kolmas Draakon)” หรือร้าน 3 มังกร ร้านตกแต่งสไตล์โบราณแท้ๆ ร้านอยู่ตรง Town hall เลย น้องสาวน้องชายข้ามเรือจากเฮลซิงกิมาสมทบด้วย เธอพามา เรียกร้านซุป 1 ยูโร แต่ตอนนี้มันขึ้นราคาเป็น 2 ยูโรล่ะ คนจะเยอะตลอดเวลา ต้องต่อแถวรอเข้าไปสั่ง โต๊ะนั่งก็มีน้อย ต้องอดทนรอ เราก็รอคิวประมาณ ½ ชม. แล้วก็ได้สั่งได้นั่งด้านใน ได้บรรยากาศมาก แต่กินยากเหลือเกิน มืดจนไม่รู้แทะอะไรไป 555 อาหารที่มีให้สั่งก็ ซี่โครงอบซ๊อส ซุป พายไส้ต่างๆ มีพายเนื้อกวางด้วย แต่สั่งมาหลายไส้มืดจนจำไม่ได้ว่าอันไหนคืออะไร แป้งอร่อยดี กินกับซุปเค็มๆร้อนๆ ใช้ได้

xpano_20160817_152712
Town Hall Square

บ่ายเดินเที่ยว Old Town ต่อไป เข้าไปดู City Museum พอได้บรรยากาศ บ่ายแก่ๆฟ้าเปิดสดใสดีใจมาก ขึ้น Tower ของ Kiek in de Kök ชมวิวเมืองเก่าเห็นอ่าวเป็นฉากหลัง สวยงาม เดินอ้อมมาด้านหลังจะมีร้านกาแฟ ต้องไต่บันไดขึ้นไป นั่งจิบกาแฟชมวิวเมืองได้อีก ราคาบวกค่าชมวิวพอรับได้

ในเมืองมีจุดชมวิวเมืองอยู่หลายจุด เช่น ยอดหอคอย Kiek in de Kök หรือร้านกาแฟด้านหลัง Neitsitorni Kohvik cafe, บนกำแพงของ Tallinn Town Wall, Patkuli viewing platform, Kohtuotsa viewing platform 2 ที่สุดท้ายเป็นจุดชมวิวฟรี วัยรุ่นก็ชอบไปนั่งชิล ไปจีบกัน

tallinn-view-1

เย็นเข้าร้านดังของทาลลินน์อีกร้าน Medieval Restaurant “Olde Hansa” อยู่แถวๆ Town Hall เหมือนเดิม ร้านนี้ดังจนขยายร้านออกไปอีกหลายห้อง ที่ดังคงเพราะมีเอกลักษณ์ แต่งร้านเป็นยุคกลาง พร้อมพนักงานทุกคนแต่งตัวยุคกลาง มีร้านขายของใช้สไตล์ยุคกลางด้วย ควรจองโต๊ะไว้จะได้ไม่ต้องรอ ร้านก็มืดๆสไตล์ยุคกลางอีกเหมือนเดิม กินยากแท้ 555

tallinn-food-1

จุดน่าสนใจใน Tallinn Old Town

  • Tallinn Town Hall Square : เปรียบได้กับลานคนเมือง มี Town Hall กับตึกสวยๆล้อมรอบ (มี Town Hall Pharmacy ที่ว่ากันว่าเก่าแก่ที่สุดในยุโรปอยู่ด้วย) ตัว Town hall เองก็ได้ชื่อว่าเป็น town hall ที่เก่าแก่ที่สุดในแถบบอลติคและสแกนดิเนเวีย ลานกว้างๆนี้ หน้าร้อนร้านตามตึกรอบๆจะเปิดที่นั่งด้านนอกให้นั่งกินดื่มได้ทั้งกลางวันกลางคืน วันเสาร์-อาทิตย์จะมีตลาดนัด คึกคักดี เดินสนุก
  • Katariina käik (St. Catherine’s Passage) : เรียกง่ายๆก็ทางเดินไปโบสถ์เซนต์แคธเทอรีน ระหว่างทางเดินเส้นสั้นๆนี้มีร้านค้า traditional ต่างๆ อยู่ในอาคารยุคศตวรรษที่ 15-17 เดินไปได้บรรยากาศยุคกลาง คนชอบไปถ่ายรูปกันเพราะดูสวยแปลกตาดี ส่วนตัวโบสถ์เดินไปสุดทางแล้วต้องเลี้ยวซ้ายไปหน่อย
  • Tallinn Town Wall หรือกำแพงเมือง มีทางขึ้นไปเดินบนกำแพงเมืองได้ เสียค่าเข้านิดหน่อย ในส่วนกำแพงเมืองไม่มีอะไรมากนัก แต่ถ้าวันอากาศดี ขึ้นไปชมวิวเมืองจากบนกำแพงเมืองได้
  • จุดชมวิว Kohtuotsa viewing platform เดินลัดเลาะไปบนเนินเขา Toompea Hill มีจุดชมวิวงามๆ มองเห็นกำแพงเมือง หอคอย และ หลังคาบ้านสีแดงๆ สวยคลาสสิค
  • โบสถ์ต่างๆ สวยงามดี ถ้ามีเวลาก็เข้าดูด้านในได้ หรือเดินถ่ายรูปจากด้านนอกก็สวยดีแล้ว เช่น Holy Spirit Church, Cathedral of St.Mary the Virgin (Dome church), Alexander Nevsky Cathedral, St. Olav’s church
  • Vabaduse väljak (Freedom Square) เป็นลานกว้าง มีโบสถ์ St. John และ Independence War Victory Column เสาแห่งอิสระภาพสีขาวเด่นเป็นสง่า พร้อมธงปลิวไสว เดินบันไดข้างธงขึ้นเนินไปด้านบน เพื่อไป Kiek in de Kök
  • Kiek in de Kök : ป้อมปืนใหญ่ที่มีหอคอยสูง 38 ม. ขึ้นไปด้านบนมองเห็นวิวเมืองได้รอบด้าน แถมด้วยนิทรรศการเกี่ยวกับสงครามยุคกลางตามชั้นต่างๆ ชั้นบนสุดมีร้านกาแฟด้วย แต่ลงไปนั่งร้านกาแฟด้านหลังตรง Neirsitorn Kohvik  ไต่กำแพงป้อมขึ้นไปจิบกาแฟได้บรรยากาศดี
  • Lennusadam (Seaplane Harbour) : เป็นพิพิธภัณฑ์เรือ น่าสนใจตรงที่ มีเอาเรือรบโซเวียตลำโตๆเข้าไปจอดอยู่ด้านใน ให้เข้าไปเดินดูได้ ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ชอบกันมาก เคยเห็นแต่ในหนังเพิ่งเคยเห็นของจริง นอกจากเรือดำน้ำก็มีอาวุธสงครามต่างๆ มีเรือมีเครื่องบิน พร้อมคำอธิบาย จัดแสงสีมลังเมือง ออกนอกอาคารไปด้านหลังติดอ่าว มีเรือจอให้ขึ้นไปชมได้อีกหลายลำ การเดินทางไปก็ยากอยู่เพราะห่างจากแหล่งท่องเที่ยวอื่น แนะนำให้เรียกแท็กซี่ไป

Kadriorg Palace (พระราชวังคาดริออก)

Kadriorg Palace อยู่ออกนอก Tallinn ไปไม่ไกล นั่งรถบัสหรือรถรางไปได้ เป็นวังเล็กๆ แต่มีสวนสวยๆสีสดใสในหน้าร้อน ด้านในของวังกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ รวมรวมศิลปะของรัสเซียและยุโรปไว้มากมายหลายชิ้น ตัวพระราชวังอายุเกือบ 300 ปีได้แล้วแต่ดูแลได้สวยงามดี เป็นสถาปัตยกรรมแบบบาร็อค ออกแบบโดยสถาปนิกอิตาเลี่ยนนามว่า Nicco Michetti สร้างตามคำสั่งของ พระเจ้าปีเตอร์มหาราชที่ 1 แห่งรัสเซีย ให้เป็นที่ประทับในฤดูร้อนของพระองค์และพระราชินีแคทเธอรีน

การเดินทางก็นั่งรถรางสาย 1 หรือ 3 ลงสถานี Kadriorg หรือรถบัสสาย 34A, 1A หรือสาย 8 ลงที่สถานี J.Poska ในเขต Kadriorg แล้วเดินมาอีก 4-500 ม. ระหว่างทางจะผ่านสวน Kadrioru Park สวยงามร่มรื่น ถ้าเดินเลยพระราชวังไปอีกนิดจะเจอ Vabariigi Presidendi Kantselei เป็นอาคารที่ทำงานของประธานธิบดี ที่เปิดโล่งไม่มีรั้ว ไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยอะไรนอกจากทหารยืนยามง่วงๆ 2 คน นักท่องเที่ยวก็เดินไปดูได้ ไปยืนถ่ายรูปเป็นที่ระลึกได้ด้วย มันทั้งเล็ก เรียบง่าย ทั้งเงียบเชียบ ก็ไม่น่าใช่สถานที่สำคัญมากๆหรือเปล่า อีกฟากถนนใกล้ๆพระราชวังก็มี Art Museum of Estonia สำหรับผู้รักศิลปะ เข้าไปชมได้ ถ้ามีเวลาเหลืออีก เดินเล่นต่อไปอีกไม่ไกลก็ถึงริมทะเลแล้ว

xpano_20160818_101806

จากเอสโตเนีย เราข้ามเรือไปเฮลซิงกิ ใช้เวลาพักผ่อนเยี่ยมเยียนน้องสาวน้องเขยอีก 1 สัปดาห์ ใช้วิซ่าเชงเก้นเหมือนกัน ไม่ต้องขอใหม่เพิ่มเติม จึงเป็นทริปที่เที่ยวได้คลอบคลุม (เหมือนเที่ยวสแกนดิเนเวีย ใช้วิซ่าเชงเก้นเที่ยวได้หมด) เอสโตเนียยังมีที่เที่ยวได้อีกเยอะ ออกไปนอกทาลลินน์ก็มีเมืองชายทะเล ระหว่างอยู่ในฟินแลนด์ก็ออกไปเที่ยวนอกเมืองเฮลซิงกิบ้าง เดินในเมืองบ้าง เอาไว้มาเล่าต่อในตอน ทริปเยี่ยมญาติ

ดูรูปเพิ่มเติมในแกลเลอรี่ Estonia Photo Gallery

estonia-gall


5 thoughts on “Baltic Trip [Part 3] : Estonia

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s