13 days England-Scotland Part-1 [Oxford]

Trip : EnglandScotland [November 2017] Part 1

13 days England-Scotland Part-1 | Part-2 | Part-3 | Part-4 | Part-5 | Part-6Part-7 | Part-8 | Part-9Part-10 | Part-11 | end

 

เลือกบินด้วยสายการบิน Etihad เพราะเวลาดี ราคาก็ดีงาม ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิสองทุ่มกว่าๆไปถึงอาบูดาบีราวๆเที่ยงคืน รอเปลี่ยนเครื่องชั่วโมงกว่ากำลังพอดี ออกบินตอนตีสองครึ่ง ไปถึงลอนดอนเจ็ดโมงเช้า ถ้าเป็นคนนอนหลับบนเครื่องได้ ก็จะสบายมาก ลงแล้วจัดแจงเช็คอินเข้าที่พักก็ออกเที่ยวได้เลย ไม่เสียวันเสียเวลา

เครื่องบินถึงลอนดอนตามเวลา ไม่ได้มาอังกฤษร่วม 30 ปี สนามบินฮีทโทรว (Heathrow Airport) ผ่านการปรับปรุงสวยงามทันสมัย ที่เหมือนเดิมคือนักเดินทางเต็มสนามบิน เรา 2 คนผ่านตม.เรียบร้อยไม่มีปัญหา จนท.ถามพอเป็นพิธีว่าเธอจะไปเที่ยวที่ไหนบ้างก็เล่าๆให้ฟังไป พร้อมเอา Trip plan และใบจองที่พักจองรถ อะไรต่างๆให้เธอดู ก็ผ่านฉลุย

ออกมารับกระเป๋า แล้วออกไปหาซื้อ sim card มาใช้หน่อย มีตู้กดแบบอัตโนมัติกดซื้อมาใส่เอง activate เองได้เลย แต่ไม่มีขนาด GB ที่เราต้องการ เลยเดินไปซื้อที่เคาเตอร์ให้คนขายใส่ให้ activateให้เรียบร้อย (เลือก EE sim เพราะรีวิวว่าสัญญานครอบคลุมดี ออกนอกเมืองก็ไม่ต้องกลัว ส่วนเราเองซื้อ sim2fly มาจากเมืองไทย มีทั้ง 2 แบบ ก็คงไม่ต้องห่วง น่าจะทดแทนกันได้ตลอดเวลา)

จบจากเรื่องโทรศัพท์ก็มองหาป้ายขึ้นรถไฟ สัญญลักษณ์วงกลมสีแดงที่น่าจะคุ้นตานักท่องเที่ยวดี เดินตามป้ายบอกทางไป ถึงทางเข้าต้องซื้อบัตรก่อน ถ้าคุณอยากไปเร็วๆก็ซื้อ Heathrow Express ราคาก็แพงหน่อยแต่นั่งยาวไปลง Paddington station ได้เลยแค่ 15 นาที แต่เราไม่รีบเลยจะนั่งรถไฟธรรมดาที่เรียกกันว่า tube เข้าเมือง ซึ่งซื้อบัตรเป็นเที่ยวก็ได้ แต่เราตั้งใจมาซื้อ Oyster card อยู่แล้วเพราะจะใช้เดินทางในลอนดอนด้วย ไปยืนดูตู้กดซื้อบัตร ก็ไม่ได้ยากเย็นซับซ้อนอะไร เพียงแต่มันไม่รับธนบัตร 50 ปอนด์ ตอนแลกเงินมาไม่ได้ใบย่อยๆมาเลย เปลี่ยนไปซื้อบัตรที่ร้านขายของใกล้ๆกัน (ส่วนมากร้านขายของพวกนี้จะเป็นที่ขายตั๋วรถไฟ รถเมล์ ในหลายๆประเทศ หาอะไรไม่เจอเข้า Convenient store ไว้ก่อนเลย)

ที่เหลือก็อาศัยประสบการณ์ในการโดยสารรถไฟฟ้าของเราเอง ดูสถานีที่จะไปเดินไปให้ถูกชานชาลา ถ้าต้องต่อสายอื่นก็ลงแล้วดูป้ายดีๆ ระวังขึ้นผิดฝั่งวนกลับไปที่เดิม ทริปดีมีโชคเริ่มต้นที่จะต้องต่อรถ 1 ครั้งง่ายๆ กลายเป็นต้องต่อ 2 ครั้ง เพราะรถขบวนที่ขึ้นไปเสีย ไปจอดสถานีเล็กๆที่ต้องแบกกระเป๋าเดินขึ้นบันไดเพื่อข้ามชานชาลาไปต่ออีกขบวน การท่องเที่ยวมีรดชาติอย่างนี้แล แต่ก็ไปถึงสถานี Paddington ได้โดยไม่หลง แค่เหนื่อยกว่าที่ควรจะเป็น ที่พักที่เลือกอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟใต้ดิน หาไม่ยาก เข้าไปทำเช็คอินแล้วก็ออกลุยลอนดอนกัน

         

         

         

1. ไปลอนดอนทั้งทีต้องดู Sherlock Holmes สร้างอารมณ์ร่วมสักหน่อย 2. สายการบิน Etihad เป็นสปอนเซอร์หลักของทีม Manchester City บนเครื่องเลยมีบอลพรีเมียร์ลีคให้ดู ช้ากว่าเวลาเตะจริงนิดหน่อย 3. รอต่อเครื่องที่อาบูดาบี แค่พอง่วง 4. Heathrow Airport เป็นสนามบินที่ติดอันดับมีนักท่องเที่ยวเยอะตลอดทุกปี 5. ตู้ขายซิมการ์ดมือถือแบบหยอดเหรียญวางเรียงเคียงข้างตู้น้ำอัดลมตู้ขนม 6. ซื้อ Oyster card ที่ร้านสะดวกซื้อ เพราะตู้อัตโนมัติไม่รับแบงค์ 50£  7. นั่ง Tube เข้าเมืองแสนสะดวกสบาย 8. ดูขบวนรถที่กำลังเข้าชานชาลา และเที่ยวต่อไป ที่ป้ายบอกเที่ยวรถ 9. สไตล์บ้านแบบอังกฤษแท้ๆ ปรับปลี่ยนมาทำเป็นโรงแรมกันเยอะ

 

ตามจริงแล้ว เราสามารถเดินข้ามถนนจากที่พักไปสถานีรถไฟเพื่อนั่งรถไฟไปเที่ยวออกซ์ฟอร์ดตามแผนของเราได้เลย แต่เราต้องไปรับ London pass จาก kios แถว Westminster ก่อน (เราซื้อ London pass แบบ 1 day นี้มาจากเคาเตอร์ขายทัวร์ตอนไปยื่นวีซ่า ถ้าสนใจให้ไปดูได้ เขาจะขายตั๋วขายแพคเกจท่องเที่ยวต่างๆเยอะเลย มีลดราคาให้ด้วย ซื้อที่ไทยแล้วก็ไปรับบัตรที่ kios ที่อังกฤษ) พวกเราก็เลยนั่ง Tube ไป Westminster กันก่อน นับว่าโชคดีเพราะว่าวันนี้ฟ้าเปิดสดใส ได้ชมวิวแถบนั้นตอนอากาศดี แต่ในโชคดีก็มีโชคร้าย Bigben กำลังซ่อม! จึงได้รูปบิ๊กเบนที่ล้อมรอบด้วยนั่งร้านมาเป็นที่ระลึกซะงั้น

         

1. เริ่มต้นการเที่ยวลอนดอนด้วยการโผล่ขึ้นจากรถไฟใต้ดินที่สถานี Westminster 2. โผล่ขึ้นมาก็เจอ Westminster bridge เดินขึ้นมาเที่ยวชม ถ่ายรูป London eye สักหน่อย 3. น้ำตาซึมเล็กๆเมื่อโผล่ขึ้นมาแล้วพบว่า Bigben โดนล้อมด้วยนั่งร้าน T__T

เดินเล่นชมวิวพักเดียวก็เดินไปรับบัตรแล้วรีบกลับไปขึ้นรถไฟเพื่อไปเที่ยวออกซ์ฟอร์ดตามแผน ดูตารางรถไฟจากเวปแล้วเหมือนจะไม่ทันเที่ยวที่ต้องการ แต่ก็วิ่งไปที่ช่องขายตั๋ว ลุงคนขายมองหน้าแล้วบอกว่า มีซิ ไปออกซ์ฟอร์ดนะ ซื้อแบบไปกลับไว้เลยจ่ายเงินเสร็จ ลุงก็บอก “ไปชานชาลา 10 นะ เดี๋ยวนี้เลย รถจะออกใน 10 นาที” เฮ้ย! ข้าวกลางวันยังไม่ได้กินเลย ตัดสินใจวิ่งไปซื้อฮ็อตด็อกกับน้ำคนละขวด เอาขึ้นไปนั่งกินบนรถไฟก็ได้ฟะ รีบซื้อรีบวิ่งไปขึ้นรถ โอ้ว…แม่เจ้า ไม่มีที่นั่ง คือที่เต็ม เต็มจริงๆ ต้องนั่งตรงบันได เพิ่งรู้ว่าอังกฤษก็มีแบบนี้ด้วย นึกว่าอยู่อินเดีย สถานีต่อไปก็มีคนขึ้นมาอีก และขึ้นมาอีกจนเต็มพื้นที่ว่างหน้าบันได ภาพฝันที่จะนั่งกินฮ็อตด็อกชมวิวระหว่างทางก็กลายเป็นนั่งกับพื้นตรงบันไดแทะฮ็อตด็อกกับหมู่มวลมนุษย์ที่ยืนเป็นปลากระป๋องเหมือน BTS ตอน 7 โมงเช้า

ระยะทางประมาณ 90 กม. รถไฟใช้เวลาวิ่งราว 1 ชม. ถึงจุดหมายปลายทางที่ออกซ์ฟอร์ด รถขบวนนี้วิ่งต่อไปอีกปลายทางที่ไหนก็ไม่รู้ ลงมาที่สถานี อย่าลืมดูตารางรถเที่ยวกลับไว้ด้วย จะได้กะเวลาเดินเที่ยวและเดินกลับมาได้พอดี เรามาถึงออกฟอร์ตราวๆ 13:45 ช้ากว่าแผนที่วางไว้ แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร เที่ยวได้แค่ไหนก็แค่นั้น ดูตารางแล้วก็กะเวลากลับรถไฟเที่ยว 5 หรือ 6 โมงเย็น จากนั้นก็ออกเดินจากสถานีรถไฟเข้าในเมือง เดินได้สบายๆ อากาศดี เดินชมเมืองไปเรื่อยๆ จุดหมายแรกคือ Christ Church College รีบไปต่อแถวซื้อตั๋วเข้า โชคดีว่าคนไม่เยอะแถวไม่ยาว เข้าไปเดินเที่ยวดู The Great Hall โถงห้องอาหารที่เป็นต้นแบบห้องโถงในแฮรี่ พอตเตอร์ แล้วก็เดินเที่ยวชมในโบสถ์ ชมลานกว้างอันเป็นสัญญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด [ดูรายละเอียดเพิ่มที่ England & Scotland แดนเวทมนต์ | ว่าด้วยสถานที่เที่ยวเกี่ยวกับแฮรี่พอตเตอร์

The Great Hall โถงห้องอาหารที่เป็นต้นแบบห้องโถงในแฮรี่ พอตเตอร์

จากนั้นก็เดินต่อไปที่ Radcliffe Camera อาคารทรงกระบอกครอบด้วยโดม เป็นสัญญลักษณ์อีกแห่งของออกซ์ฟอร์ต เป็นฉากในหนังหลายเรื่องเลย ใกล้ๆกันเป็น ห้องสมุด (Old Bodleian Library) ข้างในห้องสมุดสวยงามมาก สามารถซื้อตั๋วเข้าไปเดินดูได้ ใกล้ๆกันอีกนิดคือ St. Mary Tower ขึ้นบนหอคอยไปชมวิวเมืองได้ อยากขึ้นมาก แต่ด้วยว่าหอคอยทั้งเล็กและแคบ จึงต้องจำกัดจำนวนคนขึ้น ต้องไปนั่งรอคิวขึ้น เข้าไปดูแล้ว คิวยาวมาก นั่งรออยู่ 15 นาที คิวไม่ขยับ คือคนไม่ลงมาก็ไม่ให้ชุดต่อไปขึ้น เลยไม่รอล่ะ ออกมาเดินเล่นต่อดีกว่า เดินเลยจาก Bodleian Library ไปนิดเดียวเป็น Bridge of Sighs ที่ใครๆก็มาแวะถ่ายรูปเป็นทีระลึก Bridge of Sighs มีชื่อทางการว่า สะพาน Hertford เพราะเป็นทางเดินเชื่อมอาคารของวิทยาลัยฮาร์ดฟอร์ด แต่ด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงามคลาสสิค นักท่องเที่ยวเลยชอบมาถ่ายรูปกัน

เท่าที่เดินดูนั่นคือไฮไลต์ ถ้ามีเวลาทั้งวันก็เดินเที่ยวได้อีกหลายที่ ออกซ์ฟอร์ตเป็นเมืองเก่าที่มีโบสถ์ มีมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยมากมาย ห้องสมุดดูสวยและลึกลับแบบที่เห็นในหนังมีอยู่หลายที่ ออกมาเดินชมเมืองก็มีอาคารสวยๆเยอะมาก ร้านขายของ ขายขนม ขายอาหารก็มี เราก็เดินเที่ยวไปเรื่อยๆ

Radcliffe Camera อาคารทรงกระบอกครอบด้วยโดม เป็นฉากในหนังหลายเรื่องเลย จำได้กันบ้างหรือไม่

ขากลับ ก่อนถึงสถานีรถไฟสัก 2 แยก ตรง Oxford castle จะมี Castle mound เป็นเนินเขาเตี้ยๆ ตามประวัติบอกว่าเป็นเนินดินที่มาจากการขุดคูเมืองเอาดินมาถมๆจนกลายเป็นเนินเขา มองขึ้นไปเห็นมีคนเดินเล่น,ถ่ายรูปข้างบนกันเยอะ เราก็เลยขึ้นไปบ้าง สามารถนั่งชมพระอาทิตย์ตกได้เลย แต่วิวไม่ค่อยแจ่มเท่าไหร่เพราะสูงไม่มากไม่พ้นยอดอาคาร เลยนั่งเล่นไม่นาน ก็ลงมาเดินกลับสถานีรถไฟ ความสนุกคือรถไฟเที่ยวที่หมายตาไว้ยกเลิก คราวนี้ก็ยืนกันแบบเอาไงดีวะ ทั้งไทยทั้งฝรั่งก็แตกกระเจิง หารถไฟเที่ยวอื่นๆกันตามสะดวก จะบอกว่ารถไฟที่อังกฤษนี่เดี๋ยวเลื่อน เดี๋ยวยกเลิก เดี๋ยวเปลี่ยนสถานีปลายทาง ให้มาก่อนเวลาแล้วดูป้ายบอกเที่ยวรถอีกที เราเจอแบบนี้ตลอดทริป ต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนตามเหมาะสม สรุปว่าเราได้รถที่กลับลอนดอนเที่ยว 6 โมงกว่า แต่ไม่ได้เข้าสถานีแพดดิงตั้นหน้าบ้าน ต้องไปลงสถานี Edgware Road ก็เอาล่ะ ค่อยไปต่อรถใต้ดินกลับอีกต่อ

         

         

ลานกว้างด้านใน มหาวิทยาลัย Oxford เป็นมุมที่ใครๆก็ไปถ่ายรูป 

         

         

1. ซื้อตั๋วรถไฟไปออกซ์ฟอร์ด ซื้อแบบไปกลับเลยก็ได้นะ 2. Taxi หน้าตาแบบนี้เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของอังกฤษ 3. Oxford เมืองน่ารัก 4. ตึกสวยๆใน Oxford 5. เมืองที่มีเสน่ห์ด้วยอาคารสวยงามทั้งถนน 6. ยิ่งเย็นคนยิ่งเยอะ ออกมาเดินเที่ยวกันเต็มถนน

 

1.  War Memorial Garden มุมสวยๆด้านในของ Christ Church 2. อาคารเก่าแก่แค่ไหนดูจากไม้เลื้อยตามผนังได้เลย  3. ด้านในของ Oxford Cathedral  4. เดินอ้อม Radcliff camera ไป จะเจอสะพานถอนหายใจ Bridge of Sighs 5. Castle mound เป็นเนินเขาเตี้ยๆบริเวณ Oxford castle เดินขึ้นไปชมวิวเมืองออหซ์ฟอร์ดและชมพระอาทิตย์ตกได้  6. ยามเย็นในเมืองออกซ์ฟอร์ด

วันนี้วันแรก มาถึงก็เที่ยวเลยกว่าจะกลับถึงที่พักก็ค่ำมืด ก็หมดแรงอยู่เหมือนกันนะ เลยหาอะไรทานแถวๆที่พักนั่นแหละ ย่านแพดดิงตั้นนี่คึกคัก ร้านรวงเยอะแยะ วันนี้เลือกร้านเลบานอน สุ่มมั่วเอา ก็กินได้นะ ไม่ได้แปลกประหลาดอะไรนัก อิ่มแล้วกลับห้องสลบไสล เพื่อลุยลอนดอนต่อพรุ่งนี้

    
Greek salad / Grilled Lamb chops ในร้านเลบานอนแถวแพดดิงตั้น 

Day 1 Walking tips

Oxford station – Tom Tower – Christ Church Cathedral – Radcliffe Camera – Bridge of Sighs – Castle Mound

 

 

 

 

 


12 thoughts on “13 days England-Scotland Part-1 [Oxford]

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s