บทส่งท้าย England-Scotland [November 2017]

บทส่งท้าย EnglandScotland [November 2017]

ทริปอังกฤษ-สก็อตแลนด์ 13 วัน เมื่อปลายปี 2017 ของเรา ได้เล่ายาวเป็นมหากาพย์ไปแล้ว 11 ตอน ละเอียดบ้าง หยาบบ้าง น่าจะพอให้คนที่กำลังจะไปได้นึกภาพออก และเป็นข้อมูลเล็กๆน้อยๆในการวางแผนการเดินทาง สำหรับคนที่ยังไม่เคยไปก็หวังว่าพอจะเป็นแรงบันดาลใจให้เก็บเงินเพื่อไปสัมผัสด้วยตัวเองได้

13 days England-Scotland Part-1 | Part-2 | Part-3 | Part-4 | Part-5 | Part-6 | Part-7 | Part-8Part-9 | Part-10Part-11 | end

VISA

อังกฤษ-สก็อตแลนด์ใช้วีซ่าเดียวกัน รวมไปถึงเวลส์และไอร์แลนด์ด้วย การขอวีซ่าก็ไม่ได้แปลกประหลาดกว่าการของวีซ่าทั่วไป

  • หลักฐานส่วนตัว เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อ นามสกุล ทะเบียนสมรส
  • หลักฐานการงาน เช่น หนังสือรับรองบริษัทฯ กรณีเป็นเจ้าของธุรกิจก็ใช้ทะเบียนบริษัทฯ
  • หลักฐานการเงิน เช่น ฺBank guarantee / statement ถ้ามี sponsor ก็ใช้หนังสือรับรองการเป็นสปอนเซอร์และหลักฐานทางการเงินและหลักฐานรับรองข้อมูลของสปอนเซอร์
  • รายละเอียดแผนการเดินทาง ทำเป็นโปรแกรมคร่าวๆ พร้อมใบจองที่พัก ใบจองตั๋วเครื่องบิน (อันนี้ถ้าคนเคยเดินทางจะรู้ว่า มีการทำจองแบบยกเลิกได้ จึงควรทำจองไปให้ครบทั้งทริปเลย แล้วยกเลิก/เปลี่ยนแปลง เอาหลังจากได้วีซ่าแล้วก็ได้นะ)

* เอกสารทุกอย่างให้ออกเป็นภาษาอังกฤษ เอกสารภาษาไทยเช่น ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส ถ้าทำแปลและรับรองไปด้วยก็ดี แต่บางคนก็บอกว่าเจ้าหน้าที่แค่ดูแต่ไม่ได้เอาไป ของเราแปลไปหมดทุกอย่าง เจ้าหน้าที่ก็เอาไปทั้งหมดยกเว้นทะเบียนบ้าน

 

เข้าเวปไซต์ https://www.visa4uk.fco.gov.uk/home/welcome  ทำการลงทะเบียน แล้วเลือกการยื่นวีซ่า กรอกข้อมูลให้ครบ ซึ่งก็เยอะอยู่ แต่น้อยกว่าของอเมริกา ข้อแนะนำมีอย่างเดียวคือ ตอบตามความจริง ตอนแรกๆจะมีให้เลือกภาษาในการกรอกแบบฟอร์มเลือกภาษาไทยไปก็ได้ จะมี ภาษาไทยคู่กับภาษาอังกฤษมาเพื่อความเข้าใจดีขึ้น ตรวจเช็คข้อมูลให้ถูกต้องก่อนกดยืนยันการสมัคร วีซ่าท่องเที่ยวขั้นต่ำเป็นวีซ่าประเภท 6 เดือน (มากกว่านั้นมี 2 ปี 5 ปี) เลือกแบบ 6 เดือนค่าวิซ่า 125$ จากนั้นก็เป็นการจ่ายเงิน แล้วถึงจะสามารถเข้าไปทำการจองวันเวลาเพื่อยื่นเอกสารตัวจริงได้

เมื่อทำการยืนยันข้อมูลพร้อมจ่ายเงินเรียบร้อยแล้วจะมีลิงค์ให้เราดาวน์โหลดออกมาพิมพ์ เมื่อถึงวันเวลานัดหมายให้เอาเอกสารที่พิมพ์พร้อมหลักฐานแนบทั้งหมด ไปที่ยื่นขอวีซ่า อาคาร trendy office ซอยสุขุมวิท 13 ชั้น 28 ทำผมแต่งหน้าไปให้สวยด้วยเพราะเขาจะเรียกไปถ่ายรูป 5555 เมื่อถ่ายรูปเสร็จจะได้รับใบเสร็จ เจ้าหน้าที่จะถามว่าจะสมัคร SMS ไหม (ค่าบริการ 85 บาท) แนะนำว่า ไม่ต้องเอา เพราะมีอีเมล์มาแจ้งอยู่แล้ว

จากนั้นก็รอ ซึ่งในระหว่างนั้นหากเจ้าหน้าที่ต้องการเอกสารเพิ่มเติมหรือมีข้อสงสัยจะมีการติดต่อกลับมาตามหมายเลขโทรศัพท์ที่เราแจ้งไว้ในเอกสาร สุดท้ายจะมี eamil มาแจ้ง “Your processed visa application has been received at the Visa Application Centre” นั่นคือหนังสือเดินทางของเราได้ถูกส่งคืนมาที่ศูนย์รับยื่นวีซ่าแล้ว ให้เราไปรับเล่มคืนได้ ซึ่งไม่ได้บอกว่าวิซ่าผ่านหรือไม่นะ แค่บอกว่าเล่มกลับมาแล้ว ก็ไปรับเล่มคืนได้ เวลารับวีซ่าคือช่วงบ่าย 13.30 น.เป็นต้นไป ของเราใช้เวลาประมาณ 3 วันก็ได้ email ตอบกลับว่าให้ไปรับเล่มคืนแล้ว

NOTE: ล่าสุด มิถุนายน 2018 การขอวิซ่าอังกฤษมีปรับระบบใหม่อีกนิดหน่อย ในหน้าแรกจะมีให้กดไปทำการใช้ “์New Service” แต่ขั้นตอนก็ไม่ต่างจากที่เราขอตอนปลายปี 2017 มากนัก

FLY

มีสายการบินมากมายไปอังกฤษ และสก็อตแลนด์ สามารถเลือกได้ตามสะดวก เราเลือกใช้บริการ Etihad เพราะราคาได้ เวลาดี บินกลางคืนถึงเช้า ได้เที่ยวช่วงบ่าย ไม่เสียเวลา Bangkok – Heathrow เปลี่ยนเครื่อง 1 ครั้งที่ Abudabi ไม่มีปัญหา สะดวกสบาย สนามบินดี แต่คนเยอะ ขากลับเลือกที่จะบินกลับจากสก็อตแลนด์เลย ไม่วนกลับมาลอนดอน Glasgow – Bangkok ขากลับเปลี่ยนเครื่อง 2 ครั้ง Dublin,  Ireland แล้วถึงไป Abudabi, Arab Emirate ก็ใช้เวลานานกว่าขามาแต่ไม่มีปัญหาสำหรับเรา เลือกแบบนี้เพราะเวลาขากลับกำลังเหมาะ สิริรวมราคา 28,xxx บาท (ราคา ธันวาคม 2017)

ที่นั่งถือว่าใช้ได้ มีจอทีวีแยก ไปลอนดอนทั้งทีก็เปิด เชอร์ล็อค โฮมส์ เรียกน้ำย่อยไปก่อน แถมบินวันเสาร์มีฟุตบอลพรีเมียร์ลีคให้ดูด้วย (เฉพาะคู่แมนเชสเตอร์ซีตี้ที่ Etihad เป็นสปอนเซอร์นะ ดีเลย์กว่าเวลาจริงไม่เกิน 1/2 ชม.) อาหารก็ใช้ได้ กินอิ่มนอนหลับ รับได้

       

       

SLEEP

ประเทศอังกฤษมีชื่อเสียงว่าราคาที่พักแพงเป็นอันดับต้นๆของยุโรป โดยเฉพาะในลอนดอนยิ่งแพงมาก สกอตแลนด์ราคาที่พักจะถูกกว่านิดหน่อย แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าราคาค่อนข้างสูง การเลือกที่พักก็เลือกความสะดวกเป็นหลัก แล้วก็เลือกราคาที่พอไหว จะ Hotel, Hostel, Guesthouse หรือจะเป็น B&B ก็แล้วแต่งบประมาณ ตัวอย่างที่พักที่เราใช้บริการ ตามนี้ (ราคา ณ พฤศจิกายน 2017)

  • London : St. David’s Hotels Paddington  | 90£ w/BF | No Carpark | free Wifi
    จองผ่าน booking.com เลือกที่นี่เพราะอยู่ใกล้สถานีรถไฟ/รถไฟใต้ดิน Paddington และราคาอยู่ในงบ ห้องพักธรรมดามาก ห้องนอนแคบ ห้องน้ำแคบ แต่โดยรวมก็นอนได้อุ่นสบาย ไม่มี Complimentary อะไรเลยแม้แต่น้ำสักขวด ไม่มีที่เป่าผม ไม่มีกาต้มน้ำ ไม่มีรองเท้าในห้อง แพงสมเป็นที่พักในลอนดอน เป็นบ้านสไตล์อังกฤษแท้ๆที่เอามาทำที่พัก ไม่มีลิฟต์แบกกระเป๋าขึ้นไปนะ อาหารเช้าในห้องอาหารชั้นใต้ดิน พอใช้ได้กินอิ่ม บริเวณโดยรอบมีร้านอาหาร ร้านขายของ สะดวกมาก อยู่แถบนี้ไม่อดตายแน่นอน

      

  • Bath : The Windsor Town House | 109£ W/light BF | Carpark w/fee | free Wifi 
    เลือกที่นี่เพราะกดผิด กดเป็น Booking แบบ Non-refund ตอนจองคงง่วงมากไปหน่อย แต่ยกเลิกไม่ได้ก็เอาเลยแล้วกัน ราคาเกินงบที่ตั้งใจไปหน่อย แต่ที่พักดีจริงๆ สวยงาม สบาย สะอาด สะดวกมาก อยู่ใกล้ Pulteney Bridge จอดรถแล้วเดินเที่ยวได้เลย แต่ที่จอดรถต้องเสียเงินให้ที่พัก 12£/วัน  โดยหาที่จอดริมถนนเอาเองแล้วมาเอาป้ายจากที่พัก (Resident Permit Tags) ไปวางหน้ากระจก ดูให้ดีด้วยต้องไม่ใช่ที่จอดแบบหยอดเหรียญ เราวน 2 รอบถึงได้ที่จอดของ Residents ที่พักไม่มีลิฟต์เหมือนเดิม แบกกระเป๋าขึ้นบันไดไป 2 ชั้น อารมณ์เหมือนไปพักบ้านญาติ แต่หรูหราหน่อย มีอุปกรณ์ครบครัน สมราคา 100 ปอนด์ มีอาหารเช้าแบบ light ให้ คือมีแต่ซีเรียลกับน้ำผลไม้ ถ้ากินอย่างอื่นต้องจ่ายเพิ่ม แต่ที่นี่เค้าภูมิใจนำเสนอว่าได้รับรางวัล อาหารเช้าดีเด่นประจำปี อาหารก็จะมาดูดีมีชาติตระกูลสมตำแหน่ง

     

        

  • Broadway : The Lodge at Broadway | 83£ (No BF) | free Car park | free Wifi 
    Boutique Hotel ตกแต่งน่ารัก น้อง Reception คนสวย ไม่ได้อยู่ตลอดเวลา มาอยู่เจอลูกค้าให้การ์ดเข้าห้องกับการ์ดเข้าประตูหน้าแล้วก็จากไป ห้องพักสวยงามเก๋ไก๋ มีอุปกรณ์ครบครัน ทั้งกาต้มน้ำ ชากาแฟ ที่เป่าผม อุปกรณ์อาบน้ำ เสียข้อเดียวคือที่พักหายาก ป้ายไม่ชัดเจน ที่พักหลบเข้าไปด้านในอีกต่างหาก และที่จอดรถมีแค่ 2-3 ช่อง (เฉพาะของที่พัก มีป้ายบอก ช่องอื่นเป็นของคนอื่น) และที่จอดต้องอ้อมไปเข้าซอยด้านหลัง มาถึงตอนมืดวนไป 4-5 รอบ กว่าจะเจอ ใครจะไปพักพิกัดง่ายคืออยู่ตรงข้ามร้าน “Broadway Deli” ซึ่งที่ Broadway Deli นี่เปิดแต่เช้า ขายอาหารเช้า และผักผลไม้ ร้านน่ารักน่านั่งมาก เหมือนเป็นสภากาแฟยามเช้า ที่พักไม่มีห้องอาหาร น้อง Reception เลยแนะนำให้ข้ามมาทานอาหารเช้าที่นี่

       

  • Liverpool : Green Park Hotel | 75£ (Wo/BF) | free Car park | free Wifi
    ที่พักในลิเวอร์พูลมีหลากหลายราคา แต่เราไปในช่วงสุดสัปดาห์ที่มีฟุตบอล เช็คที่ไหนก็เต็มหมด เหลือแต่ที่ไกลๆ ถ้าในตัวเมืองหน่อยเหลือแต่ 5 ดาว แม้แต่ AirBNB ยังเต็ม สุดท้ายจองได้โรงแรมเกรด 2 ดาวออกนอนตัวเมืองมาไม่ไกล ตัวตึกจะเก่าๆหน่อย ห้องพักก็เก่าๆหน่อย แต่อาคารค่อนข้างใหญ่ ห้องพักก็กว้าง ไม่มีลิฟต์เช่นกันแบกขึ้นบันไดไปตามเดิม ราคาไม่รวมอาหาร ดีที่มีลานจอดรถหน้าตึกกว้างขวาง จอดฟรี จะเข้าเมืองก็เดินไปขึ้นรถเมล์ ซึ่งป้ายอยู่ไม่ไกล นั่งเข้าเมืองก็ไม่กี่ป้าย แต่ละแวกที่พัก ไม่ค่อยมีร้านอาหาร ต้องเดินไปอีกแยก หรือ 2 แยกถึงพอมีร้านอาหาร

      

  • Manchester : Trafford Hall Hotel | 30£ (Wo/BF) | free Car park | free Wifi
    เป็นโรงแรมใหญ่โตพอสมควร บริหารโดยคนเชื้อสายแขก ลูกค้ามาพักเน้นไปทางโพกผ้า แต่โรงแรมไม่เหม็น สะอาดดี มีลานจอดรถกว้างขวาง ปลอดภัย มีร้านอาหารอินเดียบริการ แต่เดินจากโรงแรมไปที่สี่แยกมีร้านอาหาร มี Sport bar ให้พอฝากท้องได้ เป็นที่พักราคาถูกที่สุดในทริปนี้เลย ช่วงวันที่มีฟุตบอลแข่ง น่าจะเต็มเราไปพักหลังวันแข่ง ห้องว่างเพียบ ขอห้องชั้นล่างเพราะไม่อยากแบกกระเป๋าขึ้นบันได แต่ก็ลากไปไกลอยู่เพราะโรงแรมค่อนข้างใหญ่ สะอาดพอใช้ได้ เกรดประมาณ 3 ดาว จากโรงแรมสามารถเดินไปเที่ยวสนาม Old Trafford ได้เลย ไม่ต้องเอารถไป

   

  • York : ibis York Centre | 64£ (Wo/BF) | Car park w/ fee | free Wifi
    โรงแรมมาตรฐาน ibis เป็นโรงแรมแรกที่มีลิฟต์ ibis ที่ York มีสาขาใน Old town ด้วย เลือกดีๆว่าต้องการที่ไหน เราเลือกสาขานี้ เพราะอยู่ใกล้สถานีรถไฟ York ที่เราคืนรถเช่าตอนมาถึง และวันรุ่งขึ้นก็ขึ้นรถไฟไปสกอตแลนด์ได้สะดวก จากโรงแรมเดินเข้าเมืองก็ไม่ไกล ขึ้นกำแพงเมืองตรง Micklegate ได้เลย ตัดสินใจเพิ่มอาหารเช้าอีกคนละ 7£ สะดวกสบาย

      

  • Edinburgh : Travelodge Edinburgh Central Princes Street | 67£ (No BF) Wifi 3£/day
    เลือกโรงแรมนี้เพราะทำเลอีกเช่นเคย Travelodge สาขานี้อยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟเลย เรามาถึงเอดินเบอระมืดแล้วไม่อยากเดินไกล นับว่าสะดวกมาก สาขานี้ไม่มีห้องอาหาร แต่ไม่เป็นปัญหาเพราะอยู่ในย่านเมืองใหม่ มีร้านอาหารเยอะแยะ แต่กลางคืนเปลี่ยวพอสมควร เพราะทางเข้าโรงแรมอยู่ในซอกตึก นับว่าเป็นโรงแรมที่วิวสวยใช้ได้ ถ้าห้องอยู่ฝั่งมองเห็นเมืองเก่าจะได้วิวดีๆยามเช้า

      

  • Dalmally : Muthu Dalmally Hotel | 66£ (W/BF) | free Car park | free Wifi
    โรงแรมมาตรฐานดี กลางหุบเขา เลือกพักที่นี่เพราะใกล้ Kilchurn Castle ที่เราต้องการไปถ่ายรูปตอนเช้า และอยู่ไม่ไกลจาก Glasgow ซึ่งเราต้องกลับไปขึ้นเครื่องช่วงเย็น ที่พักดี บริการเยี่ยม มีห้องอาหารใหญ่บริการ แต่ยังไงก็ไม่มีทางเลือกอื่นเพราะเมืองเล็กมากแทบหาร้านอาหารไม่ได้ต้องกินที่นี่แหละ

       

TRAVEL

การเดินทางท่องเที่ยว ในเมืองต่างๆก็ใช้บริการรถไฟ รถราง รถเมล์ หรือแท้กซี่ เลือกใช้บริการตามถนัด ไม่ยากเพราะมีป้ายบอกชัดเจน รวมทั้งมี app ให้หาหมายเลขขบวนรถไฟ หรือรถเมล์ได้ พร้อมทั้งบอกเวลารถมา

      

เที่ยวในลอนดอน ใช้บริการรถไฟใต้ดิน “Tube” สะดวกมากเพราะระบบรถไฟใต้ดินของอังกฤษถือว่าเก่าแก่ที่สุดในโลก จึงมีเครือข่ายเป็นใยแมงมุม ไปได้ทั่ว หรือใช้รถเมล์ แต่รถแท็กซี่คราวนี้ไม่ได้ใช้บริการเลย เพราะมันแพง นั่ง Tube ดีสุด ซื้อบัตรเติมเงิน Oyster card ไว้ใช้ แล้วก็เลือกซื้อ London pass คู่กันไป หรือจะซื้อ Travel card ใช้เดินทางก็มีคูปองสิทธิประโยชน์ในการซื้อบัตรเข้าที่ท่องเที่ยวให้ เลือกใช้ตามความเหมาะสมของแผนการท่องเที่ยวของแต่ละคน

  • Oyster card เป็นบัตรเติมเงินใช้โดยสารรถไฟใต้ดินได้ โดยมีการทำระบบแบ่งพื้นที่ (Zoning) เพื่อจำกัดราคาค่าโดยสาร เช่นเดินทางใน Zone 1,2 มีค่า Maximum cap ที่ 6.8£ ดังนั้นใช้เดินทางแค่ 3 เที่ยวก็เกินแล้ว แต่เราจะโดนตัดบัตรแค่ 6.8£ ดังนั้นวางแผนการเดินทางดีๆก็จะประหยัดได้ อย่าเดินทางออกนอกโซนกำหนดทุกวัน ให้เลือกเดินทางไปโซนเดียวกันในวันเดียวกันจะคุ้มสุด แต่ที่ท่องเที่ยวหลักๆก็อยู่ในโซน 1,2 แถมด้วยการคิดราคาแบบ Off peak ให้เลือกหรือหลบหลีกอีก ช่วยควบคุมค่าเดินทางได้ Oyster card นี้ใช้โดยสารรถบัสและรถรางได้ด้วย เอาบัตรแตะตัดเงินเหมือนกัน ลองศึกษาดู >https://tfl.gov.uk/fares-and-payments/oyster
  • Travel card ใช้ได้กับทุกระบบการเดินทางแบบไม่จำกัดเที่ยว ทั้ง bus, Tube, tram, DLR, London Overground, TfL Rail and National Rail services in London มีให้เลือกจำนวนวันและโซนที่จะเดินทางท่องเที่ยว ถ้าซื้อแบบ 1 วัน จะเป็นกระดาษ แต่ถ้าเลือกซื้อแบบ 7 วัน หรือเป็นเดือน จะใส่ข้อมูลเข้าไปใน Oyster card (งง หน่อยๆนะ คือต้องมี Oyster card ก่อน แล้วซื้อ Travel card เพิ่มเข้าไปในบัตร ระบบมันตรวจรู้แหละไม่ต้องสนใจ) ที่มันจะประหยัดในการท่องเที่ยวคือ มันมีคูปอง 2for1 ให้ด้วย ก็เหมือนมา 2 จ่าย 1 คือลด 50% นั่นแหละ ซึ่งต้องเข้าไปดูในเวปว่าที่ไหนใช้ 2for1 ได้บ้างในช่วงที่จะไป การใช้ก็ต้องแสดง card และคูปอง ในตอนซื้อบัตรเข้า ก็ต้องไปต่อคิวซื้อบัตร แต่ได้ลดราคา ค่อนข้างยุ่งยากหน่อย แต่ถ้าวางแผนดีๆ ใช้ Travel card ท่องเที่ยวในโซนที่ซื้อ รวมกับ 2for1 คูปองด้วยก็จะคุ้มมาก ลองศึกษาดู > https://tfl.gov.uk/fares-and-payments/ways-to-pay/travelcards
  • London Pass เหมือนการซื้อทัวร์เหมาเที่ยวในลอนดอน มีให้เลือกจำนวนวันว่าจะเป็น Pass กี่วัน ซื้อแล้วเข้าเที่ยวหรือใช้บริการได้เลย ไม่ต้องไปซื้อบัตรอีก เข้าช่องพิเศษของ London pass ได้แค่แสดงบัตร อันนี้ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาไปต่อแถวซื้อบัตรตามสถานที่ท่องเที่ยวฮิตๆที่คนเยอะๆ ประหยัดเวลาดีมาก แถมยังสามารถใช้บริการ Hop on Hop off bus ได้ด้วย River cruise ด้วย แต่ไม่เกี่ยวกับการขึ้นรถขึ้นรถไฟ อันนั้นคุณต้องซื้อตั๋วหรือใช้ Oystercard เอา ลองศึกษาดู > https://www.londonpass.com/

       

เราเลือกซื้อ London pass 1 day เพราะวางแผนท่องเที่ยวไว้แล้วว่าใน 1 วันนั้นจะใช่พาสเข้าสถานที่ท่องเที่ยวที่รวมในพาสทั้งวัน โดยเราสั่งซื้อบัตรไปล่วงหน้าแล้วไปรับที่ kios ที่ลอนดอน แต่ไปซื้อที่ลอนดอนเลยก็ได้ แพงกว่านิดหน่อย เวลาใช้ London pass ก็แสดงบัตรเพื่อแลกรับตั๋วแต่ไม่ต้องจ่ายเงินแล้ว / Oyster card ไปซื้อที่ร้านสะดวกซื้อแถวสถานีรถไฟได้ทั่วไป ซื้อแล้วเติมเงินไว้ตาม Max. cap. ของโซนที่ต้องการ ตามจำนวนวันที่จะอยู่เที่ยวเป็นอย่างน้อย ถ้าเที่ยวเกินโซนมันก็ตัดบัตรเพิ่มไป ไม่พอก็ค่อยเติมเงินเอาตามสถานีได้

       

การเดินทางระหว่างเมืองมีทั้งรถไฟ รถบัส เข้าไปตรวจสอบเที่ยวรถได้จากเวป http://www.nationalrail.co.uk/ หรือ https://uk.megabus.com/ จองล่วงหน้าก็จะได้ราคาถูกกว่า ถ้ามีแผนเดินทางแน่นอนก็จองได้เลย แต่พอถึงวันที่จะเดินทางแนะนำให้ไปถึงสถานีล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชม. เผื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงเวลาหรือยกเลิกเที่ยว ซึ่งเราเองเจอตลอด ต้องปรับเปลี่ยนแผนกันทุกวัน

       

การเช่ารถขับก็เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนขับรถได้ เพราะขับรถฝั่งเดียวกับประเทศไทย รถพวงมาลัยขวาเหมือนของไทย ขับได้สบายมาก ข้อดีคือสามารถขับรถไปแวะเที่ยวได้หลายๆที่ แต่ไม่แนะนำให้เช่าขับเที่ยวในเมืองใหญ่ๆเพราะที่จอดรถหายากและราคาแพง ถ้ามีรถก็ให้จอดที่จอดรถนอกเมืองจะถูกกว่าแล้วนั่งรถเมล์หรือรถไฟเข้าเมืองไปเที่ยว ที่จอดรถตามริมถนนดูให้แน่นอนว่ามีที่จ่ายเงินหรือจอดได้ฟรี หรือบางที่จอดได้เฉพาะผู้มีใบอนุญาต ค่าปรับแพงมาก และอาจโดนลากรถไปด้วย

การเที่ยวเมืองชนบทอย่าง Cotwolds ก็ใช้บริการรถไฟรถบัสได้ แต่จะต้องใช้เวลาเยอะมาก เพราะเที่ยวรถมีน้อย ถ้าขับรถก็จะเที่ยวได้ทั่วๆ และสะดวกมาก โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในแถบ Highlands ของ Scotland ขับรถชมวิวเพลิดเพลินมากมาย อยากแวะตรงไหนก็แวะได้ รถไม่มาก ถนนใช้ได้

ในอังกฤษ เราเช่ารถของ Enterprise ไปล่วงหน้าจากเวป ไปรับรถที่สนามบินฮีทโธรวันที่จะออกจากลอนดอนเลย ในลอนดอนอย่าเช่ารถเด็ดขาด รถติด ไม่มีที่จอด เราเช่ารถขับเที่ยวจากลอนดอน ไป บาธ เที่ยว Cotwolds ไป Liverpool – Manchester – York ระยะทางที่ขับไปก็ร่วมๆ 600 กม. รับรถจากลอนดอนคืนรถที่ยอร์ค เวลาเช่า เราเลือกวิธีเหมาจ่ายค่าน้ำมันเต็มถังตอนคืนไปเลย 50 ปอนด์ จะได้ไม่ต้องกังวลตอนจะคืนรถ แค่คำนวนให้เหลือน้อยที่สุดตอนคืนจะได้ไม่ขาดทุน

ที่สกอตแลนด์ตัดสินใจเช่ารถขับเที่ยวเพื่อขับออกนอกเมืองไปเที่ยว Highlands ในเมืองใช้เดินเที่ยวเอา มาเปลี่ยนแผนทีหลัง เลยจองรถตอนไปถึงเอดินเบอระแล้ว จอง online Europcar ก่อน 1 วันให้บริษัทเตรียมรถให้จะได้ไม่เสียเวลา เช่าจากสถานีรถไฟเอดินเบอระ คืนรถที่สนามบินกลาสโกว์

      

เวลาเลือกรถ เอาแบบที่คนขับถนัด และดูจำนวนคนจำนวนกระเป๋าในการเลือกขนาดรถด้วยนะ ถ้าใครขับเกียร์ธรรมดาจะประหยัดมากเพราะราคาถูกกว่าครึ่งๆเลย (เราเลือกเกียร์ธรรมดา เน้นประหยัด เอารถขนาดนั่ง 2 คนสบาย กระเป๋าใหญ่ใส่ท้ายรถได้) บางคนเลือกเช่ารถสปอร์ตเลย เพราะราคาไม่แพงมาก ขับเท่ห์เลย อยู่เมืองไทยไม่มีปัญญาซื้อมาขับ แต่รถสปอร์ตมันไม่จุของ ถ้ามา 2 คนของน้อยก็พอไหว

EAT&DRINK

       

       

อาหารการกินในอังกฤษ – สกอตแลนด์ ไม่น่ามีปัญหากับคนไทย เพราะไม่มีอะไรพิสดาร สเต็ค สลัด เหมือนอาหารฝรั่งทั่วไป แล้วยังมี สปาเก็ตตี้ พิซซ่า เบอเกอร์ ฟิชแอนด์ชิปส์ หลากหลายประเภท ราคาตั้งแต่ 8£ – 20£ มีไปถึง 40£ – 50£ แล้วแต่ลักษณะอาหาร และความหรูหราของร้าน เลือกกินตามฐานะ

       

นอกจากอาหารฝรั่งทั่วไปแล้ว มีร้านอาหารไทย อาหารจีน อาหารญี่ปุ่น อาหารอินเดีย เยอะมาก มีปัญหาเดียวนั่นคือราคาแพง

   

ร้านอาหารเลบานอนแถว Paddington ที่เข้าไปทานก็อร่อยดี กินได้สบาย แกะย่าง เนื้อย่าง กรีกสลัด พาสต้าก็มีให้เลือก Pub & Restaurant ก็มีเยอะแยะตลอดแนวถนน แถมด้วยร้านสะดวกซื้อ ซื้อของขึ้นไปกินบนห้องก็ได้ แต่ห้องพักแถวแพดดิงตั้นไม่ใช่ 4-5 ดาว ไม่มีอุปกรณ์การกินดื่มให้ ถ้าจะซื้อขึ้นไปกินต้องเตรียมอุปกรณ์มาเอง

ร้านอาหารเด็ดๆที่บอกต่อๆกันมาว่าไปแล้วต้องไปกิน ก็แล้วแต่จะเลือก เพราะบางที่ถามคนท้องถิ่นแล้ว หลายคนไม่ได้แนะนำตามนั้น ดังนั้นสุ่มๆเข้าไปก็ไม่เสียอารมณ์หรอก

    

Burger&Lobster ที่ลอนดอนมีหลายสาขา เลือกเอาสาขาที่สะดวก ราคาที่บอก 20£ ทุกเมนู เดี๋ยวนี้ขึ้นไป 30£ แล้ว แต่อร่อยจริง เนื้อลอปสเตอร์ดี และซ๊อสอร่อยมาก กินแกล้มไวน์ขาวลื่นคอมาก ตัดใจกินแพงสักมื้อเพื่อความสุข สาขาที่ไปครั้งนี้คือ สาขา Knightbridge ปิด 22:00 ต้องขึ้นลิฟต์ไปชั้น 5 ตัวห้างปิดเงียบแล้ว ต้องเดินวนหาลิฟต์หน่อยอยู่ด้านหลัง พอขึ้นไปถึงร้านคนเต็มเลย เช็คสาขาและวันเวลาเปิดจากเวป  https://www.burgerandlobster.com

เป็ด Four Season ใน China Town, London ไม่ได้ไปกิน ไม่ใช่แนว แต่ใน China town มีร้านอาหารจีนหลายร้านให้เลือก อร่อยไม่น่าจะต่างกัน มีทั้งบะหมี เกี๊ยว ข้าวหมูแดง ติ่มซำ

Bibury Trout มีชื่อเสียงมาเนิ่นนาน เพราะที่ Bibury มีฟาร์มปลาเทร้าท์ ที่นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวชมได้ จะลองจับปลาเทร้าท์ด้วยตัวเองก็ได้ ร้านอาหารมีเมนูปลาเทร้าท์ เค้ก ชา กาแฟ เช็ครายละเอียดและวันเวลาของฟาร์มก่อนไป เพราะไม่ได้เปิดทั้งปี ฺBibury Trout Farm ถ้าไม่เข้าฟาร์มก็เลือกทานอาหารในเมืองร้านไหนก็ได้ แต่อย่าลืมชิมเมนูปลาเทร้าท์ ร้านที่เราแวะทานเที่ยง คือร้านในเมือง The Catherine Wheel ที่เป็นทั้งที่พักและร้านอาหาร อร่อยใช้ได้

หากคิดอะไรไม่ออก แวะเข้า Nando กินไก่ทอดไก่ย่าง รับรองถูกปากคนไทย อร่อยราคามิตรภาพ

       

ผู้ดีอังกฤษมีธรรมเนียมจิบชายามบ่าย (Afternoon tea) ถ้าอยากได้บรรยากาศชาวอังกฤษแท้ จัดชายามบ่ายสักชุด เลือกเอาสักเมืองที่มีเวลานั่งเล่นพักผ่อนสบายๆ แต่เตือนก่อนว่าหลายๆที่ต้องจองไปล่วงหน้า ไม่งั้นอดเพราะเต็ม และชุดค่อนข้างใหญ่ มีทั้งแซนวิส เค้ก ขนมอบมากมาย กินน้อยก็ไม่คุ้มเพราะชุดละ 30-40 ปอนด์ต่อคน แต่เราเป็นคอกาแฟเลยเลือกจิบแต่กาแฟ ร้านกาแฟพบได้ทั่วไป ไม่มีร้านไหนอร่อยพิเศษ สตาร์บัคหาได้ทั่วไปเหมือนกันแต่ไม่ได้เข้าเลย นิยมร้าน Local มากกว่า ถ้าไม่ดื่มกาแฟก็เป็นช็อคโกแล็ตร้อนอร่อยเข้มข้นทุกร้าน

       

ร้านดื่มเบียร์เชียร์บอลหาง่ายพอๆกับร้านกาแฟ มี Sport bar ทั่วไป ดื่มได้ทั้งวันถ้ามันเปิด หรือเข้าร้านสะดวกซื้อ เลือกเบียร์กระป๋อง เบียร์ขวด ชิมได้มีหลากหลายมาก อยู่แค่ 13 วันชิมไม่หมด ราคามาตรฐานประมาณกระป๋องละ 2-3£

เตรียมตัวดีเที่ยวสนุกแน่นอน


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s